BBL ชู “เศรษฐกิจสีเขียว” จุดพลิกเกมผู้นำโลก ท่ามกลางสมรภูมิสงคราม

efinAI
ธนาคารกรุงเทพ เปิดเวทีเสวนา “The Great Green Transition” เปิด 3 แนวทาง พลิกโฉมธุรกิจไทยเร่งปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว คือ สภาพอากาศ นวัตกรรมยั่งยืน และอนาคตสิ่งแวดล้อม หนุนธุรกิจปรับตัว คว้าโอกาสสร้างการเติบโต แนะเร่งเป็นผู้นำเกมเปลี่ยนโลก ยุคพลังงานโลกผันผวน วิ่งหาโอกาสรับเทรนด์เศรษฐกิจใหม่
ธนาคารกรุงเทพ จัดเวทีเสวนาใหญ่ “The Great Green Transition” ปีที่ 2 เพื่ออัปเดต นโยบายและเทรนด์ด้านความยั่งยืนของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ผ่านวิสัยทัศน์และประสบการณ์ตรงจากผู้นำองค์กรระดับโลก ร่วมยกระดับธุรกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL กล่าวในโอกาสเปิดงานเสวนา “The Great Green Transition” ภายใต้หัวข้อ “Sustainable Growth in Action” ว่า ส่งที่เข้ามากระทบต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมี 3 ด้านที่ไทยต้องรับมือ ประกอบด้วย
1.นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลกสู่การขับเคลื่อนในระดับประทเศ
2.นวัตกรรมเข้ามามีบทบาทพลิกโฉมพลังงานและความยั่งยืน
3.เส้นทางองค์กรสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ดังนั้นภาคธุรกิจจะต้องเตรียมความพร้อมปรับตัววางกลยุทธ์ที่นำไปสู่การปฏิบัติในการรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างแท้จริง
ประเด็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (Climate Change) ไม่ได้กลายเป็นเพียงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งในมิติของโอกาสและความเสี่ยง ที่ผลกระทบด้านการดำเนินธุรกิจทางกายภาพที่รุนแรงขึ้น เช่น กรณีน้ำท่วมใหญ่ที่หาดใหญ่ หรือเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำซ้อนในภาคเหนือ นำไปสู่การวางแผนเชิงกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อป้องกันความเสี่ยงในอนาคต
ขณะเดียวกัน นโยบายด้านสภาวะภูมิอากาศ ยังถูกยกระดับกลายเป็นเงื่อนไขและกลไกสำคัญทางเศรษฐกิจ และการออกแบบนโยบายการค้า ทั้ง มาตรฐานสินค้า และยังกลายเป็นเงื่อนไขการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ในตลาดโลก นำไปสู่ผลกระทบต่อภาคธุรกิจไทยในทุกภาคส่วน จนเป็นเงื่อนในการเข้าถึงตลาด การรักษาลูกค้า สร้างการเติบโตให้กับองค์กรในอนาคต
โหมโรงมาตรการการค้าEU ห่วงโซ่ไทยเสี่ยงถูกตัด
สำหรับกฎระเบียบด้านการค้าที่เริ่มเข้มข้นในการบังคับใช้มากขึ้น จะเริ่มเห็นชัดเจนตั้งแต่ ต้นปี 2569 กฎหมายด้าน ESG (Environmental, Social, Governance) เช่น มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ของสหภาพยุโรป ที่บังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การรายงาน และการลงทุน สีเขียว ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกสินค้าไปยัง EU
โดยสินค้าไทยที่ส่งออกไปEU จะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงขึ้นนำร่อง 8 รายการ ได้แก่ เหล็ก ซีเมนต์ อะลูมิเนียม ปุ๋ย ไฮโดรเจน และไฟฟ้า ถือเป็นกลุ่มที่มีการปล่อยคาร์บอนในปริมาณสูง เช่นเดียวกับประเทศขนาดใหญ่อีกหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และจีน ต่างทยอยออกข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด
ทั้งนี้ ได้กำหนดให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องเร่งปรับตัวอย่างรวดเร็ว เช่น การลงทุนในเทคโนโลยีลดคาร์บอน หรือการจัดทำระบบรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้มาตรฐาน เพื่อรักษาตลาดส่งออกสำคัญและความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุน ทั้งรายใหญ่และรายเล็ก (SMEs) ไปจนถึงเกษตรกรเพราะมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมกำหนดรายงานการตรวจสอบยอนกลับ หากไม่ดำเนินการตามมาตรฐาน มีความเสี่ยงที่จะถูกตัดออกจากห่วงโซ่การผลิตของผู้ส่งออกได้
“ในสหภาพยุโรป เริ่มมีผลบังคับใช้เกี่ยวกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม ผ่านมาตรการ CBAM , EU Deforestation Regulation กำลังตามมา จึงทำใหัผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออกสินค้าไปยังยุโรป กำลังเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น และไม่มีรายงานตามมาตรฐานอาจถูกตัดออกจากห่วงโซ่การค้า หากไม่ปรับตัว”
ทั้งนี้ องค์กรธุรกิจควรใช้วิกฤต ให้กลายเป็นโอกาสในการปรับตัวได้รวดเร็ว เพื่อลดต้นทุนได้ในระยะยาว และเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรให้สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนได้ ผ่านการนำเทคโนโลยีช่วยลดคาร์บอน จัดการพลังงาน การบริหารต้นทุน เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีด้านพลังงาน การจัดการความร้อนในการผลิตด้วยระบบอัตโนมัติ และยังช่วยรองรับสถานการณ์พลังงานโลกอยู่ในจุดเสี่ยงผันผวนสูง จากตะวันออกกลาง อีกทั้งยังรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ ที่ต้องการมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมเข้มข้นขึ้น
BBL ร่วมมือพันธมิตรหนุนธุรกิจเร่งเปลี่ยนผ่านสีเขียว
แนวคิดด้านความยั่งยืน เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายในระบบนิเวศต้องตระหนักรู้ ตื่นตัวสร้างความร่วมมือกันทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ผลิตสินค้า ผู้ให้บริการ ไปจนถึงผู้บริโภค ธนาคารกรุงเทพ เป็นหนึ่งในการสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการให้พร้อมรับมือความท้าทาย ก้าวไปสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านองค์ความรู้ ด้านช่องทางการเปลี่ยนผ่าน และด้านการเข้าถึงแหล่งทุน ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อ เช่น “บัวหลวงกรีน” เพื่อสนับสนุนลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
“ธนาคารทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยี ผ่านโครงการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้นำนวัตกรรมมาปรับใช้ และเสริมสร้างศักยภาพขององค์กร พัฒนาองค์ความรู้ ให้กับผู้ประกอบการไทย
วางจุดยืน”ผู้นำเปลี่ยนผ่าน”เศรษฐกิจสีเขียว
ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ BBL ให้มุมมองว่า ประเทศไทยจะต้องมอง “กรีน” เป็นจุดเปลี่ยนที่สร้างโอกาสในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้แข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก การเปลี่ยนผ่าน ไทยจะต้องวางตัวเองเป็นผู้นำที่เข้มแข็งในการวางนโยบาย พัฒนาเครื่องมือในการปรับตัวนำหน้าก่อนจะถูกแรงกดดันให้ปรับตัว
“หลายองค์กรเริ่มจริงจังด้านการปรับตัวสู่ธุรกิจยั่งยืน ทั้ง CP, ThaiBev และอีกหลายบริษัท ต่างยอมรับว่าสถานการณ์โลกไม่ง่าย มีทั้งความเสี่ยงจากสงคราม วิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมัน และกฎเกณฑ์ระดับโลก เช่น ข้อตกลงปารีส (Paris Agreemen) ทุกองค์กรต้องมีแผนสำรองหลากหลาย เพื่อปรับตัวตลอดเวลา เพราะโลกเปลี่ยนเร็วมากในทุก ๆ 2–3 เดือน”
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ วิกฤตพลังงานโลก อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ในการเร่งการขับเคลื่อนการใช้งาน พลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึง การใช้รถ EV ที่ตอบโจทย์เทรนด์ในการรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมกันกับ ลดต้นทุน
สิ่งที่ประเทศไทยจะต้องเตรียมความพร้อมสร้างโอกาสให้กับธุรกิจคือการ สนับสนุนผ่านสินเชื่อสีเขียว เพื่อช่วยให้ธุรกิจเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ และปรับโครงสร้างเครือข่ายสินค้า ( supply chain) ทำให้ธุรกิจไทยสามารถเข้าสู่ยุคกรีนได้รวดเร็วขึ้น องค์กรที่พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้ จะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านสู่โลกสีเขียวก่อน ขึ้นอยู่กับ“Mindset ของผู้นำ”มีการวางเป้าหมายเป็นรูปธรรม
“การปรับโรงงานจะต้องพัฒนาไปสู่ระบบใหม่ โดยนำเทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ประหยัดพลังงาน เช่น เปลี่ยนเป็น LED หรือใช้ EV โดยนำ AI และ Digital Twin ช่วยวางระบบจำลองโรงงานสร้างโลกเสมือนจริงช่วยลดต้นทุน”
ความท้าทายคือการพัฒนาทั้งระบบนิเวศ (ecosystem) ให้เกิดการปรับตัวไปพร้อมกัน ผ่านการสร้างจูงใจด้วย สินเชื่อสีเขียว หรือการให้ความรู้และเครื่องมือ เช่น การจัดสัมมนา การสร้างทีมที่เข้าไปช่วยธุรกิจปรับตัว สร้างโอกาสพัฒนาธุรกิจใหม่ ที่คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของโลกยุคใหม่ ก็จะมีโอกาสมหาศาล ตอบโจทย์เทรนด์ความต้องการของโลก โดยการเชื่อมโยงกับภาคชุมชน และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม จะสร้างการยอมรับให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน
“ช่วเวลาที่ท้าทายที่สุด แต่ก็เต็มไปด้วยโอกาสเช่นกัน แม้แต่บริษัทใหญ่อย่าง GC ยังต้องปรับตัวจากธุรกิจน้ำมัน ไปสู่ไบโอและเทคโนโลยีใหม่ ๆโลกกำลังจะเปลี่ยนอย่างมากในอีก 2–3 ปีข้างหน้า อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นโอกาสและคว้าไว้ได้หรือไม่”











