
ร้อนแรงเกินห้ามใจจริงๆ สำหรับปีม้า 2569 นี้ เพราะเข้าสู่ปีใหม่ได้ไม่กี่วัน พี่เบิ้มสหรัฐอเมริกา ก็โชว์ศักยภาพด้วยการบุกจับประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร พร้อมภรรยา ออกจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซูเอล่า ในข้อหาสมคบคิดก่อการร้ายยาเสพติด นำเข้าโคเคน ครอบครองปืนกลและอุปกรณ์ทำลายล้าง เพื่อทำลายล้างต่อสหรัฐอเมริกา จากก่อนหน้านี้ที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้เคลื่อนกองทัพเรือและทหารเข้าไปในทะเลแคริบเบียนใกล้กับชายฝั่งเวเนซุเอลา และเริ่มโจมตีเรือสินค้าของเวเนฯ ที่อ้างว่าบรรทุกยาเสพติดซึ่งกำลังลำเลียงไปยังสหรัฐฯ เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา
เรียกได้ว่าสร้างแรงสั่นสะเทือน และความกังวลอย่างหนักต่อหลายประเทศ จนถึงขนาด เลขาธิการยูเอ็น นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส ระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่อันตราย ขณะที่จีน และรัสเซียออกโรงประณามอย่างหนัก และอีกหลายประเทศที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะปฏิบัติการที่เวเนฯ อาจไม่ใช่แค่ประเทศแรกของสหรัฐฯ เพราะล่าสุด ทรัมป์ ขู่พร้อมจะยึดกรีนแลนด์ รวมถึงกลุ่มประเทศในทวีปอเมริกา เช่น โคลัมเบีย
ตอนนี้ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์จึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ เป็นความกังวลที่โลกต้องจับตา เมื่อสหรัฐฯ ของทรัปม์ ใช้วิธีที่แข็งกร้าว โดยไม่สนเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ จนอาจทำให้โลกเข้าสู่สถานการณ์ที่อันตราย และวุ่นวายอีกครั้ง หลังจากเมื่อปีที่แล้วทรัมป์ ก็ปล่อยหมัดเรื่องตั้งกำแพงภาษี จนเศรษฐกิจโลกปั่นป่วนมาแล้ว เรียกว่านโยบายของผู้นำสหรัฐฯ เขย่าโลกอีกครั้ง ทั้งที่ปากก็บอกว่าไม่ต้องการสงคราม อยากได้รางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ แต่สิ่งที่เห็นตอนนี้ดูจะย้อนแย้ง สวนทาง อย่างเห็นได้ชัด โดยล่าสุด ทรัมป์ยังเตรียมเสนอของบประมาณกลาโหมเพิ่มเป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ จากเดิม 9.01 แสนล้านดอลล์
ดังนั้นเมื่อโลกร้อนแรงตั้งแต่ต้นปีแบบนี้ และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศหนักขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะ สหรัฐฯ กับ จีน ทั้งที่เมื่้อปลายปีพวกเขาเพิ่งตกลงกันได้เรื่องภาษีในบางประเด็น แต่เมื่อทรัมป์ได้จุดไฟความขัดแย้งระหว่างประเทศในเวเนฯ อะไรๆ ก็ไม่แน่เสียแล้ว และหากทรัมป์ ยังไม่สนโลก ประกาศยึดกรีนเลนด์ขึ้นมาจริงๆ นอกจากความขัดแย้ง กับ จีน รัสเซีย แล้ว
ยังอาจลุกลาม บานรปลายไปสู่ความขัดแย้งกับกลุ่มนาโต้
นี่แค่เริ่มต้นปี ยังขนาดนี้ หลังจากนี้จะขนาดไหน ไม่กล้าที่จะคาดเดาเลยจริงๆ แต่เชื่อว่าหากสหรัฐฯ ยังเดินหน้าป่วนโลก ทั้งจากนโยบายตั้งกำแพงภาษีสูงที่ทำอยู่แล้ว เพิ่มเติมคือการประกาศตัวเป็นตำรวจโลกอย่างจริงจัง เท่านั้นยังไม่พอพร้อมจ้องฮุบดินแดนคนอื่น โลกจะสงบสุขได้อย่างไร แบบนี้ประเทศไทยของเราจะต้องเตรียมตัวรับมืออย่างไรดี ไหนจะเศรษฐกิจปากท้อง ที่รู้แน่ๆแล้วว่า ไม่น่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา แล้วยังต้องมาเจอปัญหาภูมิศาสตร์ ทั้งสงคราม การสู้รบ ความขัดแย้ง แทบจะทั่วทุกทวีป เราจะเอาตัวรอดผ่านปีม้าไปได้อย่างไร ให้เจ็บตัวน้อยที่สุด
ส่วนพรรคไหนจะชนะ และได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 รับประกันได้ว่า งานหนัก งานหิน รอพวกท่านอยู่ ***

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย