บี.กริม ฝากการบ้านรัฐบาลอนุทิน เร่งแผนเสรีไฟฟ้าสีเขียว ก่อนเสียโอกาสให้กลุ่มอาเซียน

efinAI
บี.กริม เผยแผนเสรีไฟฟ้าเสรีไทย Direct PPA ล่าช้า 10 ปี สูญเสียโอกาสชิงเกมได้เปรียบเพื่อนอาเซียน แจงภาคเอกชนเตรียมกระสุน โนว์ฮาว เทคโนโลยี เงินทุน เตรียมทุ่มรุกธุรกิจเต็มหน้าหนัก รอเพียงรัฐบาลใหม่ไฟเขียวเปิดนโยบายเชิงรุก รับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ B.Grim เปิดเผยว่า ความท้าทายสำคัญของไทยที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะต้องชิงความได้เปรียบ แต่ตอนนี้ไทยกลับเป็นผู้ตามด้านพลังงานสะอาด ในอาเซียน ดังนั้นจึงต้องเร่งทำงานเชิงรุก ดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนไทย ต้องเร่งขับเคลื่อน “นโยบาย” ด้วยการเปิดเสรีไฟฟ้า (Direct PPA- Direct PPA Third Party Access) ซึ่งไทยนั้นล่าช้ามากว่า 10 ปี ทำให้หลายประเทศในอาเซียนพัฒนาระบบไฟฟ้าพลังงานสะอาด (Renewable & Clean Energy) ในสัดส่วนที่สูงกว่าไทย จนส่งผลทำให้ดึงดูดการลงทุนพลังงานสะอาดไปก่อนไทย
ทั้งนี้ มีหลายประเทศในโลกเริ่มพัฒนา Direct PPA นำหน้าก่อนไทยแล้ว อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย ยุโรป สหรัฐอเมริกา โดยกลุ่มประเทศเหล่านี้ เปิดให้ซื้อขายไฟฟ้าเสรี ดึงดูดเอกชน ลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อขายตรงให้ลูกค้าอุตสาหกรรม จึงช่วยดึงดูดเงินลงทุนภาคอุตสาหกรรมอนาคตใหม่ ส่งผลทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันดึงดูดเงินลงทุนต่างประเทศ เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ต้องการใช้ไฟฟ้ามหาศาล
“นโยบายของรัฐบาลไทยล่าช้ามากว่า 10 ปี ประเทศไทยยังเปิดเสรีไฟฟ้าไม่เต็มรูปแบบ จึงทำให้ทำให้ลูกค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องใช้ไฟฟ้าสะอาดสูงไม่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าสีเขียวได้ตามต้องการ ในขณะที่หลายประเทศเปิดเสรีไปหมดแล้ว ทำให้หลายบริษัทที่ต้องการลงทุนในไทยต้องลงทุนนอกประเทศ ต้องเร่งแก้ ตั้งแต่วันนี้ยังทัน โดยใช้กลยุทธ์การเปิดให้เอกชนสามารถซื้อขายไฟฟ้าผ่านโครงข่ายได้”
ถือเป็นหนึ่งในโรดแมป เมื่อรัฐบาลได้ลงนามเปลี่ยนผ่านสู่ปลายทางคาร์บอนเป็นศูนย์ หรือ สังคมคาร์บอนต่ำ ด้วยการเริ่มต้นวางแผนการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด ไม่เช่นนั้นมีโอกาสจะสูญเสียความสามารถในการการสร้างแรงดึงดูด การลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
“เพื่อนบ้านอาเซียนมีโอกาสเติบโตด้านพลังงานสะอาด ทำให้บรรลุเป้าหมายสังคมคาร์บอนเป็นศูนย์ โดยการกระตุ้นภาคอุตสาหกรรมการผลิตลงทุนเพิ่มในประเทศ เพื่อไม่ให้ไทยต้องสูญเสียโอกาสเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวจึงต้องเริ่มจากการกลัดกระดุมเม็ดแรก คือพลังงานไฟฟ้า โดยการเปิดให้พัฒนารูปแบบใหม่ๆ ได้ไม่จำกัด”
ปัจจุบันภาคธุรกิจในประเทศมีความพร้อมทุกด้านแล้ว ในการลงทุนรองรับ ทั้งด้านเทคโนโลยี เงินทุน องค์ความรู้ ความพร้อมในการพัฒนาโครงการพลังานไฟฟ้าสีเขียว เสรีเพื่อรองรับอุตสราหกรรมใหม่ จึงรอเพียงภาครัฐมีมาตรการขับเคลื่อนนโยบาย
“เอกชนเราพร้อมขยายพอร์ตพลังงานทดแทน (Renewable) พร้อมจะสนับสนุนลูกค้าอุตสาหกรรม แต่สิ่งที่ยังทำไม่ได้เต็มที่ อยู่ที่ภาครัฐ เพราะติดข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ ที่จะต้องมีการปรับโครงสร้างราคา ให้สะท้อนการแข่งขันที่แท้จริง เป็นเครื่องมือดึงดูดการลงทุน เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และนำประเทศก้าวไปสู่การเปลี่ยนผ่าน โครงสร้างเศรษฐกิจสีเขียว










