
สหรัฐฯ ลงมติยุติภาวะชัตดาวน์ เปิดทางให้ร่างกฎหมาย CLARITY Act กลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อในสภา
สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างงบประมาณวงเงินราว 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อเปิดให้หน่วยงานรัฐบาลส่วนใหญ่กลับมาทำงานอีกครั้ง หลังต้องปิดทำการบางส่วนเป็นเวลา 4 วัน เนื่องจากงบประมาณไม่ผ่านตามเส้นตาย
ร่างงบประมาณดังกล่าวได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนฯ จำนวน 217 ต่อ 214 เสียง แม้จะมีสมาชิกพรรคเดโมแครตบางส่วนโหวตสนับสนุน แต่หลายคนยังคงคัดค้านบางเนื้อหาเกี่ยวกับนโยบายตรวจคนเข้าเมือง โดยเฉพาะบทบาทของหน่วยงาน ICE และตำรวจชายแดน
โดยล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามให้ร่างกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้แล้ว แต่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) จะได้รับงบประมาณชั่วคราวเพียง 2 สัปดาห์ ก่อนที่สภาจะกลับมาเจรจาเรื่องการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองอีกครั้ง
แม้การชัตดาวน์ครั้งนี้จะกินเวลาเพียง 4 วัน และไม่รุนแรงเท่ารอบก่อนหน้าในปี 2025 ที่ยืดเยื้อถึง 43 วัน แต่ก็ส่งผลให้หลายหน่วยงาน รวมถึงความคืบหน้าของ กฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Market Structure Bill) ถูกชะลอออกไปชั่วคราว
การผ่านงบประมาณครั้งนี้ ยังช่วยปลดล็อกรายงานข้อมูลการจ้างงานเดือนมกราคมจาก สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) ที่ล่าช้า ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ส่งผลต่อนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและการตัดสินใจของธนาคารกลาง
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการเกษตรของวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ลงมติผ่านร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้มีการใส่ข้อเสนอจากพรรคเดโมแครตเข้าไปในเนื้อหาเลย
ในขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภา ซึ่งรับผิดชอบเรื่องอำนาจกำกับดูแลของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับคริปโท ยังไม่มีการนัดหมายเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายอีกครั้ง หลัง Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase แสดงจุดยืนว่าเขาไม่สนับสนุนร่างกฎหมายฉบับปัจจุบัน
แม้ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานว่าบรรดาสมาชิกรัฐสภายังคงหารือกันอยู่ เพื่อหาทางปรับเนื้อหาให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาต่อไป
ที่มา : cointelegraph

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย