โบรกฯ ปรับเป้ากำไร-ราคาเหมาะสม 8 หุ้นแบงก์ หลังปิดงบปี 68

รูป โบรกฯ ปรับเป้ากำไร-ราคาเหมาะสม 8 หุ้นแบงก์ หลังปิดงบปี 68

efinAI


หุ้นธนาคารพาณิชย์โกยกำไรปี 68 รวม 2.65 แสนล้านบาท โต 3% โดยช่วง 4Q/68 ผลการดำเนินงานคละเคล้า มีทั้งดีกว่าคาดจากรายได้ค่าธรรมเนียมพุ่ง และต่ำกว่าคาดจากเงินลงทุนสูงเกิน-สินเชื่อหดตัว ส่งผลให้หลังจบการรายงานงบฯ มี 8 หุ้นในกลุ่ม ถูกโบรกฯ ปรับเป้ากำไรปี 69 - ราคาเหมาะสมใหม่ โดย 4 แบงก์ใหญ่ถูกปรับเชิง "ลบ" ส่วนอีก 4 ธนาคารปรับเชิง "บวก" นักวิเคราะห์ให้น้ำหนักลงทุน "เท่ากับตลาด" ยก "KTB" เด่นสุด เหตุปันผลสูง แถมผลการดำเนินงานยังแกร่ง !

 

*** แบงก์ฟันกำไรปี 68 รวม 2.65 แสนลบ.โต 3%

ผ่านพ้นไปแล้ว สำหรับการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 4/68 (4Q/68) ของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยธนาคารทั้ง 11 แห่ง มีกำไรสุทธิรวมกัน 57,000 ล้านบาท ลดลง 7% จากปีก่อน และลดลง 23% จากไตรมาสก่อน ขณะที่ทั้งปี 2568 มีกำไรสุทธิรวม 265,398 ล้านบาท เติบโตขึ้น 3.6% จากปีก่อน 
 

สาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิรวมปี 2568 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์เติบโตขึ้นจากปีก่อนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลัก ๆ เกิดจากหลายธนาคารยังมีการตั้งสำรองหนี้สูญ เพื่อรับมือความเสี่ยงเกี่ยวกับคุณภาพหนี้ของลูกหนี้ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

*** พบ 8 แบงก์ ถูกโบรกฯปรับเป้ากำไร-ราคาเหมาะสม

ขณะที่ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ที่มีการอัปเดตข้อมูลหลังหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 เสร็จสิ้น พบมี 8 หุ้น (ข้อมูลเฉพาะหุ้นที่มีบทวิเคราะห์อัปเดต) ในกลุ่ม ถูกนักวิเคราะห์ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 และราคาเหมาะสมใหม่ ดังนี้
 

8 หุ้นแบงก์ ถูกโบรกฯปรับเป้าหลังงบฯ 4Q/68

ชื่อย่อหุ้น

บล.

คาดกำไรปี 69 (ลบ.)[กำไรเดิม (ลบ.)]

ราคาเหมาะสม (บ.)[ราคาเดิม (บ.)]

KBANK

หยวนต้า

50,690
[50,726]

190
[190]

ทิสโก้

48,849
[49,433]

200
[150]

พาย

48,362
[49,273]

210
[186]

อินโนเวสท์ฯ

47,366
[50,005]

195
[190]

ทรีนีตี้

47,076
[50,486]

186
[182]

ดาโอ

46,520
[48,099]

191
[195]

กรุงศรี

46,285
[47,992]

195
[205]

บัวหลวง

44,255
[44,394]

170
[170]

KTB

พาย

47,256
[45,210]

32
[29.50]

กรุงศรี

46,290
[46,981]

30
[30]

ดาโอ

46,284
[47,159]

30
[30]

เอเซีย พลัส

45,470
[45,510]

28.50
[28.50]

อินโนเวสท์ฯ

45,281
[45,322]

31
[28]

ทิสโก้

44,077
[46,022]

33
[26]

ทรีนีตี้

43,468
[45,799]

28
[29]

บัวหลวง

42,502
[40,405]

30
[28]

SCB

พาย

45,839
[46,964]

149
[146]

ดาโอ

45,000
[46,522]

148
[150]

กรุงศรี

44,671
[46,734]

145
[155]

ทรีนีตี้

43,678
[46,086]

135
[136]

