วิเคราะห์ปิดล้อมอิหร่าน เมื่อ “Art of the Deal” ของทรัมป์กำลังนำสหรัฐฯ เข้าสู่ทางตัน

efinAI
การเจรจาอย่างอดทนดูเหมือนจะไม่ใช่สไตล์ของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่มักพูดว่า ตนเองนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน “ศิลปะแห่งการต่อรอง” (Art of the Deal) หลังการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านล้มเหลวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้สหรัฐฯ ตัดสินใจเดินเกมประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ
กลยุทธ์ล่าสุดนี้รังแต่จะส่งผลเสียต่อตัวสหรัฐฯ เอง การประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซในเวลานี้ยิ่งทำให้ราคาพลังงานดีดตัวสูงขึ้นไปอีก ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์เดิมจากการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงที่อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย
ชาวอิหร่านเชื่อว่าเวลาอยู่ข้างพวกเขาในการเผชิญหน้าครั้งนี้ และอิหร่านน่าจะคิดถูก ยิ่งช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดนานเท่าใด แรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมืองต่อสหรัฐฯ และพันธมิตรก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ผลที่ตามมาคือ อิหร่านน่าจะมีอำนาจต่อรองที่แข็งแกร่งขึ้น หากกลับมาเจรจาสันติภาพอีกครั้ง
บทวิเคราะห์โดย Financial Times ระบุว่า แม้ผลกระทบทางเศรษฐกิจของสงครามครั้งนี้ยังไม่ได้ปรากฏเต็มที่ เนื่องจากมีน้ำมันและก๊าซจำนวนมากจากอ่าวเปอร์เซียยังลอยลำอยู่ระหว่างการขนส่งทางทะเลในช่วงที่มีการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. แต่ผลกระทบจากการปิดช่องแคบ รวมถึงการที่อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวเปอร์เซียเริ่มส่งผลกระทบแล้วในขณะนี้
จากน้ำมันแพงสู่การหยุดชะงักของอุตสาหกรรม
ราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่พุ่งขึ้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ผลพวงจากสงครามกำลังลุกลามไปยังหลายภาคส่วน ที่เห็นได้ชัดคือ
- การบินและการท่องเที่ยว: การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานจะส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศ ซึ่งจะฉุดรั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนของยุโรป
- เซมิคอนดักเตอร์: การขาดแคลนก๊าซฮีเลียม ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตในกาตาร์ อาจทำให้การผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ต้องหยุดชะงัก
- เกษตรกรรมและอาหาร: การผลิตอาหารจะได้รับความเสียหายจากการขาดแคลนปุ๋ย นำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงขึ้น
- เศรษฐกิจเอเชีย: ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) คาดการณ์เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า วิกฤตพลังงานอาจทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียลดลงมากกว่า 1 จุดเปอร์เซ็นต์ ในปีนี้
อิหร่านยังโค่นไม่ลง-สหรัฐฯ ถึงทางตัน?
ทรัมป์ตั้งความหวังว่า แรงกดดันทางเศรษฐกิจจากการปิดล้อมจะบีบให้อิหร่านยอมถอยโดยเร็ว ซึ่งเป็นการประเมินคู่ต่อสู้อย่างอิหร่านที่เต็มไปด้วยชั้นเชิง เด็ดขาดและพร้อมทำทุกวิถีทางต่ำเกินไป นอกจากนี้ อิหร่านยังมีเงินสำรองจากการขายน้ำมันในช่วงที่ราคาพุ่งสูงก่อนหน้านี้ และยังสามารถสร้างรายได้จากการส่งออกก๊าซผ่านทางท่อส่งก๊าซได้อยู่ หากการปิดล้อมของทรัมป์ล้มเหลวในการสยบอิหร่าน สหรัฐฯ จะต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
แม้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเปรยถึงความเป็นไปได้ในการทำลายโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน และพูดว่า การใช้กำลังทางทหารเพื่อเปิดช่องแคบนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายก็ตาม หากทางเลือกเหล่านั้นปฏิบัติได้จริง สหรัฐฯ ก็คงทำไปนานแล้ว และต่อให้ส่งเรือรบผ่านช่องแคบได้สำเร็จ แต่นั่นก็ไม่ได้การันตีความปลอดภัยสำหรับเรือพาณิชย์ ที่ผ่านมาอิหร่านได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ไม่จำเป็นต้องจมเรือทุกลำ แค่ใช้โดรนหรือเรือเร็วโจมตีไม่กี่ครั้ง ก็เพียงพอที่จะทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบนั้นไม่สามารถรับประกันความเสี่ยงได้
การตอบโต้ที่อาจพังทั้งภูมิภาค
หากสหรัฐฯ ตัดสินใจทำลายโรงไฟฟ้าและโรงงานผลิตน้ำจืดของอิหร่านตามคำขู่ของทรัมป์ อิหร่านขู่ว่าจะโจมตีประเทศต่าง ๆ ในอ่าวเปอร์เซียด้วยวิธีการเดียวกัน หากไม่สามารถผลิตน้ำจืดได้ การใช้ชีวิตในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบียก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ขณะที่ท่อส่งน้ำมันที่ตัดผ่านซาอุดีอาระเบียไปยังทะเลแดง ซึ่งเป็นทางเลือกแทนการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ก็เคยตกเป็นเป้าหมายมาแล้วและอาจถูกโจมตีซ้ำอีก กลุ่มฮูตีซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่านอาจขัดขวางการส่งออกพลังงานผ่านทะเลแดงโดยพุ่งเป้าไปที่เรือในช่องแคบบับเอลมันเดบ
วิกฤตพลังงานลามสู่การเมือง
สงครามครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบทางการเมือง ที่ขยายวงไปไกลกว่าตะวันออกกลาง การประท้วงราคาน้ำมันในไอร์แลนด์ทำให้ประเทศเกือบหยุดชะงักเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จนรัฐบาลต้องใช้กองทัพมาเปิดทางหลวงและท่าเรือ พร้อมประกาศใช้งบอุดหนุนราคาน้ำมัน 505 ล้านยูโร
ไอร์แลนด์เป็นประเทศแรกที่ต้องเผชิญกับความวุ่นวายนี้ ขณะที่รัฐบาลในเอเชียและยุโรปที่มีฐานะทางการคลังไม่มั่นคงอาจไม่มีงบประมาณมากพอที่จะยุติการประท้วงได้ ขณะที่ฝรั่งเศสซึ่งมีหนี้สินมหาศาลและเคยมีบทเรียนการประท้วงเนื่องจากราคาน้ำมันกำลังเตรียมรับมือกับความโกลาหลก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีหน้า
ก่อนจะมีการประกาศปิดล้อมโดยสหรัฐฯ กลุ่มผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมพลังงาน รวมถึงการขนส่งทางเรือหลายแห่งดูเหมือนจะยอมจำนนจ่ายค่าผ่านทางให้อิหร่านเพื่อแลกกับการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีการพูดถึงราคาที่ต้องจ่ายในอัตรา 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สหรัฐฯ พูดถูกที่ว่าผลกระทบต่อเสรีภาพในการเดินเรือทั่วโลกและดุลอำนาจในตะวันออกกลางอาจอยู่ในขั้นเลวร้าย เพราะอิหร่านจะกุมอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือแหล่งพลังงานโลกเพียงประเทศเดียว กลายเป็นโอเปกในเวอร์ชันที่สุดขั้วและรวบอำนาจยิ่งกว่าเดิม และอิหร่านจะสามารถใช้รายได้เหล่านั้นเป็นท่อน้ำเลี้ยงเครือข่ายตัวแทนและฟื้นโครงการนิวเคลียร์ขึ้นมาใหม่
การเจรจาเพื่อยุติสงครามและคลี่คลายวิกฤตพลังงานจำเป็นต้องอาศัยวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ ความอดทน และความสามารถในการเข้าใจข้อแลกเปลี่ยน รวมถึงการสร้างพันธมิตร แต่คุณสมบัติเหล่านี้กลับเป็นสิ่งที่ผู้นำอย่างทรัมป์ขาดไป…
เรียบเรียงจาก Financial Times
แท็กที่เกี่ยวข้อง
Reported by

สุภัค โห้พึ่งจู
หัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย






