
ในโลกที่ AI ทำงานแทนคนได้มากขึ้นทุกวัน คนธรรมดาควรสร้าง “คุณค่า” ให้ตัวเองยังไง?
บางคนเลือกไล่หาเงินเดือนสูง บางคนเลือกสะสมใบปริญญา
แต่มีคนคนหนึ่งยอมเริ่มจากเงินเดือนหลักพันเพื่อเรียนรู้ “วิธีเข้าใจมนุษย์” และนั่น กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนวิธีมองเงิน ธุรกิจ และอนาคตของเขาไปตลอดชีวิต
คลิปนี้อาจไม่ใช่คลิปสอนรวยแต่มันคือบทสนทนาเรื่อง “วิธีคิด” เรากำลังทำงานเพื่อเงินหรือกำลังเรียนรู้วิธีสร้างอิสรภาพกันแน่?
จุดเริ่มต้นในการทำความเข้าใจเรื่องการเงินของดีเจต้า มาจากหนังสือ “Rich Dad Poor Dad” ซึ่งทำให้เขาได้เรียนรู้วิธีวิเคราะห์กระแสเงินสด การแยกแยะความแตกต่างระหว่าง “ทรัพย์สิน” และ “หนี้สิน” รวมถึงเข้าใจที่มาของรายได้ผ่านโมเดลเงิน 4 ด้าน
ในช่วงเริ่มต้นทำงาน ดีเจต้าใช้วิธีเรียกเงินเดือนตัวเองในระดับที่ต่ำมากเพื่อแลกกับการได้เข้าทำงานในตำแหน่งเซลส์ เนื่องจากเขามองตามหลักการในหนังสือว่า งานขายเป็นทักษะพื้นฐานที่ช่วยสลายความกลัวการถูกปฏิเสธ และทำให้เข้าใจความต้องการของคนได้ดีขึ้น
ดีเจต้าได้สะท้อนมุมมองว่า แม้ AI จะมีความสามารถในการทำงานแทนคนได้ในหลายๆ ด้าน แต่แก่นแท้ของมนุษย์ (ความโลภ ความกลัว ความขี้เกียจ) ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง การสร้างรายได้ในยุคนี้จึงเป็นการใช้ทักษะการตลาด การวิเคราะห์คน และทำหน้าที่เป็นผู้คัดกรองผลลัพธ์จาก AI เพื่อนำไปแก้ปัญหาให้ตลาด
ดีเจต้าอ้างอิงถึงหนังสือ “The Millionaire Fastlane” โดยชี้ให้เห็นว่าการจะออกจากวงจรรายได้ที่ต้องแลกด้วยเวลา (Active Income) คือการย้ายไปสร้างธุรกิจ (Business) ที่มี “ระบบ” หรือการทำแพลตฟอร์มตัวกลางที่สามารถรันต่อไปได้เองแม้เจ้าของจะไม่ได้ลงแรง
พร้อมกับเปรียบเทียบว่าการลงทุนแบบดั้งเดิม เช่น อสังหาริมทรัพย์ หรือหุ้น มักจะตามมาด้วย “บั๊ก” หรือปัญหาชวนปวดหัว เช่น เรื่องการซ่อมบำรุง ผู้เช่า หรือธรรมาภิบาลบริษัท
ดีเจต้าจึงมองว่า Bitcoin ที่มีระบบกระจายศูนย์และมีจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ เป็นสินทรัพย์ที่เข้ามาอุดช่องโหว่เหล่านี้ ทำให้สามารถเก็บรักษามูลค่าได้โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาจุกจิก
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ การทำความเข้าใจธุรกิจด้วยการเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในปัญหานั้นๆ เช่น การยอมเข้าไปทำงานหรือฝึกงานฟรีๆ ในร้านอาหาร เพื่อให้เห็นระบบหลังบ้านและเข้าใจปัญหาที่แท้จริง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย