
เปิดรับ พ.ศ. ใหม่ ปีม้าไฟ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นำทีมโดย อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ก็ประกาศแผน 3 ปี (ปี 69-71) เร่งยกระดับตลาดทุนทุกมิติ ภายใต้แนวคิด “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” ที่ผู้จัดการตลาดฯ บอกว่าเป็นแผนที่เน้นรุกในทุกมิติ ทั้งการสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น ผนึกกำลัง ขยายการเติบโต และ เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนขับเคลื่อนพัฒนาคนการสร้างความน่าดึงดูดของตลาด (Attractiveness) เพิ่มสภาพคล่อง (Liquidity) และเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (Valuation) และที่สำคัญคือการฟื้นฟูความเชื่อมั่น เพิ่มโอกาสลงทุนด้วยสินค้าใหม่
พร้อมกับเน้นย้ำผลักดัน CG ของบริษัทจดทะเบียน และจะทบทวนเกณฑ์ต่างๆ ภายใน 6 เดือน โดยบอกว่าบทบาทของตลาดหลักทรัพย์ปีนี้จะต้องดุดันมากขึ้น เรียกได้ว่าต้องเน้นรุก เข้าถึง โดยเฉพาะเรื่อง CG ที่ถึงกับบอกว่าจะต้องเข้าไปเคาะถึงประตูทุกบริษัทกันเลยทีเดียว เพื่อให้ทราบถึงบทบาท และหน้าที่ในการเป็นกรรมการบริษัทจดทะเบียน หรือแม้แต่โครงการ JUMP+ ที่ตลาดฯ จะเข้าไปสร้างความกดดันให้ บจ. กล้าออกมาจาก Safe Zone และพัฒนาแผนในการสื่อสารให้ผู้ลงทุนได้รับทราบ
ส่วนเรื่องกฎเกณฑ์ในตลาดทุนนั้นก็ยิ่งต้องดุดันมากขึ้น สำหรับการทบทวนเกณฑ์ เพราะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯออกเกณฑ์ใหม่ๆจำนวนมาก แต่ยังตอบโจทย์นักลงทุนไม่ครอบคลุมทุกกลุ่ม เพราะฉะนั้นจึงต้องพิจารณาเกณฑ์ที่มีกว่า 20 เกณฑ์ว่าเป็นประโยชน์ต่อตลาดทุนโดยรวมหรือไม่
นอกจากนี้ เรื่องของจำนวนบริษัทจดทะเบียนใหม่ (IPO) และปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ฯ ก็เป็นเป้าหมายที่ตลาดหลักทรัพย์ต้องการเน้น ทั้งการเพิ่มสภาพคล่องในตลาดหุ้นไทยให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วน IPO ก็จะเน้นไปที่คุณภาพบริษัทที่จะเข้ามาจดทะเบียน และเกณฑ์การกระจายหุ้น IPO ด้วยเช่นกัน ซึ่งในส่วนของการเพิ่มสภาพคล่องของตลาดหุ้น ล่าสุดได้ขยายเวลาสมัครเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ถึง 31 มี.ค.69 นี้ ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับการบริการ และประสิทธิภาพของตลาด
การประกาศแผนครั้งนี้ ได้เห็นถึงความตั้งใจของทีมผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ ว่าต้องการพัฒนาและฟื้นความเชื่อมั่นของตลาดฯ อย่างจริงจัง เพื่อช่วยให้ตลาดทุนไทยกลับมามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ หลังจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นค่อนข้างเติบโตช้า SET Index แทบจะไม่ขยับไปไหนไกล มูลค่าการซื้อขายก็ลดลง เพราะฉะนั้นการประกาศกลยุทธ์ครั้งนี้ จึงจำเป็นต้องเพิ่มความดุดันแบบไม่เกรงใจใคร เพื่อให้ตลาดทุนไทยกลับมาอยู่ในโฟกัสของนักลงทุนอีกครั้ง
6 เดือนจากนี้ไป คงต้องจับตาว่าตลาดหลักทรัพย์จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร เกณฑ์ไหนที่จะเริ่มปรับก่อน นักลงทุนคงต้องเอาใจช่วยกันว่าทีมผู้บริหาร และกรรมการตลาดฯ ชุดนี้จะพลิกฟื้นตลาดทุนให้กลับมาเป็นตลาดทุนอันดับต้นๆ ที่มีน่าเสน่ห์ น่าลงทุน สำหรับตลาดเกิดใหม่ได้อย่างไร และที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งก็คือ ตลาดฯ ต้องทำให้เห็นอย่างที่ยืนยันว่า ตลาดทุนไทยไม่ใช่แหล่งฟอกเงิน ... เพราะฉนั้นปีม้า ปีนี้ แค่ดุดัน อย่างเดียวอาจไม่พอ

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย