นับถอยหลังเลือกตั้ง69 เดิมพันเศรษฐกิจ - ตลาดทุนไทย

efinAI
ไม่กี่วันเท่านั้น การเมืองไทยกำลังจะเข้าสู่ช่วงนับถอยหลังไปสู่การเลือกตั้งปี 2569 ในวันที่ 8 ก.พ. นี้แล้ว หลังจากเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2566 ท่ามกลางเศรษฐกิจประเทศยังคงเปราะบาง และกำลังซื้อภายในที่ยังไม่กลับมาเต็มที่ รวมไปถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนซึ่งยังผันผวนต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันทางการเมือง แต่เป็นการชี้ชะตา ทิศทางเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย หลังจากนี้อีกด้วย
ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ เราจะเห็นว่าตลาดหุ้นไทยสะท้อนความกังวลเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองอย่างชัดเจน ( 3 ปี ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรี 3 คน) ผ่านกระแสเงินทุนที่ไหลเข้า–ออกอย่างรวดเร็ว เพราะการเมืองในประเทศมีความไม่แน่นอนสูง การเลือกตั้งครั้งนี้จึงทำให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ จับตาว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถวางนโยบายเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง มีวินัยทางการคลัง และเอื้อต่อการลงทุนระยะยาวได้มากแค่ไหน มากกว่าการใช้นโยบายระยะสั้น หรือประชานิยม เพื่อสร้างความนิยมทางการเมือง
ขณะเดียวกัน ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน หรือ บจ. ยังฟื้นตัวไม่สม่ำเสมอ แม้ธุรกิจบางประเภทจะเริ่มกลับมาเติบโตได้ดี เช่น กลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม อาหาร พลังงาน ฯลฯ แต่บางอุตสาหกรรมยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงิน หนี้ครัวเรือน และการแข่งขันที่รุนแรง เช่น กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นการกำหนดทิศทาง และนโยบายหลังการเลือกตั้ง จึงมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการฟื้นตัวของภาคธุรกิจ ที่จะส่งผลต่อความแข็งแกร่งของตลาดทุนโดยรวม
การเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. นี้ จึงเป็นมากกว่าการตัดสินว่า พรรคการเมืองไหนจะชนะเลือกตั้ง และใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ แต่หมายถึงการชี้ชะตาเศรษฐกิจประเทศ เพื่อดึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับเข้ามาลงทุนทั้งในตลาดทุน และการลงทุนอื่นๆ ในระยะยาว เพื่อให้กลับมาเป็นเสือตัวใหม่เหมือนในอดีต ไม่ใช่คนป่วยในเอเซีย เหมือนปัจจุบัน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
Editing by

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย










