ลุ้นงบแบงก์ Q1/69 หลังดอกเบี้ยลด – ตั้งสำรองเพิ่ม

รูป ลุ้นงบแบงก์ Q1/69 หลังดอกเบี้ยลด – ตั้งสำรองเพิ่ม

efinAI


จากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์(บล.)หลายแห่งสะท้อนภาพเดียวกันว่า ผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยในไตรมาส 1/2569 มีแนวโน้มชะลอตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) แต่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ท่ามกลางแรงกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง และการตั้งสำรองที่ยังอยู่ในระดับสูง


โดย “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ได้รวบรวมการคาดการณ์ผลการดำเนินงาน 8 หุ้นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ในช่วงไตรมาส 1/69 รวมถึงอัตราการจ่ายเงินปันผล และวันไม่มีสิทธิ์รับเงินปันผล(XD) ไว้ดังนี้


ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า คาดกำไรสุทธิกลุ่มธนาคารในไตรมาส 1/69 จะลดลง 13.1% YoY แต่เพิ่มขึ้น 6.7% QoQ โดยมีปัจจัยกดดันจากรายได้ดอกเบี้ย (NII) ที่อ่อนตัว และแนวโน้มการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น


ในมุมมองการลงทุน หยวนต้ายังคงน้ำหนัก “เท่ากับตลาด” ต่อกลุ่มธนาคาร โดยประเมินว่าผลประกอบการปี 69 มีแนวโน้มทรงตัว จากแรงกดดันของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ลดลง และการเติบโตของสินเชื่อที่ยังจำกัด


โดยกลุ่มธนาคารยังมีจุดเด่นด้านฐานกำไรที่แข็งแกร่ง และมีปัจจัยบวกจากเงินกองทุนส่วนเกิน ซึ่งเอื้อต่อการทยอยปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) ส่งผลให้ Dividend Yield ยังโดดเด่นในระดับ 5-7% โดยเลือก BBL เป็นหุ้นเด่น ราคาเป้าหมาย 196 บาท


ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ประเมินว่า กลุ่มธนาคารภายใต้การวิเคราะห์จะมีกำไรสุทธิรวมราว 51,300 ล้านบาทในไตรมาส 1/69 ลดลง 12% YoY แต่เพิ่มขึ้น 8% QoQ สอดคล้องกับแนวโน้มที่ดีขึ้นในเชิงไตรมาส


ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน ธนาคารยังเผชิญข้อจำกัดจากการเติบโตของสินเชื่อ โดยคาดว่าสินเชื่อรวมจะทรงตัว QoQ และหดตัวเล็กน้อย 0.6% YoY ในไตรมาสแรก ก่อนจะกลับมาขยายตัวได้ราว 1.8% ในภาพรวมปี 69


ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์มีแนวโน้มดีขึ้นเล็กน้อย โดยคาดว่าอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL ratio) จะลดลงจาก 3.2% ในไตรมาส 1/2565 เหลือ 3.1% ในไตรมาส 1/2566 และทรงตัวในระดับดังกล่าวตลอดทั้งปี


นอกจากนี้ ต้นทุนสินเชื่อ (Credit Cost) มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะอยู่ที่ 140 basis points ในไตรมาส 1/2566 ลดลงทั้ง YoY และ QoQ สะท้อนนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่ระมัดระวังมากขึ้น และการเน้นรักษาคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคาร

อย่างไรก็ดี ปัจจัยเสี่ยงสำคัญยังคงเป็นราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ค่าครองชีพและต้นทุนธุรกิจเพิ่มขึ้น อาจกดดันความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า และกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์ของระบบธนาคารในระยะถัดไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย