ส่อง 19 บจ. ผู้ถือหุ้นพุ่งเกิน 5 พันรายช่วง 1 ปี พบทั้งกำไร-ปันผล-ราคากอดคอพุ่ง !

รูป ส่อง 19 บจ. ผู้ถือหุ้นพุ่งเกิน 5 พันรายช่วง 1 ปี พบทั้งกำไร-ปันผล-ราคากอดคอพุ่ง !

efinAI


กางข้อมูลหุ้นขนาดกลาง-ใหญ่ พบ 19 บจ.ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเกิน 5 พันราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธนาคาร วงการชี้ 3 ปัจจัยหลักช่วยหนุน คือ ผลการดำเนินงานปี 68 โตเด่นเฉลี่ย 14% แถมมีถึง 14 บริษัท จ่ายเงินปันผลงวดปี 68 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน หนุนราคาหุ้นช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 13%

พบ 19 บจ. ผู้ถือหุ้นเพิ่มเกิน 5 พันรายช่วง 1 ปี

“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” สำรวจข้อมูลผู้ถือหุ้นบริษัทจดทะเบียนในดัชนี SET100 และดัชนี Sset พบว่า มี 19 บริษัทใน 2 ดัชนีดังกล่าว มีจำนวนผู้ถือหุ้นเพิ่มมากกว่า 5,000 ราย หากนับจากการปิดสมุดผู้ถือหุ้นช่วงต้นปี 2569 (เดือน เม.ย.69) เทียบกับช่วงการปิดสมุดผู้ถือหุ้นช่วงต้นปี 2568


19 บริษัทดังกล่าว เป็นหุ้นในดัชนี SET100 ทั้งหมด โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมธนาคารพาณิชย์ จำนวน 5 บริษัท รองลงมา คือกลุ่มธุรกิจพาณิชย์ที่ติดโผจำนวน 3 บริษัท ส่วนที่เหลือกระจายตัวออกไปอีกหลายกลุ่มอุตสาหกรรม

ปิดสมุดล่าสุด SCB ผู้ถือหุ้นเพิ่มสูงสุด 4.5 หมื่นราย

จากการปิดสมุดผู้ถือหุ้นช่วงต้นปี 2569 เทียบกับช่วงต้นปี 2568 ปรากฏว่า บมจ.เอสซีบี เอกซ์ (SCB) เป็นบริษัทที่มีจำนวนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนมากที่สุดถึง 45,732 ราย โดยข้อมูล ณ วันที่ 5 มี.ค.2569 ทาง SCB มีจำนวนผู้ถือหุ้นรวมทั้งหมด 129,302 ราย เทียบกับ 5 มี.ค.2568 มีผู้ถือหุ้นทั้งหมด 83,570 ราย


รองลงมา คือ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ที่ข้อมูลล่าสุด ณ 11 มี.ค.2569 มีจำนวนผู้ถือหุันทั้งหมด 131,691 ราย เทียบกับ 11 มี.ค.2568 มีจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมด 100,669 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นของผู้ถือหุ้นถึง 31,022 ราย

มีอีก 6 บจ. ผู้ถือหุ้นเพิ่มเกิน 1 หมื่นราย ในช่วง 1 ปี

นอกจากนี้ ยังมีอีก 6 บริษัท ที่มีจำนวนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 10,000 ราย ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา นำโดย บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) ที่ข้อมูลล่าสุด ณ 27 ก.พ.2569 มีจำนวนผู้ถือหุันทั้งหมด 36,961 ราย เทียบกับ 10 มี.ค.2568 มีจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมด 15,915 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นของผู้ถือหุ้นถึง 21,046 ราย, บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ข้อมูลล่าสุด ณ 12 มี.ค.2569 มีจำนวนผู้ถือหุันทั้งหมด 113,294 ราย เทียบกับ 11 มี.ค.2568 มีจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมด 92,521 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นของผู้ถือหุ้นถึง 20,773 ราย


ด้าน บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) ข้อมูลล่าสุด ณ 12 มี.ค.2569 มีจำนวนผู้ถือหุันทั้งหมด 152,171 ราย เทียบกับ 12 มี.ค.2568 มีจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมด 132,587 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นของผู้ถือหุ้นถึง 19,584 ราย, ธนาคารกรุงไทย (KTB) ข้อมูลล่าสุด ณ 12 มี.ค.2569 มีจำนวนผู้ถือหุันทั้งหมด 85,357 ราย เทียบกับ 13 มี.ค.2568 มีจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมด 67,948 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นของผู้ถือหุ้นถึง 17,409 ราย


ฟาก บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ข้อมูลล่าสุด ณ 4 มี.ค.2569 มีจำนวนผู้ถือหุันทั้งหมด 101,467 ราย เทียบกับ 17 เม.ย.2568 มีจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมด 84,525 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นของผู้ถือหุ้นถึง 16,942 ราย, ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ข้อมูลล่าสุด ณ 12 มี.ค.2569 มีจำนวนผู้ถือหุันทั้งหมด 94,835 ราย เทียบกับ 13 มี.ค.2568 มีจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมด 81,829 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นของผู้ถือหุ้นถึง 13,006 ราย

ส่องกำไรปี 68 พบโตเฉลี่ยสูงถึง 13.70%

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ถือหุ้นทั้ง 19 บริษัทดังกล่าว พบว่า มีปัจจัยหลัก 3 ปัจจัยเป็นตัวขับเคลื่อน เริ่มจากปัจจัยแรก คือ ผลการดำเนินงานงวดปี 2568 เทียบกับปี 2567 พบว่า ส่วนใหญ่สามารถเติบโตได้อย่างโดดเด่น โดยทั้งหมดมีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิในช่วงดังกล่าวเฉลี่ยถึง 13.70%

TRUE ฟื้นตัวแรงสุด ผลการดำเนินงานพลิกกำไร

บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เป็นบริษัทที่ผลการดำเนินงานปี 2568 กลับมาเติบโตสูงที่สุดถึง 184.27% จากปีก่อน หลังผลการดำเนินงานปี 2568 กลับมารายงานกำไรสุทธิ 9,240 ล้านบาท เทียบกับงวดผลการดำเนินงานปี 2567 รายงานขาดทุนสุทธิ 10,965 ล้านบาท


และยังมีอีก 4 บริษัท ที่ผลการดำเนินงานงวดปี 2568 เติบโตจากปีก่อนระดับเลข 2 หลัก (Double Digit) นำโดย บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ที่ผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 47,885 ล้านบาท เติบโตขึ้น 36.52% จากปีก่อน


บมจ.จริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 25,197 ล้านบาท เติบโตขึ้น 28.83% จากปีก่อน, บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 5,135 ล้านบาท เติบโตขึ้น 17.80% จากปีก่อน และ บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) ผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 28,206 ล้านบาท เติบโตขึ้น 11.29% จากปีก่อน

14 บจ. จ่ายปันผลปี 68 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน

ขณะที่ ปัจจัยที่ 2 ที่ทำให้จำนวนผู้ถือหุ้นในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น คือ การจ่ายเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีถึง 14 บริษัท จาก 19 บริษัท ที่มีการจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานปี 2568 เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ดังนี้


โดย บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) เป็นบริษัทที่มีการจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานปี 2568 เพิ่มขึ้นจากปี 2567 มากที่สุดถึง 23.69 บาท/หุ้น หลังผลการดำเนินงานปี 2568 จ่ายเงินปันผล 2 ครั้งรวม 34.30 บาท/หุ้น เทียบกับงวดปี 2567 ที่จ่ายเงินปันผล 2 ครั้งรวม 10.61 บาท/หุ้น เท่านั้น


มีอีก 3 บริษัท ที่การจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานปี 2568 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนมากกว่า 1 บาท/หุ้น ประกอบด้วย บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ที่ผลการดำเนินงานงวดปี 2568 จ่ายเงินปันผล 11 บาท/หุ้น เทียบกับปี 2567 จ่ายเงินปันผลรวม 5 บาท/หุ้น คิดเป็นการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นถึง 6 บาท/หุ้น


ต่อด้วย ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ที่ผลการดำเนินงานงวดปี 2568 จ่ายเงินปันผล 14 บาท/หุ้น เทียบกับปี 2567 จ่ายเงินปันผลรวม 12 บาท/หุ้น คิดเป็นการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น 2 บาท/หุ้น และ บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) ที่ผลการดำเนินงานงวดปี 2568 จ่ายเงินปันผล 1.81 บาท/หุ้น เทียบกับปี 2567 จ่ายเงินปันผลรวม 0.60 บาท/หุ้น คิดเป็นการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น 1.21 บาท/หุ้น

ราคาหุ้นช่วง 1 ปีล่าสุด ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 12.77%

ส่วนปัจจัยสุดท้าย คือ ผลตอบแทนราคาหุ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาของทั้ง 19 บริษัทดังกล่าว ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 12.77% ดังนี้


ทั้งนี้ บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) เป็นบริษัทที่ผลตอบแทนราคาหุ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นมากที่สุดถึง 50.70% รองลงมา คือ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ที่ผลตอบแทนราคาหุ้นช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นสูงถึง 46.38%


มีอีก 7 บริษัท ที่ผลตอบแทนราคาหุ้นช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นมากกว่า 20% นำโดย ธนาคารกรุงไทย (KTB) ที่ผลตอบแทนราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 45.37%, บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) ผลตอบแทนราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 39.35%, บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ผลตอบแทนราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 29.64%


ด้าน บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ผลตอบแทนราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 29.35%, ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ผลตอบแทนราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 26.32%, ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ผลตอบแทนราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 24.61% และ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ที่ผลตอบแทนราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 20.17%

แท็กที่เกี่ยวข้อง