
ร้องเพลงรอ! TD Cowen คาดร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโทฯ สหรัฐฯ อาจล่าช้าไปจนถึงปี 2027 และใช้จริงปี 2029 เหตุติดปมการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของ “โดนัลด์ ทรัมป์” และเกมการเมืองในสภา
อาจจะต้องร้องเพลงรอไปอีกพักใหญ่ สำหรับกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจนจากฝั่งสหรัฐอเมริกา รายงานจากทีม Washington Research Group ของ TD Cowen บริษัทวาณิชธนกิจชื่อดัง ได้ออกมาวิเคราะห์ว่า “ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโทฯ” (Crypto Market Structure Bill) อาจถูกยื้อเวลาการพิจารณาออกไปจนถึงปี 2027 และกว่าจะมีผลบังคับใช้จริงก็อาจลากยาวไปถึงปี 2029
แม้จะเตรียมรายละเอียดกันมานานหลายเดือน และมีความเป็นไปได้ที่จะผ่านร่างกฎหมายได้ภายในปีนี้ แต่สถานการณ์ทางการเมืองในสภาคองเกรสกลับทำให้โอกาสดังกล่าวริบหรี่ลง
ประเด็นหลักที่เป็นเหมือนกระดูกชิ้นโตขวางคออยู่คือ ข้อกำหนดเรื่อง “การขัดกันแห่งผลประโยชน์” (Conflict of Interest) พรรคเดโมแครตมีความต้องการที่จะผลักดันบทบัญญัติห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลและครอบครัว เป็นเจ้าของหรือดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งข้อห้ามนี้จะกระทบไปถึงตัวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยตรง
มีการประเมินว่าทรัมป์และครอบครัวมีรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโทฯ สูงถึงประมาณ 620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นโปรเจกต์ World Liberty Financial หรือเหรียญมีมต่างๆ
ทางนักวิเคราะห์มองว่า ทรัมป์ไม่มีทางยอมรับกฎหมายฉบับนี้แน่ หากมันมีผลบังคับใช้ทันทีในขณะที่เขาดำรงตำแหน่ง เพราะเท่ากับเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงธุรกิจของตนเอง
ทางออกเดียวที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ คือการใช้กลยุทธ์ “ยื้อเวลา” นักวิเคราะห์จาก TD Cowen ชี้ว่า หากกำหนดให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ล่าช้าออกไป 3 ปีหลังจากการตรากฎหมาย ข้อบังคับเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนนี้ก็จะไม่มีผลกับทรัมป์ เพราะเขาจะพ้นจากตำแหน่งไปแล้วเมื่อถึงเวลานั้น ซึ่งนั่นหมายความว่า หากกฎหมายผ่านสภาในปี 2027 ก็จะไปเริ่มใช้จริงเอาในปี 2029 นั่นเอง
การผ่านร่างกฎหมายนี้ในวุฒิสภา จำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนถึง 60 เสียงเพื่อป้องกันการอภิปรายเพื่อประวิงเวลา ซึ่งพรรครีพับลิกันลำพังมีเสียงไม่พอ และจำเป็นต้องอาศัยเสียงจากเดโมแครตอย่างน้อย 7-9 เสียง
สถานการณ์นี้ทำให้เดโมแครตมีอำนาจต่อรองสูง และอาจเลือกที่จะดึงเกมรอจนกว่าจะถึงการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 หรือรอจนกว่าจะมีประธานาธิบดีคนใหม่ เพื่อให้หน่วยงานกำกับดูแลในอนาคตเป็นผู้กำหนดทิศทางกฎหมายแทน
ที่มา : theblock

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย