156 บจ. งดจ่ายปันผลปี 68 รายย่อยกว่า 8.6 แสนราย รอเก้อ

efinAI
หลัง บจ. รายงานงบฯปี 68 เสร็จสิ้น พบ 156 บจ. ประกาศงดจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานปี 68 รายย่อยถือหุ้นรวมกว่า 8.6 แสนราย เหตุผลหลักเป็นเพราะส่วนใหญ่ 105 บริษัท เผชิญกับผลการดำเนินงานขาดทุนในงวดดังกล่าว ส่วนกลุ่มที่มีกำไร ยังต้องการเก็บเงินสดใช้เป็นทุนหมุนเวียน – ลงทุนขยายธุรกิจ และบางรายยังมีขาดทุนสะสม !
พบ 156 บจ. งดปันผลปี 68 รายย่อยรอเก้อ
“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” สำรวจข้อมูลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) หลังทั้งหมดรายงานงบการเงินงวดปี 2568 เสร็จสิ้น พบมี 156 บริษัท ประกาศงดจ่ายเงินปันผล งวดผลการดำเนินงานดังกล่าว โดยในจำนวนบริษัทดังกล่าว มีผู้ถือหุ้นรายย่อยรวมกันทั้งหมด 860,347 ราย ดังนี้
156 บริษัทดังกล่าว ส่วนมากผลการดำเนินงานปี 68 รายงานขาดทุนสุทธิจำนวน 105 บริษัท ตั้งแต่ขาดทุนสุทธิ 0.91 – 6,199.53 ล้านบาท ดังนั้น เหตุผลหลักของการงดจ่ายเงินปันผลรอบนี้ จึงมาจากผลการดำเนินงานมีขาดทุนสุทธิ
ส่วนอีก 51 บริษัทที่ผลการดำเนินงานปี 68 มีกำไรสุทธิ แต่ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ เหตุผลหลักเป็นเพราะต้องการเก็บรักษากระแสเงินสดไว้ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัท
พบ “EA” รายย่อยถือสูงสุด 6.35 หมื่นราย
บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เป็นบริษัทที่งวดจ่ายเงินปันผลงวดปี 68 โดยมีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยมากที่สุด 63,581 ราย ซึ่งสาเหตุที่ EA ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลงวดดังกล่าวได้ เป็นเพราะผลการดำเนินงานปี 68 ขาดทุนสุทธิ 4,856 ล้านบาท
รองลงมา คือ บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ที่มีผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวน 37,709 ราย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ JAS ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลงวดดังกล่าวได้ เป็นเพราะผลการดำเนินงานปี 68 ขาดทุนสุทธิ 502 ล้านบาท
อีก 4 บจ.รายย่อยถือเกิน 2 หมื่นราย ไร้ปันผล
ยังมีอีก 4 บริษัท ที่มีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยมากกว่า 20,000 ราย แต่ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลงวดปี 68 ได้ นำโดย บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) ที่มีผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวน 25,753 ราย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ BEAUTY ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลงวดดังกล่าวได้ เป็นเพราะผลการดำเนินงานปี 68 ขาดทุนสุทธิ 59 ล้านบาท
เช่นเดียวกับ บมจ.ดับบลิว เอส โอ แอล (WSOL) ที่ผลการดำเนินงานปี 68 ขสดทุนสุทธิ 4,824 ล้านบาท จึงไม่สามารถจ่ายเงินปันผลงวดดังกล่าวให้กับผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวน 23,944 ราย
ด้าน บมจ.เอสพีที เอกซ์ (SPTX) มีผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวน 23,101 ราย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ SPTX ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลงวดดังกล่าวได้ เป็นเพราะผลการดำเนินงานปี 68 ขาดทุนสุทธิ 293 ล้านบาท
ฟาก บมจ.อี ฟอร์ แอล เอม (EFORL) ผลการดำเนินงานปี 68 มีกำไรสุทธิ 44 ล้านบาท แต่ไม่อนุมัติจ่ายเงินปันผลให้นักลงทุนรายย่อยที่ถือหุ้นทั้งหมด 21,634 ราย เนื่องจากต้องการเก็บเงินสดไว้ใช้เป็นทุนหมุนเวียนภายในกิจการ
“SVI” กำไรสูงสุด 712 ลบ. แต่ยังไร้ปันผล
ส่วน บมจ.เอสวีไอ (SVI) เป็นบริษัทในกลุ่มดังกล่าวที่รายงานกำไรสุทธิปี 68 สูงสุด จำนวน 712 ล้านบาท แต่ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนรายย่อย 5,955 ราย เนื่องจากต้องการเก็บเงินสดไว้ใช้เป็นทุนหมุนเวียนภายในกิจการ
รองลงมา คือ บมจ.เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ (SNC) ที่รายงานกำไรสุทธิปี 68 จำนวน 475 ล้านบาท แต่ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนรายย่อย 6,264 ราย เนื่องจากต้องการเก็บเงินสดไว้ใช้เป็นทุนหมุนเวียนภายในกิจการ
มีอีก 4 บจ. กำไรทะลุ 300 ลบ. แต่ไร้ปันผล
นอกจากนี้ ยังมีอีก 4 บริษัท ที่ผลการดำเนินงานปี 68 มีกำไรสุทธิมากกว่า 300 ล้านบาท แต่ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานดังกล่าวได้ นำโดย บมจ.เอสจี แคปปิตอล (SGC) ที่รายงานกำไรสุทธิปี 68 จำนวน 410 ล้านบาท แต่ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนรายย่อย 8,344 ราย เนื่องจากต้องการเก็บเงินสดไว้ใช้เป็นทุนหมุนเวียนภายในกิจการ
สอดคล้องกับ บมจ.พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น (PSGC) ที่รายงานกำไรสุทธิปี 68 จำนวน 377 ล้านบาท แต่ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนรายย่อย 7,717 ราย เนื่องจากต้องการเก็บเงินสดไว้ใช้เป็นทุนหมุนเวียนภายในกิจการ
ขณะที่ บมจ.เอ็ม ดี เอ็กซ์ (MDX) รายงานกำไรสุทธิปี 68 จำนวน 344 ล้านบาท แต่ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนรายย่อย 4,333 ราย เนื่องจากบริษัทยังมีการขาดทุนสะสมจากผลการดำเนินงานในอดีต
ปิดท้ายด้วย บมจ.เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) ที่รายงานกำไรสุทธิปี 68 จำนวน 302 ล้านบาท แต่ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนรายย่อย 8,797 ราย เนื่องจากต้องการเก็บเงินสดไว้ใช้เป็นทุนหมุนเวียนภายในกิจการ











