
รมว.คลังสหรัฐฯ ย้ำ “ไม่มีแผนสั่งธนาคารซื้อ Bitcoin” แม้ตลาดร่วง รัฐจะถือบิตคอยน์ต่อจากของกลางที่ยึดมาได้เท่านั้น
วานนี้ (4 ก.พ.) Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ให้การต่อสภาคองเกรส โดยระบุว่า รัฐบาลจะยังคงถือครอง Bitcoin ที่ได้จากการยึดทรัพย์ในคดีต่าง ๆ แต่จะไม่เข้าแทรกแซงตลาด หรือสั่งให้ธนาคารเอกชนซื้อบิตคอยน์ แม้เกิดเหตุการณ์ราคาร่วงหนักก็ตาม
Brad Sherman สมาชิกสภาจากรัฐแคลิฟอร์เนีย และหนึ่งในผู้วิจารณ์คริปโทฯ ตัวยง ได้ตั้งคำถามต่อ Bessent ว่า รัฐบาลมีอำนาจในการ “อุ้มราคา Bitcoin” หรือไม่ รวมถึงถามตรง ๆ ว่า มีแผนจะสั่งให้ธนาคารเอกชนถือบิตคอยย์หรือเหรียญมีม TRUMP ผ่านการเปลี่ยนเกณฑ์ของทุนสำรองหรือไม่
โดย Bessent ได้ตอบชัดว่า “ผมเป็นรัฐมนตรีคลัง ไม่มีอำนาจทำเช่นนั้น และในฐานะประธานสภากำกับเสถียรภาพการเงิน (FSOC) ก็ไม่มีอำนาจเช่นกัน”
Bessent ยังเปิดเผยอีกว่า Bitcoin มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ ที่รัฐบาลได้จากการยึดทรัพย์ในอดีตนั้น ได้เพิ่มมูลค่าขึ้นเป็นกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์ แล้วในปัจจุบัน
การให้การของ Bessent ครั้งนี้ ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของโครงการ “Strategic Bitcoin Reserve” ที่ริเริ่มโดยคำสั่งบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ในเดือนมีนาคม 2025 ซึ่งอนุญาตให้รัฐบาลถือ BTC ได้ในรูปแบบ “งบประมาณแบบเป็นกลาง”
โดยรัฐบาลจะสามารถเพิ่มจำนวน Bitcoin ได้จาก 2 ช่องทางเท่านั้น คือ การยึดทรัพย์ในคดีอาชญากรรมและการแปลงทรัพย์สินสำรองเดิม เช่น น้ำมัน หรือโลหะมีค่า ไปเป็น BTC (แต่จะไม่ใช้งบประมาณโดยตรงหรือซื้อในตลาดเปิด)
ก่อนหน้านี้ Bessent เคยแสดงท่าทีลังเลเรื่องการถือครองบิตคอยน์ แต่ในเดือนสิงหาคม 2025 ได้กลับลำ โดยระบุว่า กระทรวงการคลัง กำลังพิจารณาใช้กลยุทธ์แบบ Budget-Neutral เพื่อเพิ่มการถือครอง BTC ให้กับคลังสำรองของประเทศ
ที่มา : cointelegraph

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย