จับตาเจรจารอบ 2 ตะวันออกกลางยังเสี่ยง–พลังงานโลกไม่จบ กดดันตลาด

efinAI
การล้มเหลวของการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเมื่อวันเสาร์ (11 เม.ย.) ที่ผ่านมา กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่กลับเข้าสู่โหมดปลอดภัยได้ โดยเฉพาะการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ของพลังงานโลก ทำให้ความเสี่ยงของพลังงานโลกยังไม่หมดไป และแน่นอนว่าสะท้อนจากราคาน้ำมันโลกที่ยังคงผันผวนและ Sentiment ตลาดยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
โดยในช่วงหลังจบการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จะเห็นว่าได้ว่าข่าวสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเต็มไปด้วยความไม่ชัดเจน ทั้ง 2 ฟากฝั่ง แม้จะมีข่าวว่าอิหร่านส่งสัญญาณยอมถอยในประเด็นอาวุธนิวเคลียร์ และเปิดช่องให้การเจรจารอบใหม่เกิดขึ้นที่อาจจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ ขณะที่ฝั่งสหรัฐที่ระบุว่าต้องการให้สงครามยุติเร็ว ยังคงทำให้ตลาดเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ แม้อาจจะมีความหวังแฝงอยู่ แต่ก็ยังคงมีคำถามเกิดขึ้นตลอดว่า โดยเฉพาะคำพูดของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่หาความน่าเชื่อถือได้น้อยมาก
เพราะฉะนั้นในช่วงระยะเวลา ก่อนที่เส้นตายการหยุดยิงจะจบลงในวันที่ 21 เม.ย. นี้ ภาพรวมของสถานการณ์ยังคงอยู่ในภาวะที่หาความแน่นอนไม่ได้ แต่ก็ยังไม่ถึงกับสิ้นหวัง แม้ว่าจะมีการคาดการณ์ว่า จะมีการกำหนดทิศทางในการขยายเวลาเพื่อเปิดทางเจรจารอบใหม่ เพราะทั้งสหรัฐฯ และอิหร่าน ยังไม่ปิดเกมทางการทูต โดยอิหร่านอาจยอมถอยบางเงื่อนไข ส่วนสหรัฐก็ยังส่งสัญญาณว่าต้องการจบสงคราม เพราะทั้ง 2 ฝ่าย รู้ดีว่าต้นทุนของการสู้รบที่ยืดเยื้อ ไม่ได้ส่งผลดีกับใคร
โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่อาจจะกระทบทั้งต่อการเมือง และเศรษฐกิจในประเทศ
ด้านการลงทุน แม้ตลาดอาจตีความเป็นบวกในเชิงจิตวิทยา เพราะยังมีหวังที่สงครามอาจจะยุติ แต่ในอีกมุมหนึ่งหากในการเจรจารอบใหม่ยังหาทางออกไม่ได้ ความตึงเครียดก็มีโอกาสเร่งตัว และจะส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ยโลกอีกครั้ง ความไม่แน่นอนเชิงโครงสร้างยังสูง
ระยะสั้น ตลาดยังมีแรงเก็งกำไรจากความหวังการเจรจาที่อาจทำให้ตลาดหุ้น และสินทรัพย์เสี่ยงรีบาวน์เป็นช่วงๆ ไม่นับรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ขึ้นต่อเนื่องแบบไม่แคร์สงคราม และดูจะเป็นตลาดเดียวที่ยังคงให้ผลตอบแทนที่ดี เหมือจะรู้อยู่แล้วว่าในที่สุดทิศทางของสงครามจะเป็นอย่างไร และทุกครั้งที่โดนัลด์ ทรัมป์ ให้ข่าว ตลาดฯสหรัฐฯ ก็มักจะคาดเดาทิศทางออก อย่างไรก็ดีในระหว่างที่จะมีการเจรจารอบที่ 2 เกิดขึ้น นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง และบริหารสินทรัพย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หุ้น ทองคำ ตลอดจนสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ กาาเอาตัวรอดจากความผันผวนที่กำลังกลายเป็นภาวะปกติของเศรษฐกิจโลก
สุดท้ายเราต้องยอมรับว่า โลกกำลังยืนอยู่ในจุดที่มีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายผสมโรงกันไปปข่าวดีคือยังมีช่องทางของการเจรจา ขณะที่ข่าวร้ายคือความไม่แน่นอนของการเมืองระหว่างประเทศ และเงื่อนไขใหม่ที่มีขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะคุณพี่ ที่ขยันสร้างความสับสนและงุนงงให้ตลาด
แท็กที่เกี่ยวข้อง
Reported by

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย











