
ท่ามกลางโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรุนแรง ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และโครงสร้างเศรษฐกิจโลก การประชุม World Economic Forum 2026 หรือที่หลายคนเรียกสั้น ๆ ว่างานประชุม ดาวอส ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญที่สุดที่ผู้นำโลกใช้ “คุยกัน” เรื่องทิศทางอนาคต
World Economic Forum (WEF) คือองค์กรพัฒนาเอกชนระดับนานาชาติและสถาบันคลังสมอง ที่ทำหน้าที่เป็นเวทีกลางเชื่อมผู้นำจากภาครัฐ ธุรกิจ และภาคสังคม เพื่อหารือและรับมือกับความท้าทายระดับโลก ก่อตั้งในปี 1971 และมีสำนักงานใหญ่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
จุดเด่นของ WEF คือการเป็นเวทีที่เป็นกลางและได้รับความเชื่อถือ โดยเฉพาะการประชุมประจำปีที่เมืองดาวอส ซึ่งรวบรวมผู้นำโลกมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง และกำหนดทิศทางสำคัญของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสังคมในระดับโลก
งานดาวอส 2026 จัดขึ้นที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยงานจะมีตั้งแต่วันที่ 19-23 มกราคม 2026 นี้
ในปี 2026 นี้ งานดาวอส จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Spirit of Dialogue ซึ่งจะเน้นแกน 3 เรื่องใหญ่ดังนี้
เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา World Economic Forum ได้เผยแพร่บทความ “เศรษฐกิจดิจิทัล ณ จุดเปลี่ยนสำคัญ: สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับสินทรัพย์ดิจิทัลในปี 2026” ซึ่งสะท้อนว่า สินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้ถูกมองเป็นเพียง “เทรนด์” อีกต่อไป
WEF ชี้ว่า ปี 2026 คือช่วงจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่หลายองค์ประกอบเริ่มมาบรรจบกันพร้อมกัน ทั้งความชัดเจนด้านกฎระเบียบ การใช้งานจริงในระดับองค์กร และความสามารถในการเชื่อมต่อระบบการเงินเดิมกับโลกดิจิทัล
โดย WEF มองว่า ความชัดเจนด้านกฎระเบียบ คือปัจจัยเร่งการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น Stablecoin, Tokenized Assets หรือโครงสร้างการชำระเงินแบบใหม่ เพราะเมื่อเริ่มมีกฎหมายมารองรับ ธุรกิจและสถาบันการเงินจึง “กล้า” ที่จะเข้ามาเล่นสนามนี้อย่างจริงจัง
ขณะเดียวกัน Asset Tokenization ก็เริ่มส่งผลเชิงโครงสร้างต่อตลาดทุน การนำสินทรัพย์จริง เช่น กองทุน พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่คาร์บอนเครดิต มาอยู่บนบล็อกเชน ซึ่งไม่ได้แค่เพิ่มความสะดวก แต่กำลังเปลี่ยนเรื่อง สภาพคล่อง การเข้าถึง และรูปแบบการลงทุน ในระดับโลก
WEF ยังเน้นว่า บล็อกเชนกำลังเปลี่ยนบทบาทจากเทคโนโลยีทดลองทดลอง เป็นโครงสร้างพื้นฐาน จากเดิมที่บล็อกเชนถูกใช้ใน sandbox หรือ proof-of-concept แต่ปี 2026 คือช่วงที่องค์กรขนาดใหญ่จะเริ่มนำไปฝังในระบบจริง ทั้งด้านการเงิน การชำระเงิน และการจัดการสินทรัพย์
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ Stablecoin โดย WEF วางตำแหน่ง Stablecoin ไม่ใช่ในฐานะสินทรัพย์เก็งกำไร แต่เป็น รากฐานการเงินสมัยใหม่ สำหรับการโอนมูลค่า โดยเฉพาะในโลกที่เศรษฐกิจไร้พรมแดน แต่ระบบการเงินยังติดข้อจำกัดด้านประเทศ เวลา และต้นทุน
อย่างไรก็ตาม WEF ย้ำว่า Stablecoin จะทำงานได้ในระดับระบบ ก็ต่อเมื่อ มีสินทรัพย์หนุนหลังจริง, โปร่งใส ตรวจสอบได้ และอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแล
ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกับธีมใหญ่ของ WEF 2026 ที่ไม่ใช่ “คริปโทจะมาแทนระบบเดิมไหม” แต่คือคำถามว่า เราจะผสานโลกการเงินดั้งเดิม (TradFi) กับโลกดิจิทัล (Digital Assets) ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร
ด้วยความชัดเจนด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นในปี 2025 ปี 2026 นี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการขยายโซลูชันสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างรับผิดชอบ และปีถัดไปคือช่วงเวลาวางรากฐานเพื่อใช้ประโยชน์จากบล็อกเชน
WEF ชี้ว่า ในช่วงถัดไป เราอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างหลายด้านพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม WEF เน้นว่า การยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับระบบ ต้องเดินควบคู่กับหลักคิดเรื่อง “ความรับผิดชอบ” โดยมี 3 แกนสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญ
World Economic Forum 2026 สะท้อนว่า สินทรัพย์ดิจิทัลกำลังขยับจาก “ทางเลือก” ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างระบบเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงิน ตลาดทุน หรือการโอนมูลค่าข้ามพรมแดน ภายใต้กรอบกำกับดูแลและมาตรฐานที่เริ่มชัดเจนขึ้น
ปี 2026 จึงไม่ใช่จุดเริ่มต้นของคริปโท แต่เป็นช่วงที่โลกเริ่มตัดสินใจจริงจังว่าจะผสานสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ากับระบบการเงินเดิมอย่างไร
เมื่อบล็อกเชนกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐาน และ Stablecoin ถูกมองเป็นเครื่องมือการชำระเงินสมัยใหม่ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “จะมาแทนอะไร” แต่คือ “จะทำให้ระบบดีขึ้นได้แค่ไหน”
อ้างอิง : weforum weforum weforum
รายงานและเรียบเรียง : สหรัฐ ฉัตราพงษ์

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย