
ซีอีโอ INFINIT มอง กรณีดีลคริปโทปลอมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ว่าไม่ใช่ปัญหาของอุตสาหกรรมคริปโท แต่สะท้อนธรรมชาติของมนุษย์เมื่อเงินและความโลภเข้ามาเกี่ยวข้อง
ทชา ปัญญาเนรมิตดี ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ INFINIT ได้โพสต์บน Facebook ส่วนตัว โดยระบุว่า จากกรณีข่าวผู้บริหารจากกองทุนของธนาคารรายใหญ่ที่ถูกกล่าวหาว่าสร้างดีลคริปโทปลอมหลอกนักลงทุนจนเกิดความเสียหายกว่า 30 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,000 ล้านบาท ไม่ได้สะท้อนปัญหาของอุตสาหกรรมคริปโตโดยตรง
โดย ทชา มองว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นตัวอย่างของ “ธรรมชาติของมนุษย์” เมื่อมีเงินและความโลภเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกอุตสาหกรรม ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในวงการคริปโทเท่านั้น
“เงินไม่ได้เปลี่ยนคน แต่มันแค่เปิดเผยตัวตนของเขา” ทชา กล่าว
ทั้งนี้ ทัชชาเสริมว่า คริปโทเป็นอุตสาหกรรมระดับโลกที่เงินเคลื่อนที่รวดเร็ว เปิดให้ใครก็เข้ามาได้ และหลายกรณียังมีความไม่เปิดเผยตัวตน เพราะมองเห็นเพียง wallet address แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของจริง ๆ เมื่อแรงจูงใจทางการเงินสูงและกฎระเบียบยังไม่ชัดเจน จึงทำให้เห็นทั้งด้านที่ดีที่สุดและด้านมืดของมนุษย์ในเวลาเดียวกัน
จากประสบการณ์ทำงานในอุตสาหกรรมคริปโทมากกว่า 6 ปี ทัชชาระบุว่า ได้เห็นรูปแบบพฤติกรรมของผู้คนในวงการซ้ำ ๆ จนสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่
ด้วยประสบการณ์ที่ทชาเจอมาทำให้มองว่า การทำธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้สอนบทเรียนสำคัญหลายด้าน ทั้งการระดมทุน การสร้างทีม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสื่อสารกับชุมชน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเข้าใจ “ธรรมชาติของมนุษย์” และแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของแต่ละคน
สุดท้ายนี้ ทชา แนะว่า ผู้ประกอบการควรยึดหลักความซื่อสัตย์ เข้าใจคุณค่าของตัวเอง สร้างความสัมพันธ์ที่จริงใจ และคัดเลือกคนรอบตัวอย่างรอบคอบ เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วอย่างคริปโท
อีกทั้งยังย้ำว่า แม้ในวงการจะมีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ท้าทาย แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนมากที่ตั้งใจสร้างสิ่งดี ๆ และเป็นเหตุผลที่ทำให้ทชายังคงทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ต่อไป
ที่มา : facebook

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย