
Chainalysis เผยปี 2025 ธุรกรรมคริปโทฯ โยงแก๊งค้ามนุษย์พุ่ง 85% โดยมีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นศูนย์กลางหลัก แต่เทคโนโลยีบล็อกเชนยังช่วยเจ้าหน้าที่ตามรอยอาชญากรข้ามพรมแดนได้
วันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมา Chainalysis แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชนได้เผยแพร่รายงานการวิเคราะห์ โดยระบุว่า ในปี 2025 มูลค่าธุรกรรมคริปโทที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมซึ่งต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ เพิ่มขึ้นถึง 85% จากปีก่อนหน้า
การเติบโตดังกล่าวสอดคล้องกับการขยายตัวของแก๊งสแกมเมอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้ง การพนันออนไลน์ และเครือข่ายฟอกเงินจีนที่ใช้งานผ่าน Telegram ซึ่งกำลังก่อรูปเป็นระบบนิเวศอาชญากรรมดิจิทัลที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
แม้มูลค่าการทำธุรกรรมจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ความเสียหายที่แท้จริงไม่ได้วัดจากตัวเลขทางการเงิน เพียงเท่านั้น แต่มันสะท้อนผ่านชีวิตผู้คนที่ได้รับผลกระทบด้วย
อย่างไรก็ตาม ด้วยความโปร่งใสของเทคโนโลยีบล็อกเชนก็กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้หน่วยงานสามารถติดตาม ตรวจจับ และสกัดกั้นเครือข่ายเหล่านี้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผลจากการวิเคราะห์ของ Chainalysis ระบุว่า มีการกระทำ 4 ประเภทที่ต้องสงสัยว่าใช้คริปโทเป็นเครื่องมือหลัก ได้แก่:
นอกจากนี้ เครือข่าย “International Escort” ยังมีความเชื่อมโยงแน่นแฟ้นกับเครือข่ายฟอกเงินจีน ซึ่งช่วยเร่งกระบวนการแปลง Stablecoin เป็นสกุลเงินท้องถิ่นอย่างรวดเร็ว เพื่อลดความกังวลเรื่องการถูกอายัดสินทรัพย์ และทำให้กระแสเงินหมุนเวียนในระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อมูลจากรายงานชี้ให้เห็นว่า ขนาดและรูปแบบของธุรกรรมคริปโทสามารถสะท้อนระดับการจัดตั้งของเครือข่ายอาชญากรรมได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเกือบครึ่งหนึ่ง หรือ 48.8% ของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริการ “เพื่อนเที่ยวระหว่างประเทศ” บน Telegram มีมูลค่าเกิน 10,000 ดอลลาร์
โดยขนาดธุรกรรมที่สูงในสัดส่วนมากเช่นนี้บ่งชี้ถึงการดำเนินงานในลักษณะองค์กรอาชญากรรมที่มีการทำขึ้นอย่างเป็นระบบ และดำเนินงานในระดับสเกลใหญ่ (Organized Criminal Enterprises Operating at Scale)
ขณะที่เครือข่ายการค้าประเวณีอีกกลุ่มหนึ่งมีลักษณะต่างออกไป โดยประมาณ 62% ของธุรกรรมอยู่ในช่วง 1,000–10,000 ดอลลาร์ สะท้อนรูปแบบการดำเนินงานในระดับเอเจนซี่ (Agency-level Operations) มากกว่าการเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่
บริการเหล่านี้ไม่ได้ดำเนินงานแบบไร้โครงสร้าง แต่มีโมเดลธุรกิจที่ซับซ้อน มีโปรโตคอลการบริการลูกค้า และระบบการตั้งราคาที่ชัดเจน ตัวอย่างเช่น การกำหนดราคาตั้งแต่ราว 420 ดอลลาร์ ไปจนถึง 1,120 ดอลลาร์ ซึ่งบางแพ็กเกจรวมค่าขนส่งระหว่างประเทศไว้ด้วย ทำให้โครงสร้างราคาที่เป็นระบบเช่นนี้ทำให้เกิดรูปแบบธุรกรรมที่สามารถระบุและติดตามได้
ความเป็นมืออาชีพของเครือข่ายเหล่านี้ยังสะท้อนผ่านการบูรณาการอย่างแน่นแฟ้นกับเครือข่ายฟอกเงินจีน (CMLNs) และแพลตฟอร์มการรับประกัน (Guarantee Platforms) ซึ่งช่วยให้สามารถแปลง Stablecoins เป็นสกุลเงินท้องถิ่นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
หลักฐานสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการตรวจพบบัญชีผู้ดูแล (Admin) ในช่องทางสรรหาแรงงานที่มีความเชื่อมโยงกับ “Fully Light Group” องค์กรที่สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เคยระบุไว้ว่า เกี่ยวข้องกับการพนันผิดกฎหมายและการฟอกเงิน ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของกลุ่มอาชญากรรมที่จัดตั้งขึ้นอย่างชัดเจน
ด้วยเหตุนี้ การวิเคราะห์ขนาดและรูปแบบของธุรกรรมจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสามารถแยกแยะ ตรวจจับ และทำความเข้าใจกิจกรรมค้ามนุษย์ที่ดำเนินงานในลักษณะองค์กรอาชญากรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสื่อการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก (CSAM) จะแตกต่างจากบริการประเภทอื่น โดยราวครึ่งหนึ่งของธุรกรรมมักจะมีมูลค่าต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าต้นทุนในการเข้าถึงสื่อประเภทนี้อยู่ในระดับต่ำ แต่ปริมาณเนื้อหานั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2025 รูปแบบของ CSAM ได้ปรับจากการขายแบบชิ้นต่อชิ้น เป็นระบบสมัครสมาชิก (subscription-based model) เป็นหลัก โดยค่าสมัครสมาชิกโดยทั่วไปต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งโมเดลแบบนี้จะช่วยสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ และลดความซับซ้อนในการจัดการด้วย
ธุรกิจเหล่านี้มักจะรับชำระเงินด้วยคริปโทฯ เป็นหลัก แต่พบว่ามีการใช้ Monero เพิ่มขึ้นในการฟอกเงิน เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เน้นความเป็นส่วนตัว และปกปิดข้อมูลของผู้ส่ง-ผู้รับ
นอกจากนี้ แพลตฟอร์ม instant exchangers ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ไม่ต้องทำ KYC ยังมีบทบาทสำคัญในการ swap สินทรัพย์ดิจิทัลอย่างรวดเร็ว เพื่ออำพรางเส้นทางการเงินอีกด้วย
แนวโน้มที่น่ากังวลในปี 2025 คือการเพิ่มขึ้นของความเชื่อมโยงระหว่างเครือข่าย CSAM กับชุมชนสุดโต่งออนไลน์แนวซาดิสต์ (Sadistic Online Extremism: SOE)
หลังการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มอย่าง “764” และ “cvlt” พบว่าเนื้อหาแนว SOE ถูกผนวกรวมเข้ากับบริการสมัครสมาชิก CSAM และถูกโฆษณาในชื่อ “hurtcore”
โดยกลุ่มเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่ผู้เยาว์ผ่านกลยุทธ์การข่มขู่กรรโชกทางเพศ (sextortion) ก่อนจะนำเนื้อหาที่ได้มาแสวงหาผลประโยชน์ผ่านการรับชำระเงินด้วยคริปโท ซึ่งยิ่งตอกย้ำวงจรการแสวงหาประโยชน์อย่างต่อเนื่อง
ขนาดของเครือข่ายดังกล่าวยิ่งปรากฏชัดในเดือนกรกฎาคม 2025 เมื่อมีการพบเว็บไซต์ CSAM ขนาดใหญ่บนดาร์กเว็บ ซึ่งใช้ที่อยู่กระเป๋าคริปโทกว่า 5,800 รายการ และสร้างรายได้มากกว่า 530,000 ดอลลาร์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022 นับเป็นระดับที่สูงกว่าคดี “Welcome to Video” ในปี 2019
ข้อมูลจาก Internet Watch Foundation (IWF) ระบุว่า ในปี 2025 มีรายงานที่เกี่ยวข้องกับภาพและวิดีโอการล่วงละเมิดทางเพศเด็กจำนวน 312,030 รายการ เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อนหน้า โดยเว็บไซต์เหล่านี้มักตั้ง IP ไว้ในสหรัฐฯ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ดูน่าเชื่อถือ และชะลอจากการถูกตรวจสอบ
ขณะที่ดาร์กเว็บเป็นอันดับรองลงมา ข้อมูลการชำระเงินที่ตรวจพบจะถูกส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลกและองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการสืบสวนและสกัดกั้นการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมาย
แม้แนวโน้มจะน่ากังวล แต่ปี 2025 ก็มีความคืบหน้าในการบังคับใช้กฎหมาย เช่น การปิดเว็บไซต์ “KidFlix” โดยเจ้าหน้าที่เยอรมนี และการเพิ่มขึ้นของการจับกุมผู้บริโภค CSAM ในสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการวิเคราะห์บล็อกเชนมีบทบาทสำคัญในการระบุตัว สืบสวน และดำเนินคดีกับทั้งผู้ดำเนินการและผู้บริโภคในเครือข่ายเหล่านี้
บริการ “เพื่อนเที่ยวระหว่างประเทศ” มีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฟอกเงินจีน (CMLNs) และแพลตฟอร์มรับประกัน ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกด้านธุรกรรมทางการเงิน ความเชื่อมโยงนี้ชี้ให้เห็นว่า การดำเนินงานของกลุ่มต่าง ๆ มีการประสานกันผ่านโครงสร้างทางการเงินเดียวกัน
เส้นทางการเงินคริปโทจำนวนมากถูกโอนผ่านกระดานเทรดหลัก แพลตฟอร์มระดับสถาบัน และแพลตฟอร์มรับประกัน เช่น Tudou และ Xinbi ซึ่งช่วยให้สามารถแปลง Stablecoin เป็นสกุลเงินท้องถิ่นได้อย่างรวดเร็ว แม้แพลตฟอร์มเหล่านี้จะช่วยให้การเคลื่อนย้ายเงินสะดวกขึ้น แต่ก็กลายเป็น “จุดอ่อน” ที่ทำให้ทีมกำกับดูแลสามารถใช้วิเคราะห์ธุรกรรมที่น่าสงสัยได้
ในกรณีของ “นายหน้าจัดหาแรงงาน” ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่ามีการใช้บริการผู้จัดหาแรงงานบนแพลตฟอร์มเพื่อหาบุคคลเข้าทำงาน ช่องทางเหล่านี้มีการพูดคุยเกี่ยวกับกระบวนการเคลื่อนย้ายแรงงาน รวมถึงวิธีนำบุคคลที่ถูกควบคุมตัวตามด่านตรวจคนเข้าเมืองออกมาด้วย
ทั้งนี้ ผู้ควบคุมศูนย์ปฏิบัติการแก๊งสแกมเมอร์ยังมีการอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน เช่น ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับตัวตามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
การวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชนยังพบว่า ค่าตอบแทนในการจัดหาแรงงานมักอยู่ในช่วง 1,000–10,000 ดอลลาร์ ซึ่งสอดคล้องกับราคาที่มีการประกาศไว้ ทำให้สามารถมองเห็นรูปแบบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องได้ชัดเจน
โดยรวมแล้ว เครือข่ายฟอกเงินภาษาจีนและแพลตฟอร์มรับประกันมีบทบาทสำคัญในการทำให้กระแสเงินเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว และเชื่อมโยงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามพรมแดนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
ปฏิบัติการหลอกลวงจำนวนมาก โดยเฉพาะรูปแบบ “Pig Butchering” (การหลอกให้รักและลงทุน) มีความเชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์ โดยเหยื่อมักถูกหลอกด้วยข้อเสนองานปลอม ก่อนถูกส่งตัวไปยังศูนย์สแกมเมอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และถูกบังคับให้ทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่กดดัน พร้อมการข่มขู่หรือใช้ความรุนแรง
นายหน้าจัดหาแรงงานมีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้ โดยใช้แพลตฟอร์มในการติดต่อและดำเนินการสรรหาบุคคลเข้าทำงานในศูนย์สแกมเมอร์
จากข้อมูลบนบล็อกเชนพบว่า ค่าจัดหาแรงงานมักอยู่ในช่วง 1,000–10,000 ดอลลาร์ ซึ่งสอดคล้องกับราคาที่มีการประกาศในช่องทางต่าง ๆ ทำให้สามารถมองเห็นรูปแบบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องได้ชัดเจน
นอกจากนี้ นายหน้าหลายรายยังดำเนินงานผ่านหลายแพลตฟอร์มเพื่อขยายเครือข่าย และบางรายใช้กระดานเทรดคริปโทกระแสหลักในการรับ–โอนเงิน ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างการดำเนินงานที่มีความเป็นระบบและเชื่อมโยงกับโครงสร้างทางการเงินในวงกว้าง
เครือข่ายที่ดำเนินงานจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ภาษาจีน สามารถขยายการดำเนินงานออกไปในระดับนานาชาติผ่านการใช้คริปโทฯ เป็นเครื่องมือหลักในการรับ–โอนเงิน ด้วยความสามารถในการทำธุรกรรมข้ามพรมแดนได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เครือข่ายเหล่านี้เข้าถึงลูกค้าและแหล่งเงินทุนจากทั่วโลกได้ง่ายขึ้น
ข้อมูลธุรกรรมในปี 2025 แสดงให้เห็นว่า บริการ “เพื่อนเที่ยวระหว่างประเทศ” มีเงินไหลเข้าจากหลายประเทศ เช่น บราซิล สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สเปน และออสเตรเลีย สะท้อนให้เห็นว่ากิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในภูมิภาคเอเชีย แต่มีผลกระทบในระดับโลก
แม้รูปแบบการค้ามนุษย์แบบดั้งเดิมยังคงมีอยู่ แต่การใช้คริปโทช่วยให้การชำระเงินและการเคลื่อนย้ายเงินข้ามประเทศทำได้รวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น
ความหลากหลายของประเทศต้นทางและปลายทางของเงินทุนยังบ่งชี้ว่า เครือข่ายเหล่านี้ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการดำเนินงานในหลายประเทศอย่างเป็นระบบอีกด้วย
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความโปร่งใสของบล็อกเชนก็ช่วยให้สามารถติดตามเส้นทางการเงินข้ามพรมแดนได้ชัดเจนขึ้น ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีข้อมูลเชิงลึกในการทำความเข้าใจรูปแบบการดำเนินงานของเครือข่ายเหล่านี้ในระดับสากล
แม้เครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์จะมีความซับซ้อนมากขึ้น แต่ข้อมูลบนบล็อกเชนก็เปิดโอกาสให้สามารถตรวจจับรูปแบบธุรกรรมที่น่าสงสัยได้ รายงานได้ระบุสัญญาณความเสี่ยงสำคัญที่หน่วยงานกำกับดูแลและผู้ให้บริการคริปโทควรเฝ้าระวัง
หนึ่งในสัญญาณสำคัญคือ การชำระเงินมูลค่าสูงและสม่ำเสมอให้กับบริการจัดหาแรงงาน โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับธุรกรรมข้ามพรมแดน นอกจากนี้ ยังควรจับตาธุรกรรมปริมาณมากที่โอนผ่านแพลตฟอร์มรับประกัน รวมถึงรูปแบบการแปลง Stablecoin เป็นสกุลเงินท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องด้วย
อีกปัจจัยที่ควรเฝ้าระวังคือ กลุ่มกระเป๋าเงินดิจิทัล (wallet clusters) ที่มีความเคลื่อนไหวเชื่อมโยงกับกิจกรรมผิดกฎหมายหลายประเภท ตลอดจนการไหลของเงินไปยังพื้นที่ที่เป็นที่รู้จักว่ามีความเสี่ยงด้านการค้ามนุษย์ และความเชื่อมโยงกับช่องทางสรรหาบุคคลบน Telegram
Chainalysis ชี้ว่า การติดตามสัญญาณเหล่านี้ควรดำเนินควบคู่กับมาตรการต่อต้านการค้ามนุษย์ในรูปแบบดั้งเดิม และการให้ความรู้แก่สาธารณะ เนื่องจากเครือข่ายเหล่านี้มีการพัฒนาและปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ความโปร่งใสของเทคโนโลยีบล็อกเชนยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการตรวจจับ สกัดกั้น และบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รายงานของ Chainalysis สะท้อนให้เห็นว่า การใช้คริปโทเคอร์เรนซีในกิจกรรมที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2025 ซึ่งเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยยังสะท้อนให้เห็นอีกว่า โครงสร้างดังกล่าวทำให้การเคลื่อนย้ายเงินข้ามพรมแดนทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะผ่านการใช้ Stablecoin และการแปลงสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสกุลเงินท้องถิ่น อ
ย่างไรก็ตาม ความโปร่งใสของบล็อกเชนก็เปิดโอกาสให้สามารถติดตามเส้นทางการเงินและตรวจจับรูปแบบธุรกรรมที่ผิดปกติได้
ทั้งนี้ Chainalysis ระบุว่า การรับมือกับปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคริปโท และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ สกัดกั้น และดำเนินคดีกับเครือข่ายที่ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเครื่องมือในกิจกรรมผิดกฎหมาย
ที่มา : Chainalysis

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย