
"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในดัชนี SET50 จากบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ใน IAA Consensus พบ 14 บริษัทในกลุ่ม SET50 ถูกนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิปี 2568-69 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แต่ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี (YTD) กลับเคลื่อนไหวทาง"ลบ" ประกอบด้วย
ชื่อย่อหุ้น | บล. | กำไรปี 68 (ลบ.) | กำไรปี 69 (ลบ.) | ราคาเหมาะสม (บ.)[%อัปไซด์] |
OSP | กรุงศรี | 3,664 | 3,839 | 18 |
บัวหลวง | 3,397 | 3,558 | 20 | |
เมย์แบงก์ฯ | 3,395 | 3,591 | 19.10 | |
อินโนเวสท์ฯ | 3,395 | 3,641 | 20 | |
GPSC | ฟินันเซียฯ | 6,371 | 6,640 | 54 |
กรุงศรี | 5,849 | 5,951 | 45 | |
โกลเบล็ก | 5,384 | 6,051 | 56 | |
เอเซีย พลัส | 4,854 | 5,530 | 50 | |
เมย์แบงก์ฯ | 4,819 | 5,196 | 47 | |
BCP | บัวหลวง | 3,042 | 8,746 | 34 |
อินโนเวสท์ฯ | 2,693 | 9,319 | 47 | |
กรุงศรี | 2,430 | 4,739 | 44 | |
COM7 | เมย์แบงก์ฯ | 4,056 | 4,709 | 32 |
บัวหลวง | 4,046 | 4,390 | 30 | |
ฟินันเซียฯ | 4,002 | 4,378 | 31 | |
เอเซีย พลัส | 3,796 | 4,177 | 30.50 | |
โกลเบล็ก | 3,691 | 4,096 | 29 | |
MINT | บัวหลวง | 9,147 | 9,542 | 35 |
กรุงศรี | 9,070 | 9,589 | 30.50 | |
หยวนต้า | 9,048 | 9,805 | 32 | |
พาย | 8,970 | 10,458 | 31.50 | |
เคจีไอ | 8,959 | 10,270 | 33.50 | |
WHA | เมย์แบงก์ฯ | 5,029 | 5,485 | 4.80 |
ฟิลลิป | 4,850 | 4,914 | 3.48 | |
อินโนเวสท์ฯ | 4,657 | 4,762 | 4.20 | |
หยวนต้า | 4,499 | 4,613 | 4.20 | |
MTC | เอเซีย พลัส | 6,755 | 7,620 | 52 |
กสิกรฯ | 6,726 | 7,542 | 41.50 | |
พาย | 6,704 | 7,594 | 48 | |
กรุงศรี | 6,693 | 7,512 | 58 | |
หยวนต้า | 6,589 | 7,306 | 52 | |
CPALL | ฟินันเซียฯ | 28,455 | 30,927 | 70 |
ฟิลลิป | 28,087 | 31,427 | 70 | |
เคจีไอ | 27,488 | 29,022 | 58 | |
กสิกรฯ | 27,153 | 30,506 | 65 | |
หยวนต้า | 26,313 | 28,176 | 64 | |
SCGP | กสิกรฯ | 4,129 | 5,448 | 20 |
ฟินันเซียฯ | 3,933 | 4,788 | 22 | |
หยวนต้า | 3,929 | 4,269 | 21 | |
โกลเบล็ก | 3,825 | 4,710 | 25 | |
บัวหลวง | 3,784 | 5,089 | 21 | |
BJC | กรุงศรี | 4,427 | 4,599 | 25 |
หยวนต้า | 4,329 | 4,800 | 22 | |
บัวหลวง | 4,323 | 4,619 | 16.50 | |
ฟินันเซียฯ | 4,126 | 4,631 | 20.50 | |
อินโนเวสท์ฯ | 4,079 | 4,680 | 18.50 | |
BDMS | พาย | 16,779 | 18,222 | 26 |
หยวนต้า | 16,545 | 17,677 | 31.60 | |
อินโนเวสท์ฯ | 16,465 | 17,757 | 28 | |
ฟินันเซียฯ | 16,278 | 17,480 | 31 | |
กรุงศรี | 16,275 | 17,372 | 29 | |
BEM | อินโนเวสท์ฯ | 3,950 | 4,290 | 7.70 |
กสิกรฯ | 3,916 | 4,140 | 10.86 | |
พาย | 3,886 | 3,985 | 9.20 | |
โกลเบล็ก | 3,881 | 4,121 | 8.50 | |
หยวนต้า | 3,813 | 4,063 | 10 | |
KTC | ฟินันเซียฯ | 7,714 | 7,847 | 35 |
หยวนต้า | 7,669 | 8,064 | 36 | |
เมย์แบงก์ฯ | 7,642 | 7,762 | 36 | |
พาย | 7,608 | 7,819 | 36 | |
กรุงศรี | 7,525 | 7,989 | 42 | |
BANPU | หยวนต้า | 3,471 | 4,005 | 5.70 |
เคจีไอ | 757 | 2,831 | 5.50 | |
กสิกรฯ | 722 | 3,211 | 5.30 | |
หมายเหตุ : ราคาปิดล่าสุด 19 ธ.ค.68 | ||||
14 บริษัทดังกล่าว ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค และพาณิชย์ จำนวน 3 บริษัท เท่ากัน รองลงมา คือกลุ่มธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ที่ติดโผ จำนวน 2 บริษัท
บมจ.โอสถสภา (OSP) เป็นบริษัทที่ถูกโบรกเกอร์คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตสูงสุด หลังถูกคาดกำไรสุทธิช่วงดังกล่าวไว้ที่ 3,395 - 3,664 ล้านบาท เติบโตขึ้น 107 - 123% จากปีก่อน ขณะที่ กำไรสุทธิปี 2569 ถูกประเมินไว้ในกรอบ 3,558 - 3,839 ล้านบาท เติบโตขึ้น 5 - 7% จากปีก่อน
หนุนโดยกำไรสุทธิปีก่อนอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ ขณะที่รายได้รวมของทั้งปีนี้คาดเติบโตราว 8 - 9% จากปีก่อน จากการเติบโตของธุรกิจในประเทศราว 5% อีกทั้ง บริษัทยังตั้งเป้ารักษาส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศ แต่เน้นการขยาย Portfolio ในกลุ่มสินค้าพรีเมี่ยมมากขึ้น อาทิ M-150 Sparking รสชาติใหม่
การขยาย Shark ในประเทศ, เครื่องดื่ม Peptine, Oneday Vitamin เป็นต้น ส่งผลให้ Product mix โดยรวมของ OSP มีแนวโน้มดีขึ้นจากปีก่อน ควบคู่กับการบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตช่วยหนุนอัตราการทำกำไร (GPM) เพิ่มขึ้น อีกทั้ง ยังคาดการเติบโตรายได้ต่างประเทศแบบ Double digit จากการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในเมียนมา รวมถึงการกลับไปรุกตลาดเวียดนามมากขึ้น
ด้านปี 2569 ทาง OSP คาดรายได้รวมของบริษัทจะเติบโตขึ้น 4 - 6% จากปีก่อน แบ่งเป็นการเติบโตจากเครื่องดื่มในประเทศ 2 - 3% จากปีก่อน ประกอบกับ ตั้งเป้ารักษาส่วนแบ่งการตลาดไว้ และขยายสินค้ากลุ่มพรีเมี่ยม (ราคา 15 บาทขึ้นไป) มากขึ้น และธุรกิจต่างประเทศเติบโตไม่น้อยกว่า 10% โดยมีเวียดนาม และอินโดนีเซียเป็นตลาดหลัก และเตรียมขยายตลาดสู่กลุ่มตะวันออกกลาง และจีนด้วย
รองลงมา คือ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) ที่ถูกคาดกำไรสุทธิปี 2568 ไว้ที่ 4,819 - 6,371 ล้านบาท เติบโตขึ้น 19 - 57% จากปีก่อน ขณะที่ กำไรสุทธิปี 2569 ถูกคาดไว้ในกรอบ 5,196 - 6,640 ล้านบาท เติบโตขึ้น 2 - 14% จากปีก่อน
ปัจจัยหนุนการเติบโตของ GPSC หลัก ๆ เป็นเพราะโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ XPCL ที่ฟื้นตัวหลังจากหยุดซ่อมบำรุง 17 วันในช่วงไฮซีซั่นของปีก่อน อีกทั้งคาดว่า GPSC จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL ที่ 834 ล้านบาท เติบโตขึ้น 147% จากปีก่อน
ขณะเดียวกัน GPSC ยังมีโครงการ CFXD ที่เข้าสู่การดำเนินงานเชิงพาณิชย์ (COD) เต็มรูปแบบในช่วงปลายปี 2567 และจะดำเนินการเต็มปีในปีนี้ ทำให้คาดว่า GPSC จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการดังกล่าวราว 310 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่รับรู้ขาดทุนจำนวน 338 ล้านบาท ประกอบกับ ต้นทุนถ่านหินที่คลาดเคลื่อนลดลงจากโครงการ Gheco-One
นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 บริษัท ที่ถูกนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากปีก่อนมากกว่า 20% ประกอบด้วย บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) ที่ถูกคาดกำไรสุทธิไว้ที่ 2,430 - 3,042 ล้านบาท เติบโตขึ้น 11 - 39% จากปีก่อน ขณะที่ กำไรสุทธิปี 2569 ถูกคาดไว้ในกรอบ 4,739 - 9,319 ล้านบาท เติบโตขึ้น 95 - 246% จากปีก่อน
ปัจจัยหนุน คือ ธุรกิจโรงกลั่นของ BCP ในปีนี้มีการหยุดซ่อมบำรุงน้อยกว่าปี 2567 หลังไม่มีการปรับปรุงการผลิต Euro5 ส่งผลให้อัตรากำลังผลิตทั้งปีอยู่ที่ระดับ 94% เทียบปีก่อนอยู่ที่ระดับ 88% นอกจากนี้ บริษัทยังเปลี่ยนมาขนน้ำมันทางเรือขนาดใหญ่ VLCC ในช่วงต้นครึ่งหลังปีนี้ ช่วยให้ประหยัดค่า freight ราว 0.5 เหรียญ/บาร์เรล หรือราว 8% ของค่าการกลั่น อีกทั้งธุรกิจโรงไฟฟ้ามีแรงหนุนจากการทยอย COD ของโครงการ Monsoon
ฟาก บมจ.คอมเซเว่น (COM7) ถูกคาดกำไรสุทธิปี 2568 ไว้ที่ 3,691 - 4,056 ล้านบาท เติบโตขึ้น 12 - 23% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิปี 2569 ถูกคาดไว้ที่ 4,096 - 4,709 ล้านบาท เติบโตขึ้น 9 - 16% จากปีก่อน
การเติบโตของ COM7 มีสาเหตุหลักจากยอดขายสมาร์ทโฟนที่ปรับตัวขึ้น จากการเข้าสู่รอบการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนของผู้บริโภค จากอุปสงค์ที่รองรับ AI ที่เพิ่มขึ้น อีกทั้ง ยังมีการฟื้นตัวของการขายแท็ปเล็ตจากฐานต่ำในช่วงไตรมาส 2/2567 ซึ่งเกิดปัญหาขาดแคลนสินค้า อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อสำรวจความเคลื่อนไหวราคาหุ้นของทั้ง 14 บริษัทดังกล่าว ตั้งแต่ต้นปี พบว่า ปรับตัวลง 8.08 -46.50% หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยสูงถึง 25% ดังนี้
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นปีนี้ | ||
ชื่อย่อหุ้น | ราคาปิดล่าสุด (บ.)* | %chg YTD |
KTC | 26.75 | -46.50 |
WHA | 3.20 | -41.82 |
BJC | 14.40 | -38.20 |
MTC | 32.50 | -32.29 |
BCP | 26.25 | -27.08 |
BEM | 5.25 | -26.06 |
OSP | 16.30 | -21.63 |
COM7 | 20.60 | -21.52 |
CPALL | 44 | -21.08 |
SCGP | 15.70 | -19.90 |
BDMS | 19.70 | -19.59 |
BANPU | 4.98 | -17 |
GPSC | 34.25 | -10.46 |
MINT | 23.90 | -8.08 |
*ราคาปิดล่าสุด 19 ธ.ค.68 | ||
โดย บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) เป็นบริษัทที่ราคาหุ้น YTD ปรับตัวลงมากที่สุดถึง 46.50% รองลงมา คือ บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ที่ราคาหุ้น YTD ปรับตัวลง 41.82%
ยังมีอีกถึง 7 บริษัท ที่ราคาหุ้น YTD ปรับตัวลงมากกว่า 20% นำโดย บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) ที่ราคาหุ้น YTD ปรับตัวลง 38.20%, บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) ราคาหุ้น YTD ปรับตัวลง 32.29%, บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) ราคาหุ้น YTD ปรับตัวลง 27.08%
ปิดท้ายด้วย บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ราคาหุ้น YTD ปรับตัวลง 26.06%, บมจ.โอสถสภา (OSP) ราคาหุ้น YTD ปรับตัวลง 21.63%, บมจ.คอมเซเว่น (COM7) ราคาหุ้น YTD ปรับตัวลง 21.52% และ บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) ราคาหุ้น YTD ปรับตัวลง 21.08%
บทวิเคราะห์ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า หุ้นในกลุ่มดังกล่าว มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากการทำปิด Window Dressing โดยข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี พบว่า หุ้นในกลุ่ม SET50 ที่ราคาหุ้น YTD เคลื่อนไหวทางลบ ราคาหุ้นช่วง 5 วันทำการสุดท้ายของปี จะปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 2.2% โดยในกลุ่มนี้ชอบ BDMS และ MINT มากที่สุด
ด้าน "กรรณ์ หทัยศรัทธา" หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และนักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บล.ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) เสริมว่า ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสเกิด Window Dressing ในช่วงที่เหลือของปีนี้ค่อนข้างสูง เนื่องจากการคัดเลือกหุ้นเข้าออกดัชนี SET50 และ SET100 รอบใหม่ มีผลบังคับใช้ 1 ม.ค.ที่จะถึงนี้
รวมทั้งยังมีการปรับใช้เกณฑ์ SETESG ใหม่ ตามาตรฐานของ FTSE ส่งผลให้กองทุนแบบ Passive Fund จำเป็นต้องปรับพอร์ตการลงทุนใหม่ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ดังกล่าว ทั้งนี้ มองว่า การเกิด Window Dressing รอบนี้ จะไม่ได้ผลักดันหุ้นไทยให้ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่จะเป็นการหมุนเวียนการลงทุนในแต่ละอุตสาหกรรมเท่านั้น