เมย์แบงก์ฯ

43,224
[44,110]

130
[135]

ทิสโก้

42,300
[43,186]

142
[120]

BBL

ทรีนีตี้

44,167
[45,340]

185
[185]

ทิสโก้

43,719
[43,788]

182
[160]

พาย

43,509
[44,662]

195
[168]

เอเซีย พลัส

42,190
[45,505]

175
[179]

กรุงศรี

41,297
[44,629]

155
[180]

อินโนเวสท์ฯ

40,209
[42,794]

180
[178]

BAY

ทิสโก้

33,258
[30,410]

28
[23.70]

อินโนเวสท์ฯ

30,846
[29,106]

27
[25]

TTB

พาย

20,854
[20,538]

2.20
[2]

เอเซีย พลัส

20,805
[19,849]

2.02
[2.02]

หยวนต้า

20,727
[21,701]

2.20
[2.12]

ทรีนีตี้

20,691
[19,987]

2.04
[2.05]

อินโนเวสท์ฯ

19,986
[19,872]

2.05
[2]

ทิสโก้

19,790
[21,724]

2.30
[2.20]

บัวหลวง

19,512
[18,432]

2
[1.80]

TISCO

อินโนเวสท์ฯ

6,923
[6,862]

106
[100]

หยวนต้า

6,909
[6,469]

103
[100]

ทรีนีตี้

6,861
[6,842]

106
[106]

พาย

6,856
[6,914]

110
[107]

เอเซีย พลัส

6,800
[6,640]

105
[105]

KKP

เมย์แบงก์ฯ

6,343
[6,030]

77
[68]

กรุงศรี

6,221
[5,868]

80
[75]

บัวหลวง

6,204
[5,009]

78
[60]

พาย

6,188
[5,820]

80
[74]

อินโนเวสท์ฯ

6,184
[5,625]

72
[68]

เอเซีย พลัส

6,030
[5,700]

71
[69]

หยวนต้า

5,777
[5,424]

65
[60]

หมายเหตุ : ข้อมูลเฉพาะหุ้นที่มีบทวิเคราะห์อัปเดทหลังงบฯ 4Q/68

 

*** "BBL" ถูกหั่นเป้ากำไรลงจากเดิมมากสุด 7%

ธนาคารกรุงเทพ (BBL) เป็นหุ้นธนาคารพาณิชย์ที่ถูกนักวิเคราะห์ปรับลดประมาณการลงจากเดิมมากที่สุด 0.16 - 7.47% โดยประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ 40,209 - 44,167 ล้านบาท ขณะที่ราคาเหมาะสมปรับใหม่อยู่ในกรอบ 155 - 195 บาท/หุ้น ลดลงจากเดิม 4 - 25 บาท/หุ้น และเพิ่มขึ้นจากเดิม 2 - 27 บาท/หุ้น 


สาเหตุหลักที่ทำให้ BBL ถูกโบรกเกอร์ปรับประมาณการเชิง "ลบ" เนื่องด้วยผลการดำเนินงานไตรมาส 4/68 ต่ำกว่า Bloomberg Consensus คาดไว้ถึง 27% หลังค่าใช้จ่ายการดำเนินงานสูงกว่าคาด 12% ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5% และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 20% นอกจากค่าใช้จ่ายการตลาดตามฤดูกาลแล้ว ยังมาจากค่าที่ปรึกษาระบบ IT นอกจากนี้ การตั้งสำรองหนี้สูญยังลดลงน้อยกว่าคาดที่ระดับ 5,000 ล้านบาท แต่การตั้งสำรองฯของ BBL อยู่ที่ระดับ 6,600 ล้านบาท 


รองลงมา คือ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ที่นักวิเคราะห์ปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 ใหม่ในกรอบ 44,255 - 50,690 ล้านบาท ลดลงจากคาดการณ์เดิม 0.07 - 6.75% ขณะที่ ราคาเหมาะสมปรับใหม่อยู่ในกรอบ 170 - 210 บาท/หุ้น ลดลง 4 - 10 บาท/หุ้น และเพิ่มขึ้น 4 - 50 บาท/หุ้น 


ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ปรับคาดการณ์ KBANK เชิง "ลบ" เนื่องจากผลการดำเนินงานไตรมาส 4/68 ต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ราว 6% อีกทั้ง ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานสูงกว่าคาด ตามค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับระบบ IT ที่อยู่ในระดับสูง ส่วนสินเชื่อมีแนวโน้มทรงตัวในปี 2569 สอดคล้องกับ รายได้ดอกเบี้ย (NIM) ที่มีแนวโน้มแคบลงราว 19 bps ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์มีแนวโน้มอ่อนแอลงในปีนี้ โดยเฉพาะกลุ่ม SME ที่เน้นการส่งออก จะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า

 

*** อีก 2 แบงก์ ถูกหั่นเป้าลงจากเดิมราว 5%

ขณะเดียวกัน ยังมีธนาคารพาณิชย์อีก 2 แห่ง ที่ถูกนักวิเคราะห์ปรับลดประมาณการลงจากเดิมระดับ 5% ประกอบด้วย บมจ.เอสซีบี เอกซ์ (SCB) ที่กำไรสุทธิถูกปรับใหม่อยู่ในกรอบ 42,300 - 45,839 ล้านบาท ลดลงจากเดิม 2.01 - 5.23% ส่วนราคาเหมาะสมถูกปรับใหม่อยู่ในกรอบ 130 - 149 บาท/หุ้น ลดลง 1 - 10 บาท/หุ้น และเพิ่มขึ้น 3 - 22 บาท/หุ้น 


หลัก ๆ เป็นเพราะผลการดำเนินงานไตรมาส 4/68 ที่ต่ำกว่าตลาดคาดราว 6% อีกทั้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 มีแนวโน้มชะลอตัวจากปีก่อนราว 16% หลังเห็นสัญญาณการปรับตัวลงของ NIM ซึ่งนักวิเคราะห์ได้มีการปรับการเติบโต NIM ปี 2569 ของ KBANK ลงมาเหลือ 3.10% จากเดิมที่เคยคาดไว้ที่ระดับ 3.43% 


ด้าน ธนาคารกรุงไทย (KTB) ถูกนักวิเคราะห์ปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 ใหม่เหลือ 42,502 - 47,256 ล้านบาท ลดลงจากเดิม 0.09 - 5.09% ขณะที่ ราคาเหมาะสมถูกปรับใหม่อยู่ในกรอบ 28 - 32 บาท/หุ้น ลดลง 1 บาท/หุ้น และเพิ่มขึ้น 2 - 7 บาท/หุ้น 


ปัจจัยหลักเกิดจากผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 มีแนวโน้มลดลงทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน สะท้อนจาก NIM ที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลง ซึ่งทั้งปี 2569 นักวิเคราะห์ประเมินว่า NIM ของ KTB จะแคบลงราว 20 bps อีกทั้ง ในช่วงไตรมาส 1/69 กำไรจากการประเมินมูลค่าทางการตลาดจากเครื่องมือทางการเงิน มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนอีกด้วย  

 

*** ส่วน "KKP" ถูกอัปเป้ากำไรมากสุด 23%

อย่างไรก็ตาม ยังมีธนาคารพาณิชย์อีก 4 แห่ง ที่ถูกนักวิเคราะห์ปรับประมาณการเชิง "บวก" ซึ่งธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ถูกปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 ขึ้นจากเดิมมากสุดอีก  5.19 - 23.86% เป็น 5,777 - 6,343 ล้านบาท ขณะที่ ราคาเหมาะสมถูกปรับใหม่เป็น 65 - 80 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 2 - 18 บาท/หุ้น


สาเหตุสำคัญที่ทำให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ปรับคาดการณ์ KKP เชิง "บวก" เป็นเพราะกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ดีกว่าตลาดคาดไว้ถึง 31% ขณะที่ ปีนี้รายได้ค่าธรรมเนียมของ KKP มีแนวโน้มเติบโตดีกว่าคาด จากการขยายฐานลูกค้าและการเพิ่มบริการใหม่ ๆ ของ KKP DIME และฐาน AUM ของธุรกิจบริหารจัดการกองทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง


นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังประเมินว่า การตั้งสำรองฯของ KKP ในปี 2569 มีแนวโน้มผ่อนคลายลง หลังสินเชื่อปล่อยใหม่ส่วนใหญ่มีการคัดกรองที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้อัตราการตกชั้นเป็น NPL ลดลงจากในอดีต และผลขาดทุนจากสินทรัพย์รอการขายมีแนวโน้มปรับตัวลงต่อเนื่อง หลังเร่งขายรถยึดไปมากในปีก่อน 


รองลงมา คือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ที่ถูกโบรกเกอร์ปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ขึ้นจากเดิมอีก 5.98 - 9.37% เป็น 30,846 - 33,258 ล้านบาท ขณะที่ ราคาเหมาะสมถูกปรับใหม่เป็น 27 - 28 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 2 - 4.30 บาท/หุ้น หลังผลการดำเนินงานไตรมาส 4/68 สูงกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ถึง 20% สะท้อนจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่ำกว่าที่คาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ

 

*** ยังมีอีก 2 แบงก์ ถูกอัปเป้าขึ้น 1-6% 

ขณะเดียวกัน ยังมีธนาคารพาณิชย์อีก 2 แห่ง ที่ถูกโบรกเกอร์ปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ขึ้นจากเดิม 1 - 6% ประกอบด้วย ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ที่ถูกนักวิเคราะห์ปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 ขึ้นจากเดิมอีก 0.57 - 5.86% เป็น 19,512 - 20,854 ล้านบาท ขณะที่ราคาเหมาะสมปรับใหม่เป็น 2 - 2.30 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 0.05 - 0.20 บาท/หุ้น 


ปัจจัยหลักเกิดจากผลการดำเนินงานไตรมาส 4/68 ดีกว่าตลาดคาดไว้ราว 6% อีกทั้งผลการดำเนินงานปี 2569 มีแนวโน้มได้แรงหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ทยอยปรับตัวขึ้น และการตั้งสำรองฯที่ปรับตัวลดลง หลัง TTB เพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่มาหลายไตรมาส ประกอบกับ คุณภาพสินทรัพย์ในปัจจุบันยังไม่มีสัญญาณเชิง "ลบ"


ฟาก บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ถูกนักวิเคราะห์ปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 ขึ้นจากเดิมอีก 0.28 - 6.80% เป็น 6,800 - 6,923 ล้านบาท ขณะที่ราคาเหมาะสมปรับใหม่เป็น 103 - 110 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 3 - 6 บาท/หุ้น


หนุนโดยการขยายตัวของสินเชื่อที่เริ่มเร่งตัวขึ้นเล็กน้อย ทั้งในกลุ่มของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือหนึ่ง และมือสอง รวมทั้งสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ภายใต้แบรนด์ "สมหวัง" เช่นเดียวกับ รายได้ค่าธรรมเนียมที่ขยับขึ้นจากธุรกิจบริหารจัดการกองทุน และนายหน้าขายประกัน ประกอบกับ การตั้งสำรองฯที่มีแนวโน้มผ่อนคลายลง จากการควบคุมหนี้เสียได้ดี และมีระดับ Coverage Ratio เพิ่มขึ้นแล้ว

 

*** ยก "KTB" เด่นสุด เหตุปันผลสูง - จ่อบุ๊คกำไรพิเศษ

ทั้งนี้ บทวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ยังคงน้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ "เท่ากับตลาด" แม้ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/68 ไม่สดใสนัก โดยเลือก "KTB" เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม หลังเห็นคุณภาพหนี้ของ KTB ดีขึ้น อีกทั้งปี 2569 จะมีการขายทำกำไรหุ้น บมจ.การบินไทย (THAI) เข้ามาเป็นปัจจัยหนุนในช่วงไตรมาส 1 และ 3 ของปี 2569 


ขณะเดียวกัน ยังมองว่า KTB มีโอกาสสูงที่จะประกาศจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานปี 2568 สูงกว่าคาด หรืออาจมีการประกาศโครงการรับซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock) เนื่องจากปัจจุบัน KTB มีเงินกองทุนที่อยู่ในระดับสูง และมีความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่อน้อยลงจากในอดีต นอกจากนี้ ยังชอบ KKP ด้วย เพราะคาดจะจ่ายเงินปันผลปี 2568 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) สูงราว 6.1%


เช่นเดียวกับ บทวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ที่เลือก "KTB" เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากมองว่าเป็นธนาคารที่จะได้รับอานิสงส์จากมาตรการรัฐมากที่สุด อีกทั้ง KTB ยังเป็นหุ้นที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลระดับสูงอีกด้วย  
 


 

แท็กที่เกี่ยวข้อง