LPP สร้างระบบนิเวศบริหารชุมชน รุกบริการ “เพิ่มมูลค่าอาคารเก่า” รับมือโลกผันผวน

efinAI
LPP ชูโมเดลธุรกิจ รับมือสถานการณ์โลกผันผวน ด้วยกลยุทธ์ Resilient ยืดหยุ่น ทนทาน ยืนเหนือทุกสภาวะ สร้างระบบนิเวศบริหารชุมชนแห่งชาติ พร้อมดึงพันธมิตรรับงาน ผ่าน 9 บริหาร เจาะเป้าหมายพลิกโฉม – เพิ่มมูลค่าอาคารเก่า

“อภิชาติ เกษมกุลศิริ” กรรมการบริหาร บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) เปิดโมเดลพัฒนาธุรกิจให้อยู่รอดท่ามกลางความท้าทายของโลก โดยต้องกลับมาทบทวนตัวเอง เพื่อรองรับกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ท่ามกลางตลาดหุ้นซบเซา เมื่อเผชิญความผันผวนจากสงครามในตะวันออกกลาง
จุดที่ทำให้ต้องวางกลยุทธ์สร้างความแข็งแกร่ง ทนทาน ต่อทุกสภาวะให้เติบโตในระยะยาว ด้วยการวางจุดยืน เป็น” ผู้บริหารชุมชนแห่งชาติ “ (National Community Service) เปิดกว้างในการบริการให้กับนิติบุคคล ลูกบ้านให้กับนักพัฒนาทุกค่ายอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate) เล็งเป้าหมายในตึกที่เก่าอายุเกินกว่า30 ปี
เป้าหมายสำคัญของการให้บริการ คือ “เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของลูกค้าในระยะยาว” ให้มีการเติบโตทัน หรือเอาชนะอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทุกปี เพราะมีต้นทุนอัตราดอกเบี้ย ที่กระทบต่อต้นทุนธุรกิจ รวมถึงการแข่งขันในตลาดกับตึกสร้างใหม่
“มีโอกาสมหาศาลในการเข้าไปเป็นพันธมิตรกับธุรกิจบริการบริหารอาคาร และยังมีค่ายอสังหาริมทรัพย์ – ซัพพลายเออร ์ ที่มีโอกาสร่วมกันพัฒนาเป็นพันธมิตรขยายฐานลูกค้า รวมถึงห้างค้าปลีก พันธมิตรกลุ่มผู้รับเหมาและผู้เชี่ยวชาญด้านก่อสร้าง และ ด้านเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการและบริการ”
ตลอดระยะเวลากว่า 34 ปี LPP บริหารจัดการนิติบุคครวมแล้ว 641 อาคาร รวม 300 โครงการ และ พื้นที่ 13 ล้านตารางเมตร (Sq.m) สะท้อนถึงการเติบโตจากโอกาสความต้องการของตลาดอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความผันผวน
“เป้าหมายหากเพิ่มกว่า 600 โครงการที่เราบริหารจัดการบนพื้นที่เพิ่มกว่า 13 ล้านตารางเมตร(ตร.ม.) ค่าบริการอาคาร 40-50 บาทต่อตร.ม.เพียงให้แต่ละคนเข้ามาใช้บริการลูกค้าราว 300,000 ราย จ่ายเงินคนละ 500 บาท หน้าที่ของเราคือทำให้มูลค่าทรัพย์สินเหล่านั้นไม่ลดลงตามเวลา ผ่านบริการอย่าง facility management, engineering solutions และการปรับปรุงอาคาร จะมีโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืน “
กลยุทธ์ที่ทำให้ประสบความสำเร็จ คือการออกแบบธุรกิจ เพื่อพัฒนาระบบนิเวศ หรือ “Ecosystem” ในการหลอมรวมธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร (Integrated Property Service Ecosystem) ใน 3 ธุรกิจสำคัญ ได้แก่ บริหารอาคาร (Property Services), บริการดูแลและอำนวยความสะดวกอาคารและสถานที่ (Facility Managementj) และบริการวิศวกรรม (Engineering Services) พร้อมกันกับนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)มาใช้ในการพัฒนาธุรกิจด้านข้อมูล วิเคราะห์ความต้องการลูกค้า โดยคนยังเป็นหัวใจสำคัญ ที่เชื่อมการบริการให้พึงพอใจ (Touch Point) ลดต้นทุน เพิ่มกำไร
ทางด้าน สุรวุฒิ สุขเจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอลพีพี พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า รายได้ที่พึ่งพาบริษัทแม่อย่าง LPN ลดลงเหลือต่ำกว่า 50% เป็นแนวทางที่สะท้อนความสามารถในการเติบโตอย่างอิสระจึงตั้งเป้าหมาย พิ่มสัดส่วนรายได้จากลูกค้าภายนอกให้ถึง 65% ผ่านเครื่องมือ และเทคโนโลยีที่พร้อมให้บริการโครงการที่หลากหลายมากขึ้น

ทั้งนี้จะมีการยกระดับ การบริการด้วยระบบนิเวศอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ภายใต้แบรนด์ “UP” เชื่อมโยงทุกบริการให้อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ผ่าน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ ยกระดับมาตรฐานการบริการให้เป็นมืออาชีพในระดับสากล,ยกระดับคุณภาพชีวิต ให้สะดวก ปลอดภัย และง่ายขึ้น และยกระดับมูลค่าทรัพย์สิน ให้เติบโตในระยะยาว
UP ยกระดับบริการใน 9 กลุ่มงานบริหาร ที่ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการ วิศวกรรม จนถึงบริการสนับสนุนต่าง Services Under ได้แก่
1. LIVE UP: บริหารจัดการนิติบุคคลอาคารที่พักอาศัย ทั้งคอนโดมิเนียม อาคารชุด หมู่บ้านจัดสรร ด้วยระบบงานที่ชัดเจน เพื่อความมั่นคงในการดำเนินงาน ความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคนในอาคาร
2. WORK UP: บริหารจัดการอาคารสำนักงานและอาคารเชิงพาณิชย์ ดูแลทุกระบบของอาคารให้พร้อมใช้งาน ลดการหยุดชะงักของธุรกิจ สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
3. BOOK UP: บริหารงานขายและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ดูแลครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้คำปรึกษาด้านการขาย วางกลยุทธ์ เชื่อมโยงศักยภาพทรัพย์สินกับโอกาสทางการตลาด ครบจบทุกขั้นตอน
4. PLAN UP: ที่ปรึกษาและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ (Development) บริหารโครงการ (Project Management) ควบคุมงานก่อสร้าง (Construction Management) เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว
5. BUILD UP: บริการรับเหมาก่อสร้าง ตกแต่ง ติดตั้งงานระบบประกอบอาคาร ควบคุมคุณภาพจนถึงการส่งมอบโครงการตามกำหนด
6. FIX UP: ปรับปรุงซ่อมแซมอาคารครบวงจร ครอบคลุมอาคารทรุด-ร้าว กันซึม ทาสี งานระบบสุขาภิบาล ท่อน้ำ เพื่อให้ทรัพย์สินพร้อมใช้งานตลอดเวลา
7. POWER UP: ยกระดับและบริหารระบบอาคารและการจัดการพลังงาน ทั้งระบบไฟฟ้า โซลาร์เซลล์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน ลดต้นทุนพลังงาน และสนับสนุนการดำเนินงานอาคารอย่างยั่งยืน

8. SECURE UP: บริหารจัดการระบบความปลอดภัยแบบบูรณาการ ตั้งแต่การรักษาความปลอดภัยบุคคล ดูแลทรัพย์สิน ระบบควบคุมการเข้า-ออกอาคาร พร้อมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (EOC) เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้อาคารรู้สึกปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
9. CLEAN UP: บริหารจัดการงานความสะอาดแบบครบวงจร โดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจความต้องการเฉพาะด้านของแต่ละธุรกิจ ทั้งอาคารสำนักงาน โรงพยาบาล โรงงาน โรงแรม เพื่อความสะอาดถูกสุขลักษณะ เป็นระเบียบ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับทุกคน











