49 บจ. ปิดโครงการซื้อหุ้นคืน 6 เดือนหลังใช้งบ 2.39 หมื่นลบ. ดันราคาพุ่งเฉลี่ย 7.67%

efinAI
กางสถิติ บจ.ปิดโครงการซื้อหุ้นคืน 6 เดือนหลัง พบมี 49 บริษัทใช้เงินซื้อคืนรวม 2.39 หมื่นล้านบาท จากเป้า 5.88 หมื่นล้านบาท มีเพียง 4 บจ.เท่านั้น ที่ควักเงินเกิน 1 พันล้านบาท เก็บหุ้นคืน ขณะที่มี 3 บริษัท เปิดโครงการแต่ไม่ช้อนคืนแม้แต่หุ้นเดียว ส่วนราคาหุ้นระหว่างโครงการส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น เฉลี่ย 7.67% สูงสุด 81.97%
*** 49 บจ. ซื้อหุ้นคืน 2.39 หมื่นลบ. จากงบรวม 5.8 หมื่นลบ.
“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” สำรวจข้อมูลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่จบโครงการซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock) ช่วง 6 เดือนล่าสุด พบว่า มี 49 บริษัทสิ้นสุดโครงการดังกล่าว โดยใช้เงินซื้อหุ้นคืนรวมกัน 23,937 ล้านบาท จากเป้าหมายที่วางงบรวมกันทั้งหมด 58,825 ล้านบาท ดังนี้
| สรุปผลซื้อหุ้นคืนตั้งแต่ ก.ย.68 | |||
| ชื่อย่อหุ้น | ช่วงเวลา | มูลค่าที่ซื้อได้ (ลบ.) [เป้าหมาย ลบ.] | ซื้อได้ (ลห.) [เป้าหมาย (ลห.)] |
| PTT | 24 มี.ค.-23 ก.ย.68 | 7,548 [16,000] | 238.66 [470] |
| TTB | 22 ม.ค.-4 ก.พ.69 | 6,283 [8,900] | 3,095.22 [4,684] |
| CPALL | 16 พ.ค.-14 พ.ย.68 | 3,358 [7,500] | 71.59 [150] |
| HMPRO | 1 เม.ย.-30 ก.ย.68 | 1,355 [7,000] | 180.19 [800] |
| SPALI | 19 พ.ค.-18 พ.ย.68 | 957 [2,000] | 66.59 [120] |
| PRM | 3 มี.ค.-3 ก.ย.68 | 671 [1,400] | 107.11 [175] |
| ACE | 10 มี.ค.-5 ก.ย.68 | 419 [500] | 324.88 [400] |
| BA | 2 มิ.ย.-2 ธ.ค.68 | 361 [1,000] | 25.69 [64] |
| SJWD | 22 เม.ย.-22 ต.ค.68 | 297 [300] | 34.49 [50] |
| AEONTS | 22 พ.ค.-21 พ.ย.68 | 264 [390] | 2.50 [2.50] |
| PCSGH | 19 พ.ค.-17 พ.ย.68 | 240 [300] | 75 [75] |
| HUMAN | 5 มี.ค.-4 ก.ย.68 | 238 [250] | 31.25 [31.25] |
| NOVA | 21 พ.ค.-20 พ.ย.68 | 197 [204] | 16.34 [16.50] |
| RBF | 2 มิ.ย.-28 พ.ย.68 | 178 [500] | 49.50 [100] |
| ASP | 1 เม.ย.-30 ก.ย.68 | 176 [500] | 73.71 [210] |
| SKR | 31 มี.ค.-25 ก.ย.68 | 161 [700] | 23 [87.50] |
| SAPPE | 20 มิ.ย.-19 ธ.ค.68 | 150 [250] | 4.65 [5] |
| TRP | 3 มี.ค.-2 ก.ย.68 | 119 [120] | 20.20 [21] |
| STECON | 18 มี.ค.-17 ก.ย.68 | 107 [900] | 16.99 [150] |
| TRU | 20 ส.ค.68-19 ก.พ.69 | 82 [200] | 21.33 [54] |
| KAMART | 23 มิ.ย.-24 พ.ย.68 | 77 [210] | 9.91 [30] |
| TTA | 18 ส.ค.68-13 ก.พ.69 | 74 [1,000] | 16.77 [182.25] |
| TKS | 29 ส.ค.68-28 ก.พ.69 | 70 [300] | 11.59 [30] |
| K | 17 มี.ค.-26 พ.ค.68 | 65 [66] | 44.14 [45] |
| KISS | 19 พ.ค.-18 พ.ย.68 | 46 [60] | 15 [15] |
| SORKON | 3 มี.ค.-31 ส.ค.68 | 45 [81] | 10.63 [16.17] |
| ASEFA | 10 มี.ค.-9 ก.ย.68 | 42 [70] | 13.07 [20] |
| AAI | 28 พ.ค.-28 พ.ย.68 | 37 [312] | 8.35 [65] |
| EASON | 19 พ.ค.-18 พ.ย.68 | 34 [56] | 29.29 [56.68] |
| HL | 19 พ.ค.-18 พ.ย.68 | 29 [100] | 4.24 [15] |
| PIMO | 28 ก.พ.-27 ส.ค.68 | 28 [30] | 24.79 [24.79] |
| KOOL | 18 ส.ค.68-17 ก.พ.69 | 27 [65] | 100 [235] |
| LEE | 16 พ.ค.-17 พ.ย.68 | 22 [180] | 8.90 [70] |
| SFLEX | 1 เม.ย.-30 ก.ย.68 | 19 [70] | 6.43 [28] |
| MGC | 18 มี.ค.-17 ก.ย.68 | 19 [100] | 6.20 [30] |
| ALT | 1 ก.ย.68-28 ก.พ.69 | 18 [20] | 17.08 [22] |
| ASIAN | 30 พ.ค.-28 พ.ย.68 | 18 [210] | 2.54 [25] |
| NAT | 1 มิ.ย.-30 พ.ย.68 | 17 [32] | 5.40 [8] |
| SYNTEC | 18 มี.ค.- 17 ก.ย.68 | 17 [150] | 10.36 [90] |
| SAV | 1 พ.ค.-31 ต.ค.68 | 16 [180] | 1.57 [12.80] |
| BJCHI | 29 เม.ย.- 28 ต.ค.68 | 10 [12] | 12.23 [14] |
| INSET | 13 ส.ค.68-12 ก.พ.69 | 10 [78] | 6.24 [40] |
| CHAO | 15 พ.ค.-14 พ.ย.68 | 6 [70] | 1.31 [11] |
| TAN | 7 มี.ค.-5 ก.ย.68 | 3 [24] | 0.80 [4] |
| VIH | 17 มี.ค.-16 ก.ย.68 | 3 [200] | 0.40 [26.67] |
| QH | 4 มิ.ย.-28 พ.ย.68 | 2 [1,200] | 1.66 [750] |
| THANA | 1 มี.ค.-31 ส.ค.68 | ไม่ซื้อ [30] | ไม่ซื้อ [27] |
| TMI | 1 ส.ค.68-31 ม.ค.69 | ไม่ซื้อ [5] | ไม่ซื้อ [11] |
| CPN | 18 ส.ค.-17 ก.พ.69 | ไม่ซื้อ [5,000] | ไม่ซื้อ [111] |
| ที่มา : SETSMART ณ 17 ก.พ.69 | |||
*** “PTT” ควักเงินซื้อหุ้นคืนมากสุด 7.5 พันลบ.
บมจ.ปตท. (PTT) เป็นบริษัทที่ในช่วงดังกล่าวใช้เงินซื้อหุ้นคืนมากที่สุด 7,548.89 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนทั้งหมด 238.66 ล้านหุ้น เทียบกับเป้าหมายที่วางงบซื้อหุ้นคืนไว้ที่ 16,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนหุ้นไม่เกิน 470 ล้านหุ้น มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 24 มี.ค. – 23 ก.ย.68
รองลงมา คือ ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ที่ใช้เงินซื้อหุ้นคืน 6,283.31 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ 3,095.22 ล้านหุ้น ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางงบซื้อหุ้นคืนไว้ที่ 8,900 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 4,684 ล้านหุ้น มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 22 ม.ค. – 4 ก.พ.69
*** พบอีก 2 บจ. ใช้เงินซื้อหุ้นคืนเกิน 1 พันลบ.
มีอีก 2 บริษัท ที่ในช่วงดังกล่าวใช้เงินมากกว่า 1,000 ล้านบาท ซื้อหุ้นคืน ประกอบด้วย บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) ใช้เงิน 3,358.42 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 71.59 ล้านหุ้น เทียบกับเป้าหมายที่วางงบซื้อหุ้นคืนไว้ที่ 7,500 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 150 ล้านหุ้น มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 16 พ.ค. – 14 พ.ย.68
ด้าน บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) ใช้เงิน 1,355.13 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 180.19 ล้านหุ้น เทียบกับเป้าหมายที่วางงบซื้อหุ้นคืนไว้ที่ 7,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 800 ล้านหุ้น มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 1 เม.ย. – 30 ก.ย.68
*** 3 บจ. ไม่เก็บหุ้นคืน แต่ราคาพุ่งเฉลี่ย 13% !
ขณะเดียวกัน มี 3 บริษัท ที่ในช่วงดังกล่าว ไม่มีการซื้อหุ้นคืนเลยแม้แต่หุ้นเดียว ประกอบด้วย บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืน 5,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 111 ล้านหุ้น มีระยะเวลาโครงการ 18 ส.ค.68 – 17 ก.พ.69 แต่ไม่มีการซื้อหุ้นคืนตามที่เปิดโครงการ
โดย CPN ชี้เเจงถึงสาเหตุที่ไม่ได้ซื้อหุ้นคืนแม้แต่หุ้นเดียว เป็นเพราะก่อนเปิดโครงการ Treasury Stock ราคาหุ้น CPN อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานที่ควรจะเป็น แต่ในช่วงที่บริษัทได้เปิดโครงการดังกล่าวไปแล้ว ปรากฏว่าราคาหุ้น CPN กลับทยอยปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้ในระยะเวลาโครงการราคาหุ้น CPN ปรับตัวขึ้นถึง 22.22% ดังนั้น บริษัทจึงไม่ได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืนในช่วงดังกล่าว
ส่วนอีก 2 บริษัท ที่ประกาศเปิดโครงการซื้อหุ้นคืน แต่กลับไม่มีการซื้อหุ้นคืนแม้แต่หุ้นเดียว ประกอบด้วย บมจ.ธนาสิริ กรุ๊ป (THANA) ที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืน 30 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 27 ล้านหุ้น มีระยะเวลาโครงการ 1 มี.ค. – 31 ส.ค.68 แต่ไม่มีการซื้อหุ้นคืนตามที่เปิดโครงการ อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น THANA ในช่วง Treasury Stock สามารถปรับตัวขึ้นได้ 2.97%
เช่นเดียวกับ บมจ.ธีระมงคล อุตสาหกรรม (TMI) ที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืน 5 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 11 ล้านหุ้น มีระยะเวลาโครงการ 1 ส.ค.68 – 31 ม.ค.69 แต่ไม่มีการซื้อหุ้นคืนตามที่เปิดโครงการแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น TMI ในช่วง Treasury Stock สามารถปรับตัวขึ้นได้ถึง 13.64%
*** ส่องราคาหุ้นช่วงโครงการ ดีดเฉลี่ย 7.67%
อย่างไรก็ตาม เมื่อสำรวจราคาหุ้นในระยะเวลาโครงการรับซื้อหุ้นคืน ของทั้ง 49 บริษัทดังกล่าว พบว่า ส่วนใหญ่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นทาง”บวก” ถึง 30 บริษัท ส่งผลให้ผลตอบแทนราคาหุ้นในช่วงโครงการ Treasury Stock ของทั้ง 49 บริษัท บวกเฉลี่ยถึง 7.67% ดังนี้
| 49 บจ. ซื้อหุ้นคืน 6 เดือนหลัง ราคาหุ้นบวกเฉลี่ย 7.67% | |||
| ชื่อย่อหุ้น | ราคาก่อนประกาศ โครงการ (บ.) | ราคาปิดวันสิ้นสุด (บ.) | %chg |
| STECON | 4.88 | 8.88 | 81.97 |
| INSET | 1.66 | 2.54 | 53.01 |
| NOVA | 6 | 9 | 50.00 |
| ASP | 1.99 | 2.7 | 35.68 |
| ASEFA | 2.86 | 3.76 | 31.47 |
| ALT | 0.91 | 1.19 | 30.77 |
| HL | 5.75 | 7.4 | 28.70 |
| KAMART | 7 | 8.75 | 25.00 |
| TRU | 3.16 | 3.92 | 24.05 |
| CPN | 51.75 | 63.25 | 22.22 |
| BJCHI | 0.66 | 0.8 | 21.21 |
| SJWD | 6.95 | 8.3 | 19.42 |
| SYNTEC | 1.66 | 1.98 | 19.28 |
| KOOL | 0.26 | 0.31 | 19.23 |
| LEE | 2.24 | 2.66 | 18.75 |
| EASON | 0.99 | 1.17 | 18.18 |
| SPALI | 14.2 | 16.5 | 16.20 |
| TMI | 0.44 | 0.5 | 13.64 |
| PTT | 29.75 | 33 | 10.92 |
| BA | 13.1 | 14.5 | 10.69 |
| AAI | 4.06 | 4.46 | 9.85 |
| SAPPE | 28.5 | 31.25 | 9.65 |
| TKS | 6.2 | 6.7 | 8.06 |
| VIH | 7.2 | 7.7 | 6.94 |
| ACE | 1.26 | 1.32 | 4.76 |
| THANA | 1.01 | 1.04 | 2.97 |
| HUMAN | 7.1 | 7.3 | 2.82 |
| TTA | 4.46 | 4.54 | 1.79 |
| ASIAN | 7.15 | 7.25 | 1.40 |
| MGC | 3.02 | 3.04 | 0.66 |
| SKR | 8 | 8 | ไม่เปลี่ยนแปลง |
| TTB | 1.98 | 1.98 | ไม่เปลี่ยนแปลง |
| SFLEX | 2.78 | 2.76 | -0.72 |
| K | 1.25 | 1.23 | -1.60 |
| PCSGH | 3.22 | 3.08 | -4.35 |
| SORKON | 4.18 | 3.96 | -5.26 |
| HMPRO | 7.95 | 7.45 | -6.29 |
| AEONTS | 102 | 95.5 | -6.37 |
| KISS | 3.44 | 3.02 | -12.21 |
| NAT | 3.64 | 3.18 | -12.64 |
| QH | 1.47 | 1.28 | -12.93 |
| PRM | 7.5 | 6.45 | -14.00 |
| TAN | 5 | 4.24 | -15.20 |
| CPALL | 52.25 | 44.25 | -15.31 |
| PIMO | 1.19 | 1 | -15.97 |
| RBF | 4.3 | 3.5 | -18.60 |
| SAV | 16.3 | 12.3 | -24.54 |
| TRP | 6.95 | 5.05 | -27.34 |
| CHAO | 5.95 | 4.16 | -30.08 |
| ที่มา : SETSMART ณ 17 ก.พ.69 | |||
บมจ.สเตคอน กรุ๊ป (STECON) เป็นบริษัทที่ผลตอบแทนราคาหุ้นในช่วงโครงการ Treasury Stock ปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 81.97% หลังใช้เงินซื้อหุ้นคืน 107.07 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 16.99 ล้านหุ้น ซึ่งค่อนข้างห่างไกลกับเป้าหมายที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืนไว้ถึง 900 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 150 ล้านหุ้น
รองลงมา คือ บมจ.อินฟราเซท (INSET) ที่ราคาหุ้นช่วงโครงการ Treasury Stock ปรับตัวขึ้นสูงถึง 53.01% หลังใช้เงินซื้อหุ้นคืน 10.28 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 6.24 ล้านหุ้น ซึ่งค่อนข้างห่างไกลกับเป้าหมายที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืนไว้ 70 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 40 ล้านหุ้น
ยังมีอีก 4 บริษัท ที่ผลตอบแทนราคาหุ้นช่วงโครงการซื้อหุ้นคืนปรับตัวขึ้นมากกว่า 30% นำโดย บมจ.โนวา เอมไพร์ (NOVA) ที่ราคาหุ้นช่วงโครงการ Treasury Stock ปรับตัวขึ้นสูงถึง 50% หลังใช้เงินซื้อหุ้นคืน 197.36 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 16.34 ล้านหุ้น ตามเป้าหมายที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืนไว้ 204.60 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 16.50 ล้านหุ้น
ด้าน บมจ.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (ASP) ราคาหุ้นช่วงโครงการ Treasury Stock ปรับตัวขึ้นสูงถึง 50% หลังใช้เงินซื้อหุ้นคืน 176.56 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 73.71 ล้านหุ้น ซึ่งค่อนข้างห่างไกลกับเป้าหมายที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืนไว้ 500 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 210 ล้านหุ้น
ขณะที่ บมจ.อาซีฟา (ASEFA) ราคาหุ้นช่วงโครงการ Treasury Stock ปรับตัวขึ้นสูงถึง 31.47% หลังใช้เงินซื้อหุ้นคืน 42.23 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 13.07 ล้านหุ้น ซึ่งค่อนข้างห่างไกลกับเป้าหมายที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืนไว้ 70 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 20 ล้านหุ้น
ฟาก บมจ.เอแอลที เทเลคอม (ALT) ราคาหุ้นช่วงโครงการ Treasury Stock ปรับตัวขึ้นสูงถึง 30.77% หลังใช้เงินซื้อหุ้นคืน 18.62 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 17.08 ล้านหุ้น ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืนไว้ 20 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 22 ล้านหุ้น
ส่วน บมจ.เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี (CHAO) เป็นบริษัทที่ผลตอบแทนราคาหุ้นในช่วงโครงการ Treasury Stock ติดลบมากสุดถึง 30.08% หลังใช้เงินซื้อหุ้นคืน 5.90 ล้านบาท เก็บหุ้นคืนได้ทั้งหมด 1.31 ล้านหุ้น ห่างไกลกับเป้าหมายที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืนไว้ถึง 70 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 11 ล้านหุ้น










