
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แบบโทเคน (Tokenized US Treasurys) ได้กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุดของตลาด RWA โดยโตกว่า 50 เท่าในเวลาไม่ถึงสองปี ท่ามกลางความต้องการที่เพิ่มขึ้นของสถาบัน
ตามข้อมูลจาก Token Terminal ระบุว่า มูลค่ารวมของผลิตภัณฑ์พันธบัตรสหรัฐฯ ที่ถูกแปลงให้อยู่ในรูปแบบโทเคนเพิ่มขึ้นจากต่ำกว่า 200 ล้านดอลลาร์เมื่อต้นปี 2024 ขึ้นมาแตะเกือบ 7 พันล้านดอลลาร์ในปลายปี 2025
การเติบโตดังกล่าวสะท้อนถึงความต้องการจากนักลงทุนสถาบันที่ต้องการผลตอบแทนแบบ on-chain ควบคู่กับความมั่นคงและปลอดภัยจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุดคือ USD Institutional Digital Liquidity Fund (BUIDL) ของ BlackRock ซึ่งเปิดให้นักลงทุนเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น พร้อมรับผลตอบแทนรายวันและการชำระธุรกรรมแบบ on-chain โดยกองทุนนี้มีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหาร (AUM) เฉียด 2 พันล้านดอลลาร์
โดยผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ได้รับความสนใจก็มี USYC จาก Circle, USTB จาก Superstate และ OUSG จาก Ondo Finance ซึ่งทั้งหมดใช้โครงสร้างกองทุนที่ได้รับการกำกับดูแลตามกฎหมาย แต่ย้ายระบบหลังบ้านมาทำงานบนบล็อกเชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสให้มากขึ้น
ทั้งนี้ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แบบโทเคน กำลังกลายเป็น “ทางเชื่อม” สำหรับสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมที่ต้องการเข้าสู่โลก DeFi แบบปลอดภัย เพราะเป็นการผสานความมั่นคงของพันธบัตรสหรัฐฯ เข้ากับประโยชน์ของบล็อกเชนที่รวดเร็วและมีต้นทุนที่ต่ำ
นอกจากนี้ ตลาด RWA Tokenization ก็กำลังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของ Private Credit หรือสินเชื่อเอกชน ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่าเครื่องมือการลงทุนแบบเดิม และดึงดูดนักลงทุนที่มองหาทางเลือกใหม่ ๆ ในยุคที่อัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงเร็ว
ที่มา : cointelegraph
แปลและเรียบเรียง : สหรัฐ ฉัตราพงษ์

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย