เปิดโพย 18 บจ. ราคาหุ้น Laggard แต่กำไรปีนี้จ่อโต 2 หลัก

efinAI
ส่องบทวิเคราะห์จาก IAA Consensus ล่าสุด พบ 18 บริษัท ราคาหุ้น Laggard ดัชนีหุ้นไทย แต่ถูกโบรกเกอร์คาดกำไรปีนี้โตแรง 10 – 239% ส่วนใหญ่เป็นหุ้น SET100 กลุ่มพาณิชย์ติดโผเพียบ ขณะที่ราคาหุ้นซื้อขายล่าสุดมีอัปไซด์อื้อ สูงสุดถึง 49% !
วงการแนะเก็บหุ้น Laggard กำไรโตแกร่ง
“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” สำรวจกลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทย (SET) จากโบรกเกอร์ พบว่า นักวิเคราะห์เริ่มแนะนำบริษัทในลักษณะที่ราคาหุ้นปีนี้ยังปรับตัวขึ้นไม่มาก หรือ Laggard ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ที่ปีนี้ปรับตัวขึ้นสูงถึง 290.66 จุด หรือ 23.07% ประกอบกับ ผลการดำเนินงานปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง โดยคาดการณ์ว่าในระยะถัดไป บริษัทลักษณะดังกล่าว ราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้
โดย ผลสำรวจบทวิเคราะห์จาก IAA Consensus ล่าสุด พบ 18 บริษัท ราคาหุ้นปีนี้ยัง Laggard ดัชนีหุ้นไทย แต่ถูกโบรกเกอร์มากกว่า 2 แห่งขึ้นไป ประเมินว่า ผลการดำเนินงานปี 2569 มีแนวโน้มที่กำไรสุทธิจะเติบโตทะลุ 2 หลัก (Double Digit) ดังนี้
| 18 บจ. ราคาหุ้น Laggard แต่กำไรจ่อโตแกร่ง | ||||
| ชื่อย่อหุ้น | บล. | กำไรปี 69 (ลบ.) [%chg YoY] | ราคาเหมาะสม (บ.) [%อัปไซด์] | ราคาปิดล่าสุด (บ.) [%chg YTD] |
| CPALL | เอเซีย พลัส | 32,574 [15.49] | 59 [21.19] | 46.50 [6.90] |
| ฟินันเซียฯ | 31,367 [11.21] | 63 [26.19] | ||
| อินโนเวสท์ฯ | 31,013 [10.10] | 65 [28.46] | ||
| โกลเบล็ก | 30,876 [10.00] | 65 [28.46] | ||
| MINT | เคจีไอ | 10,200 [13.22] | 28.50 [23.16] | 21.90 [-9.88] |
| หยวนต้า | 10,074 [11.82] | 30.50 [28.20] | ||
| ฟินันเซียฯ | 9,971 [10.68] | 33.50 [34.63] | ||
| ทรีนีตี้ | 9,917 [10.08] | 35.20 [37.78] | ||
| MTC | พาย | 7,632 [13.52] | 39 [28.21] | 28 [-11.11] |
| เอเซีย พลัส | 7,620 [13.34] | 39 [28.21] | ||
| ฟินันเซียฯ | 7,612 [13.22] | 46 [39.13] | ||
| บัวหลวง | 7,557 [12.41] | 46 [39.13] | ||
| ทิสโก้ | 7,542 [12.18] | 55 [49.09] | ||
| SAWAD | เอเซีย พลัส | 5,670 [12.93] | 25 [13.20] | 21.70 [-14.90] |
| ทรีนีตี้ | 5,602 [11.57] | 35 [38] | ||
| ฟินันเซียฯ | 5,551 [10.56] | 35 [38] | ||
| AP | หยวนต้า | 5,078 [17.63] | 10.10 [25.74] | 7.50 [-12.79] |
| เมย์แบงก์ฯ | 4,943 [14.50] | 10.50 [28.57] | ||
| เอเซีย พลัส | 4,720 [10.00] | 12 [37.50] | ||
| LH | บัวหลวง | 4,366 [17.49] | 4 [10.00] | 3.64 [-3.70] |
| หยวนต้า | 4,277 [15.10] | 4.10 [11.22] | ||
| เคจีไอ | 4,189 [12.73] | 4 [10.00] | ||
| ฟิลลิป | 4,051 [10.00] | 4.50 [19.11] | ||
| CBG | เอเซีย พลัส | 3,103 [33.75] | 55 [28.18] | 39.50 [-9.20] |
| กรุงศรี | 3,099 [33.58] | 60 [34.17] | ||
| ฟินันเซียฯ | 2,663 [14.78] | 43 [8.14] | ||
| บัวหลวง | 2,659 [14.61] | 49 [19.39] | ||
| MRDIYT | แลนด์แอนด์เฮ้าส์ | 3,089 [17.41] | 10.49 [13.73] | 9.05 [4.02] |
| เมย์แบงก์ฯ | 3,081 [17.10] | 10.60 [14.62] | ||
| ฟินันเซียฯ | 3,053 [16.04] | 10.40 [12.98] | ||
| บัวหลวง | 3,006 [14.25] | 10.60 [14.62] | ||
| BCPG | โกลเบล็ก | 2,906 [239.88] | 12 [43.33] | 6.80 [0.74] |
| เมย์แบงก์ฯ | 2,479 [189.94] | 10 [32.00] | ||
| หยวนต้า | 2,335 [173.10] | 10.30 [33.98] | ||
| ฟินันเซียฯ | 2,333 [172.87] | 9.20 [26.09] | ||
| กรุงศรี | 2,044 [139.06] | 9 [24.44] | ||
| MEGA | ทิสโก้ | 2,509 [31.22] | 44 [21.02] | 34.75 [3.73] |
| ฟินันเซียฯ | 2,497 [30.60] | 43 [19.19] | ||
| เมย์แบงก์ฯ | 2,223 [16.27] | 42 [17.26] | ||
| พาย | 2,204 [15.27] | 40 [13.13] | ||
| BGRIM | บัวหลวง | 2,425 [44.78] | 20 [33.00] | 13.40 [-4.96] |
| แลนด์แอนด์เฮ้าส์ | 2,213 [32.12] | 19.10 [29.84] | ||
| เอเซีย พลัส | 2,155 [28.66] | 16 [16.25] | ||
| โกลเบล็ก | 2,087 [24.60] | 20 [33.00] | ||
| ฟินันเซียฯ | 2,068 [23.46] | 17 [21.18] | ||
| TASCO | เอเซีย พลัส | 1,578 [38.79] | 15 [8.00] | 13.80 [0.73] |
| ทิสโก้ | 1,578 [38.79] | 16.50 [16.36] | ||
| หยวนต้า | 1,563 [37.47] | 17.40 [20.69] | ||
| ORI | กรุงศรี | 990 [37.50] | 2 [14.50] | 1.71 [-4.47] |
| ฟิลลิป | 835 [15.97] | 2.26 [24.34] | ||
| DOHOME | พาย | 799 [32.95] | 4.10 [12.20] | 3.60 [9.48] |
| ฟินันเซียฯ | 736 [22.46] | 3.9 [7.69] | ||
| หยวนต้า | 720 [19.80] | 3.90 [7.69] | ||
| บัวหลวง | 661 [10.00] | 4.20 [14.29] | ||
| BBIK | กรุงศรี | 389 [14.08] | 24.30 [32.10] | 16.50 [7.84] |
| ฟินันเซียฯ | 383 [12.32] | 25.50 [35.29] | ||
| เมย์แบงก์ฯ | 382 [12.02] | 28.20 [41.49] | ||
| แลนด์แอนด์เฮ้าส์ | 381 [11.73] | 28 [41.07] | ||
| ADVICE | แลนด์แอนด์เฮ้าส์ | 349 [30.71] | 7.31 [17.92] | 6 [2.56] |
| โกลเบล็ก | 336 [25.84] | 7 [14.29] | ||
| บัวหลวง | 311 [16.48] | 7 [14.29] | ||
| หยวนต้า | 310 [16.10] | 6.70 [10.45] | ||
| MASTER | เอเซีย พลัส | 251 [26.77] | 12 [32.50] | 8.10 [8.72] |
| กรุงศรี | 228 [15.15] | 9.10 [10.99] | ||
| ดาโอ | 223 [12.63] | 9 [10.00] | ||
| MAGURO | เคจีไอ | 196 [31.54] | 25 [34.40] | 16.40 [-21.90] |
| ดาโอ | 189 [26.85] | 28 [41.43] | ||
| หยวนต้า | 167 [12.08] | 24.10 [31.95] | ||
| ฟินันเซียฯ | 165 [10.74] | 26 [36.92] | ||
| *อัปไซด์เทียบราคาปิด 22 พ.ค.69 | ||||
18 บริษัทดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นบริษัทในดัชนี SET100 จำนวน 12 บริษัท โดยเป็นบริษัทนอกดัชนี SET100 เพียง 6 บริษัท เท่านั้น กลุ่มธุรกิจพาณิชย์ติดโผมากสุด จำนวน 5 บริษัท รองลงมา คือ กลุ่มอุตสาหกรรมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ติดโผจำนวน 3 บริษัท
“BCPG” ถูกคาดกำไรปีนี้โตแรงสุดถึง 239%
บมจ.บีซีพีจี (BCPG) เป็นบริษัทที่ถูกนักวิเคราะห์ประเมินว่ากำไรสุทธิปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตจากปีก่อนมากที่สุดถึง 139.06 – 239.88% หลังถูกประเมินกำไรสุทธิไว้ที่ 2,044 – 2,906 ล้านบาท มีปัจจัยหนุนจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ Monsoon แบบเต็มปีครั้งแรก และมีการปรับขึ้นค่าความพร้อมจ่ายรอบเดือนน มิ.ย.2569 -พ.ค.2570 เป็น 329 ดอลลาร์/MW/วัน ขณะที่ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี (YTD) ของ BCPG กลับปรับตัวขึ้นได้เพียง 0.74% เท่านั้น
รองลงมา คือ บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) ที่ถูกคาดกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 2,068 – 2,425 ล้านบาท เติบโตขึ้น 23.46 – 44.78% จากปีก่อน ปัจจัยหนุนการเติบโตมาจากการรับรู้รายได้ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Nakwol 1 ขนาดกำลังผลิต 265 MW ที่เริ่มเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์ (COD) ตั้งแต่ไตรมาส 4/68
นอกจากนี้ BGRIM ยังจะมีการรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ NERH ในสหรัฐฯขนาดกำลังผลิต 406 MW ที่เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา และยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Nakwol 2 ขนาดกำลังผลิต 375 MW และ Data Center เฟส 1 กำลังการผลิต 50 MW เริ่ม COD บางส่วนตั้งแต่ไตรมาส 4/68
อีกทั้ง นักวิเคราะห์ยังประเมินว่า ต้นทุน Pool Gas จะลดลงมาอยู่ที่ 290 บาท/MMBtu ในปี 2569 ซึ่งสอดคล้องกับการประมาณการของ BGRIM และ PTT อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น YTD ของ BGRIM กลับปรับตัวลดลง 4.96%
อีก 7 บจ. ถูกคาดกำไรปีนี้จ่อโตเกิน 30%
ขณะเดียวกัน มีอีก 7 บริษัท ถูกโบรกเกอร์คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตจากปีก่อนมากกว่า 30% นำโดย บมจ.ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO) ที่ถูกคาดกำไรสุทธิปีนี้ไว้ที่ 1,563 – 1,578 ล้านบาท เติบโตขึ้น 37.47 – 38.79% จากปีก่อน มีปัจจัยหนุนจากปริมาณขายยางมะตอยในประเทศฟื้นตัว หลังผ่านช่วงการเลือกตั้ง และได้แกนนำรัฐบาลเดิม ส่งผลให้แนวทางการลงทุนของภาครัฐมีลักษณะคล้ายเดิม (การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐไม่ต้องรอการตั้งรัฐบาลใหม่เหมือน 2 ครั้งก่อน) ขณะที่ ราคาหุ้น YTD ปรับตัวขึ้นเพียง 0.73% เท่านั้น
ด้าน บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) ถูกคาดกำไรสุทธิปีนี้ไว้ที่ 835 – 990 ล้านบาท เติบโตขึ้น 15.97 – 37.50% จากปีก่อน มีปัจจัยหนุนจากการระบายสต๊อกในโครงการคอนโดมิเนียมแบบร่วมทุน (JV) เป็นหลัก และจะมีคอนโดฯครบกำหนดการโอนกรรมสิทธิ์เข้ามาอีก 7 โครงการ มูลค่ารวม 14,440 ล้านบาท ซึ่งเป็นคอนโดฯส่วนของ ORI มากขึ้น ทำให้ภาพรายได้โอน และ GPM สูงขึ้นกว่าปีก่อน จากสินค้าใหม่ที่มีการโอนล่าช้า แต่ราคาหุ้น ORI ตั้งแต่ต้นปี ยังปรับตัวลง 4.47%
ฟาก บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) ถูกคาดกำไรสุทธิปีนี้ไว้ที่ 2,659 – 3,103 ล้านบาท เติบโตขึ้น 14.61 – 33.75% จากปีก่อน หนุนโดยยอดขายรวมที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้น 20% จากปีก่อน สะท้อนจากยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศมีแนวโน้มเติบโต 5% ตามกลยุทธ์ราคา 10 บาท/ขวด และมีการขยายเครือข่ายจัดจำหน่ายสินค้าร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ที่ยังมีโอกาสเพิ่มได้อีกในโซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และช่องทางจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นตามการขยายสาขาของ CJ Mall ซึ่งมีแผนขยายสาขาอีก 500 แห่ง ในปีนี้ แต่ราคาหุ้น CBG ปีนี้ ยังปรับตัวลง 9.20%
ต่อด้วย บมจ.ดูโฮม (DOHOME) ที่ถูกคาดกำไรสุทธิปีนี้ไว้ที่ 661 – 799 ล้านบาท เติบโตขึ้น 10 – 32.95% จากปีก่อน มีปัจจัยหนุนจากอัตราการเติบโตยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ยังคงทรงตัวจากปีก่อน แต่ GPM มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 16 bps จากการเพิ่มสัดส่วนการทำกำไรจากกลุ่มสินค้า Private Brand โดยราคาหุ้น DOHOME ปีนี้ ปรับตัวขึ้น 9.48%
ขณะที่ บมจ.มากุโระ กรุ๊ป (MAGURO) ถูกคาดกำไรสุทธิปีนี้ไว้ที่ 165 – 196 ล้านบาท เติบโตขึ้น 10.74 – 31.54% จากปีก่อน ปัจจัยหนุนการเติบโตจากผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มโดดเด่นอย่างมีนัยสำคัญ จากการขยายสาขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ใหม่อย่าง Kaiten Sushi Ginza Onodera ที่จะเปิดตัวเดือน ก.ค.นี้ คาดมีกระแสตอบรับดี และมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มเมนูเป็น Every Day Dinning และกำลังซื้อในประเทศฟื้นตัว แต่ราคาหุ้น MAGURO ปีนี้ ปรับตัวลงถึง 21.90%
บมจ.เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ (MEGA) ถูกคาดกำไรสุทธิปีนี้ที่ 2,204 – 2,509 ล้านบาท เติบโตขึ้น 15.27 – 31.22% จากปีก่อน หนุนโดยยอดขาย MEGA WE Care มีแนวโน้มเติบโต 8 – 12% จากปีก่อน ขณะที่ ธุรกิจจัดจำหน่ายคาดว่ารายได้จะฟื้นตัวได้ หลังปัญหาใบอนุญาตนำเข้าสินค้าคลี่คลายตั้งแต่ปลายปี 2568 โดยราคาหุ้น MEGA ปีนี้ เพิ่งปรับตัวขึ้นได้เพียง 3.73% เท่านั้น
ส่วน บมจ.แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท (ADVICE) ถูกคาดกำไรสุทธิปีนี้ไว้ที่ 310 – 349 ล้านบาท เติบโตขึ้น 16.10 – 30.71% จากปีก่อน ปัจจัยหนุนมาจากการขยายสาขาของ iSTORE เพิ่มอีก 24 แห่งในปีนี้ ทำให้จะมีสาขาเพิ่มเป็น 41 แห่ง ณ สิ้นปี 2569 ส่งผลให้รายได้รวมมีแนวโน้มเติบโตขึ้น 11% จากปีก่อน โดยราคาหุ้น ADVICE ปีนี้ ปรับตัวขึ้นเพียง 2.56% เท่านั้น
ส่องราคาหุ้น MTC มีอัปไซด์สูงสุดถึง 49%
ทั้งนี้ เมื่อสำรวจราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน พบว่า บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) เป็นบริษัทที่ราคาหุ้นมีอัปไซด์สูงสุดถึง 28.21 – 49.09% หลังถูกนักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 39 – 55 บาท/หุ้น รองลงมา คือ บมจ.บีซีพีจี (BCPG) ที่ราคาหุ้นซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์ 24.44 – 43.33% หลังถูกนักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 9 – 12 บาท/หุ้น
ยังมีอีก 8 บริษัท ที่ราคาหุ้นซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์มากกว่า 30% นำโดย บมจ.บลูบิค กรุ๊ป (BBIK) ราคาหุ้นซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์ 32.10 – 41.49% หลังถูกนักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 24.30 – 28.20 บาท/หุ้น, บมจ.มากุโระ กรุ๊ป (MAGURO) ราคาหุ้นซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์ 31.95 – 41.43% หลังถูกนักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 24.10 – 28 บาท/หุ้น
ด้าน บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) ราคาหุ้นซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์ 13.20 – 38% หลังถูกนักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 25 – 35 บาท/หุ้น, บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ราคาหุ้นซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์ 23.16 – 37.78% หลังถูกนักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 28.50 – 35.20 บาท/หุ้น
ขณะที่ บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) หรือ AP ราคาหุ้นซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์ 25.74 – 37.50% หลังถูกนักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 10.10 – 12 บาท/หุ้น, บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) ราคาหุ้นซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์ 8.14 – 34.17% หลังถูกนักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 43 – 60 บาท/หุ้น
ปิดท้ายด้วย บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) ราคาหุ้นซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์ 16.25 – 33% หลังถูกนักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 16 – 20 บาท/หุ้น และ บมจ.มาสเตอร์ สไตล์ (MASTER) ราคาหุ้นซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัปไซด์ 10 – 32.50% หลังถูกนักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 9 – 12 บาท/หุ้น
ติดตามข้อมูลหุ้นที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stockarticles
แท็กที่เกี่ยวข้อง
Reporting by

จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ
ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย











