STECON ปีนี้ราคาพุ่ง 62% แรงสุดในตลาดฯ หลัง "ภูมิใจไทย" ชนะเลือกตั้งขาดลอย

efinAI
หุ้น STECON บวกกระฉูดต้นปี 69 ถึง 62% ราคาทำสถิติใหม่หลังปรับโครงสร้างธุรกิจ เป็นเบอร์ 1 หุ้นพุ่งแรงของ SET Index สอดคล้องกับ "ภูมิใจไทย" ชนะเลือกตั้งขาดลอย นักวิเคราะห์คาดปี 68 พลิกมีกำไร ระบุงานในมือกว่าแสนล้านบาท แถมมีโอกาสชนะงานประมูลงานใหม่ขนาดใหญ่สูง ส่วนใหญ่แนะนำ "ซื้อ" แต่อัปไซด์เริ่มจำกัด ราคาเป้าหมาย 7.70-11.50 บาท
*** บวกแรงสุดของตลาดหุ้นไทยต้นปี 69
บมจ.สเตคอน กรุ๊ป (STECON) กลายเป็นหุ้นที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดของ SET Index ต้นปีนี้ หลัง "พรรคภูมิใจไทย" ชนะเลือกตั้งขาดลอย โดยราคาปิด 12 ก.พ.69 อยู่ที่ 10.30 บาท เพิ่มขึ้น 62% จากสิ้นปี 68 ซึ่งบวกมา 3 วันติด หลังประกาศผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ
หุ้น STECON ขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่วันนี้ที่ 10.40 บาท หลังปรับโครงสร้างบริษัทและเข้าจดทะเบียนใหม่เมื่อ 29 ต.ค.67 โดยราคาปิดวันที่กลับมาซื้อขายใหม่อยู่ที่ 9.15 บาท จุดสูงสุดเดิมอยู่ที่ 9.70 บาท (29 ต.ค.67) เคยลงไปต่ำสุดที่ 3.38 บาท (21 ก.พ.68)
เท่ากับว่า 1 ปีที่ผ่านมาราคาหุ้น STECON ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุดระดับ 208%
ที่น่าสนใจคือหลังปรับโครงสร้างจนถึงสิ้นปี 68 มูลค่าการซื้อขายต่อวันของ STECON อยู่ที่เฉลี่ยเพียง 66 ล้านบาท แต่ปีนี้ผ่านไป 28 วันทำการ มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยพุ่งเกือบ 2 เท่าตัวอยู่ที่ 195 ล้านบาทต่อวัน
*** ประวัติบริษัทและธุรกิจ
บริษัทนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2505 ในชื่อ "ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง" โดย "ชวรัตน์ ชาญวีรกูล" บิดาของ "อนุทิน ชาญวีรกูล" (ถือหุ้นใหญ่ครั้งสุดท้าย ณ วันปิดสมุด 20 มี.ค.62 สัดส่วน 4.69%) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อ 31 ส.ค.2535 ในชื่อ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) ดำเนินธุรกิจก่อสร้างงานทุกประเภททั้งงานโยธา และ งานเครื่องกล เช่น งานด้านระบบสาธารณูปโภค งานด้านอาคาร งานด้านพลังงาน งานด้านอุตสาหกรรม และ งานด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
กระทั่งปี 2567 มีการปรับโครงสร้างเป็นบริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) เพิกถอน STEC ออกจากตลาดฯ และเข้าจดทะเบียนใหม่ในชื่อ บมจ.สเตคอน กรุ๊ป (STECON) เมื่อ 29 ต.ค.67 เพื่อเน้นสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องนอกเหนือจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และขยายการลงทุนไปยังธุรกิจอื่นๆ เพิ่ม เช่น ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน, ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม/การขนส่ง และต่อยอดความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจเดิม ผ่านการร่วมลงทุนกับพันธมิตร
*** ส่องผลการดำเนินงานและแนวโน้ม
ก่อนปรับโครงสร้าง บริษัทมีกำไรสุทธิลดลงต่อเนื่องจากปี 65 ที่กำไรสุทธิ 857 ล้านบาท ปี 66 กำไรสุทธิ 528 ล้านบาท โดยหลังปรับโครงสร้าง ผลการดำเนินงานสิ้นปี 67 พลิกขาดทุน 2,357 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม งวด 9 เดือนปี 68 พลิกกลับมามีกำไรแล้ว 1,017 ล้านบาท ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินว่า STECON จะจบปี 68 ด้วยกำไรสุทธิ 1,196 - 1,239 ล้านบาท
บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ประเมินว่า กำไรปี 68 จะอยู่ที่ 1,239 ล้านบาท และปี 69 จะอยู่ที่ 973 ล้านบาท แนะนำ "ซื้อ" ประเมินราคาเหมาะสม 11.50 บาท โดยล่าสุดมีงานในมือประมาณ 1.26 แสนล้านบาท 80% มาจากภาคเอกชน (เช่น Data Centers และพลังงานหมุนเวียน)
ขณะเดียวกันมีแนวโน้มจะได้โครงการใหม่จากภาคเอกชนในเร็วๆ นี้ รวมถึง Data Center BN1 (มูลค่างานก่อสร้าง 8 พันล้านบาท โดยคาดว่าข้อตกลง Joint Venture กับนักลงทุนรายที่สามจะสรุปได้ในไตรมาส 1/69 และเริ่มก่อสร้างไตรมาส 2/69) และโครงการบ้านเช่าไทยของกลุ่ม BTS (4 พันล้านบาท) ผู้บริหารคาดว่าโครงการดาต้าเซ็นเตอร์อีกแห่ง (DC ชลบุรี) จะมีการลงนาม ข้อตกลงที่ชัดเจนภายในไตรมาส 1/69
STECON คาดว่าจะมีโอกาสประมูลเมกะโปรเจกต์ใหม่ในปี 69 รวมถึงรถไฟความเร็วสูง (นครราชสีมา-หนองคาย), มอเตอร์ เวย์ M5 และ M9, รถไฟทางคู่ และสนามบิน โดยเชื่อจะชนะโครงการภาครัฐบางส่วนไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร
ด้าน บล.ธนชาต ประเมินกำไรปี 68 ที่ 1,224 ล้านบาท และ ปี 69 ที่ 1,089 ล้านบาท แนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสม 11 บาท เพราะเป็นผู้ได้ประโยชน์หลักจากวัฏจักรขาขึ้นของกลุ่มก่อสร้างที่กำลังจะมาถึง หนุนโดยเงินลงทุนจาก FDI ที่แข็งแกร่ง การที่รัฐบาลชุดใหม่กลับมาผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนภายใต้แผน PDP ใหม่ที่กำลังจะประกาศ
STECON เปิดรับโอกาสจากดาต้าเซ็นเตอร์ที่กำลังเติบโตอย่างมาก ผ่านการเป็นผู้รับเหมาที่ผ่านคุณสมบัติของบริษัทไฮเปอร์สเกลระดับโลก ซึ่งช่วยหนุนให้มีโอกาสได้งานโครงการเพิ่มเติมในอนาคต
STECON น่าจะได้ประโยชน์จากส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากคู่แข่งรายใหญ่คือ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างมากทั้งด้านการก่อสร้างและฐานะการเงิน
ส่วน บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินกำไรปี 68 ที่ 1,196 ล้านบาท ปี 69 ที่ 1,108 ล้านบาท แนะนำ "ซื้อ" แบบ "มากกว่าตลาด" ราคาเหมาะสม 7.7 บาท
*** เปิดชื่อผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่
สำหรับรายชื่อผู้บริหารและคณะกรรมการของบริษัทประกอบด้วย
ชื่อ | ตำแหน่ง |
วัลลภ รุ่งกิจวรเสถียร | ประธานกรรมการ |
ภาคภูมิ ศรีชำนิ | ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม/กรรมการผู้จัดการใหญ่ |
จารุณัฐ จิรรัตน์สถิต | กรรมการ |
ภาคภูมิ ศรีชำนิ | กรรมการ |
มาศถวิน ชาญวีรกูล | กรรมการ |
อภิวุฒิ ทองคำ | กรรมการ |
ใจแก้ว เตชะพิชญะ | กรรมการ |
ธนาธิป วิทยะสิรินันท์ | กรรมการอิสระ |
พันตำรวจเอก ประเวศน์ มูลประมุข | กรรมการอิสระ |
มนฤดี เกตุพันธุ์ | กรรมการอิสระ |
รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ | กรรมการอิสระ |
สุนีย์ ศรไชยธนะสุข | กรรมการอิสระ |
สุรพันธ์ พุ่มแก้ว | กรรมการอิสระ |
อภิวุฒิ ทองคำ | กรรมการอิสระ |
สุนีย์ ศรไชยธนะสุข | ประธานกรรมการตรวจสอบ |
พันตำรวจเอก ประเวศน์ มูลประมุข | กรรมการตรวจสอบ |
มนฤดี เกตุพันธุ์ | กรรมการตรวจสอบ |
ส่วนรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ประกอบด้วย
รายชื่อ | จำนวน (หุ้น) | %สัดส่วน |
บริษัท ซี.ที. เวนเจอร์ จำกัด | 293,634,788 | 19.33 |
UBS AG SINGAPORE BRANCH | 160,832,600 | 10.59 |
บริษัท พี.พี. โกลบอล เวลท์ จำกัด | 77,104,471 | 5.08 |
นาง อนิลรัตน์ นิติสาโรจน์ | 72,124,242 | 4.75 |
บริษัท โกลเด้น เอร่า แคปิตอล จำกัด | 64,179,596 | 4.22 |
บริษัท อิควิตี้ พลัส จำกัด | 48,582,841 | 3.2 |
SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED | 38,905,712 | 2.56 |
N.C.B.TRUST LIMITED-NORGES BANK 38 | 35,710,915 | 2.35 |
บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 34,408,908 | 2.27 |
บริษัท แอสเซท เลกาซี่ จำกัด | 33,632,242 | 2.21 |
นาย มาศถวิน ชาญวีรกูล | 25,457,142 | 1.68 |
บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) | 13,410,800 | 0.88 |
กองทุนเปิด บัวหลวงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเลี้ยงชีพ | 9,013,800 | 0.59 |
บริษัท เบสท์ ควอลิตี้ สกิลส์ จำกัด | 8,645,714 | 0.57 |
กองทุนเปิด เค สตาร์ หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ | 8,022,700 | 0.53 |










