หุ้นน้ำมันปาล์มบวกเฉลี่ย 6% สูงสุด 23% หลังเหตุปะทะตะวันออกกลาง ดันดีมานด์พุ่ง

efinAI
ราคาหุ้นกลุ่มธุรกิจน้ำมันปาล์มดีดแรงสวนตลาดเฉลี่ย 6% สูงสุด 23% หลังศึกตะวันออกกลางผ่านมา 2 สัปดาห์ ดันราคาน้ำมันปาล์มพุ่ง 13-14% สูงสุดรอบกว่า 1 ปี เปิดสถิติส่วนใหญ่กำไรดี แถม P/E และ P/BV ต่ำ
ศึกตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันปาล์มดีดนิวไฮรอบกว่า 1 ปี
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มปรับตัวขึ้นด้วย โดยเฉพาะสัปดาห์นี้ ล่าสุดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันปาล์มดิบล่วงหน้ามาเลเซียขึ้นไปสูงสุดถึง 4,803 ริงกิตต่อตัน ทำนิวไฮรอบกว่า 1 ปี ก่อนจะย่อลงมาปิดที่ 4,582 ริงกิตต่อตัน ในวันที่ 12 มี.ค.2569 เพิ่มขึ้น 13% เทียบกับก่อนเกิดการปะทะในตะวันออกกลาง (27 ก.พ.69)
ส่วนราคาน้ำมันปาล์มดิบไทย ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ณ 12 มี.ค.69 อยู่ที่ระดับ 38-38.50 บาทต่อกิโลกรัม จาก 33.50-33.75 บาทต่อกิโลกรัม ณ วันที่ 27 ก.พ.69 เพิ่มขึ้น 13-14%
บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส มีมุมมองเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มไทยปี 2569 ประเมินว่า เหตุการณ์ไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้แนวโน้มราคาพลังงานหลักโดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซฯ มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้่น และปัญหา Supply Disruption ดังนั้นเชื่อว่าความต้องการใช้เพื่อผลิตไบโอดีเซลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 ถึง B10 ดังนั้นแนวโน้มราคาน้ำมันปาล์มดิบมีโอกาสทรงตัวหรือปรับตัวเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกันในประเทศยังมีปัจจัยหนุนจากล่าสุดที่รัฐบาลได้ประกาศปรับเปลี่ยนส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลจากเดิม B5 เป็น B7 ซึ่งการเพิ่มสัดส่วน 2% ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบเพื่อผลิตไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นทันที 1 ล้านลิตร หรือราว 1,000 ตัน/วัน สร้างดีมานด์ปริมาณสูงมากเข้าสู่ตลาด และเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบและผลปาล์มสดของเกษตรกรปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ราคาหุ้นธุรกิจน้ำมันปาร์มบวกสวนตลาด
ทั้งนี้เมื่อสำรวจราคาหุ้นในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันปาล์ม พบว่า ส่วนใหญ่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เฉลี่ยหลังปะทะตะวันออกกลาง 6% ส่งผลปีนี้บวกเฉลี่ย 10% ดังนี้
| ราคาหุ้นกลุ่มธุรกิจน้ำมันปาล์ม | |||||
| ชื่อย่อ | ราคาปิดช่วงเช้า 13 มี.ค. (บ.) | ราคาปิดสิ้นปี 68 (บ.) | %chg YTD | ราคาปิด 27 ก.พ.* (บ.) | %chg 2W |
| SMO | 4.68 | 3.64 | 28.57 | 3.8 | 23.16 |
| VPO | 0.54 | 0.44 | 22.73 | 0.44 | 22.73 |
| UVAN | 15.2 | 13 | 16.92 | 14.4 | 5.56 |
| APO | 2.06 | 1.77 | 16.38 | 2.04 | 0.98 |
| PCE | 2.46 | 2.34 | 5.13 | 2.3 | 6.96 |
| CPI | 3.4 | 3.28 | 3.66 | 3.62 | -6.08 |
| UPOIC | 6.6 | 6.55 | 0.76 | 6.6 | 0.00 |
| LST | 4.62 | 4.7 | -1.70 | 4.78 | -3.35 |
| * ก่อนเริ่มปะทะในตะวันออกกลาง | |||||
บมจ.กลุ่มสมอทอง (SMO) และ บมจ.วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ (VPO) ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่นสุด ตั้งแต่หลังการปะทะในตะวันออกกลาง (เริ่มขึ้นเมื่อ 28 ก.พ.69) ข้อมูล ณ การซื้อขายภาคเช้าวันที่ 13 มี.ค.69 ผ่านมา 2 สัปดาห์บวกไปแล้ว 23.16% และ 22.73% ตามลำดับ ส่งผลให้ผลตอบแทนราคาหุ้นปีนี้ (YTD) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 28.57% และ 22.73% ตามลำดับ
ขณะเดียวกันมีอีก 2 บริษัทที่ผลตอบแทนปีนี้เพิ่มเกิน 10% ประกอบด้วย บมจ.ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม (UVAN) และ บมจ.วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ (VPO) ส่วนบริษัทอื่น ๆ แม้ไม่ปรับขึ้นมากนัก แต่เกือบทั้งหมดยืนในแดนบวกหรือลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยตามภาพรวมของตลาดฯ
ส่วนใหญ่กำไรดี P/E-P/BV ไม่สูง
ขณะที่ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มนี้ ปีที่ผ่านมามีกำไรทุกบริษัท โดย 6 จาก 8 บริษัท กำไรเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 2.19-161.49% จากปี 67 มีเพียง 2 บริษัทที่กำไรลดลง
| ข้อมูลสถิติและผลประกอบการหุ้นน้ำมันปาล์ม | |||||
| ชื่อย่อ | กำไรปี 68 (ลบ.) | กำไร 67 (ลบ.) | %chg YoY | P/E (เท่า)* | P/BV (เท่า)* |
| SMO | 678.92 | 259.64 | 161.49 | 6.21 | 1.4 |
| APO | 171.66 | 107.06 | 60.34 | 3.92 | 1.39 |
| UVAN | 1,758.19 | 1,268.84 | 38.57 | 8.5 | 2.68 |
| UPOIC | 218.9 | 162.82 | 34.44 | 9.84 | 1.22 |
| CPI | 418.49 | 320.59 | 30.54 | 5.47 | 0.65 |
| LST | 527.94 | 516.63 | 2.19 | 7.21 | 0.69 |
| VPO | 27.27 | 48.05 | -43.25 | 17.92 | 0.89 |
| PCE | 308.32 | 624.55 | -50.63 | 21.76 | 1.32 |
| * ข้อมูล ณ 12 มี.ค.69 | |||||
ทั้งนี้มีถึง 5 บริษัทที่กำไรเติบโตมากกว่า 30% ได้แก่ บมจ.กลุ่มสมอทอง (SMO), บมจ.เอเชียนน้ำมันปาล์ม (APO), บมจ.ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม (UVAN), บมจ.สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม (UPOIC) และ บมจ.ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม (CPI)
นอกจากนี้พบว่า หุ้นกลุ่มนี้ซื้อขายที่ระดับ P/E ไม่สูงมากนักเฉลี่ยเพียง 10.10 เท่า ซึ่งส่วนใหญ่เทรดต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ด้าน P/BV ก็อยู่ในระดับต่ำเฉลี่ยเพียง 1.28 เท่า โดยมี 3 บริษัทซื้อขายต่ำกว่า Book Value
โบรกประเมินหุ้น SMO-PCE
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มน้ำมันปาล์มไม่ค่อยมีบทวิเคราะห์รองรับ จากการสำรวจข้อมูลล่าสุด มีเพียง 2 บริษัท คือ บมจ.กลุ่มสมอทอง (SMO) บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 8.80 บาท โดยระบุว่า SMO เป็นบริษัทผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มที่มีกำไรเติบโตต่อเนื่อง จากการขยายโรงงานทั้งสร้างใหม่และเข้าซื้อกิจการ รวมถึงขยายไลน์กำลังผลิตใหม่อย่างต่อเนื่อง ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้นมากจากจ่ายคืนหนี้บางส่วนหลัง IPO คาดปี 69 กำไรเติบโต 23.8% แตะ 840 ล้านบาท หนุนจากการขยายกำลังผลิตใหม่ ประกอบกับราคาปาล์มมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นกว่าปีก่อน
ส่วน บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) มี 2 บทวิเคราะห์ โดย บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ ถือ ราคาเหมาะสม 2.50 บาท ระบุว่า PCE เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มและกลั่นน้ำมันไบโอดีเซล (B100) รวมถึงน้ำมันบริโภค และอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับปาล์ม โดยจะได้อานิสงส์จากประกาศของกระทรวงพลังงาน ที่จะใช้ส่วนผสมของน้ำมันไบโอดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 7% (B7) แทนน้ำมันไบโอดีเซล B5 ซึ่งในส่วนนี้มีความพร้อมในเรื่องของวัตถุดิบที่เป็นน้ำมันปาล์มดิบที่จะนำมาผสม คาดความต้องการใช้ B100 เพิ่มขึ้น 57% เป็น 5.5 ล้านลิตร/วัน และบริษัทคาดปีนี้ผลิต B100 เพิ่ม 20% (สัดส่วนรายได้จาก B100 คิดเป็น 7% ของรายได้รวม)
นอกจากนี้ความต้องการใช้ CPO เพื่อนำไปผลิต B100 จะมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งจะช่วยหนุนราคาขาย CPO และผลิตภัณฑ์ปาล์มประเภทอื่นๆ ปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นบริษัทคาดว่าปี 69 รายได้รวมน่าจะเติบโตเลขสองหลัก ใกล้เคียงกับที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 13.4% และคาดกำไรสุทธิจะอยู่ที่ 420 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.4%
ส่วน บล.หยวนต้า แนะนำ ซื้อเก็งกำไร หุ้น PCE ราคาเหมาะสม 2.50 บาท











