
เมื่อกว่าศตวรรษก่อน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระราชดำริว่า “ถ้ายังต้องพึ่งพาคนอื่นต่อไป เราก็จะไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้” จึงทรงให้สำรวจแหล่งวัตถุดิบผลิตปูนซีเมนต์ในประเทศไทย เพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติ และกลายเป็นจุดกำเนิดของ SCG ในปี พ.ศ. 2456
สิ่งที่น่าทึ่งคือ พระองค์ไม่เพียงทรงมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ยังทรงวางรากฐานปรัชญา “ความรับผิดชอบต่อแผ่นดิน” โดยเน้นว่า ไม่ว่าจะขับเคลื่อนธุรกิจอย่างไร ต้องไม่ทำลายศีลธรรมและสิ่งแวดล้อม
จุดยุคเริ่มต้นกลายเป็น DNA ที่ฝังลึกในองค์กรมากกว่า 112 ปี ทำให้เป้าหมายของ SCG ไม่ได้อยู่ที่ผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ประธานคณะกรรมการกิจการสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน SCG อธิบายว่า คน SCG ทุกคนต้องมี DNA ของความรับผิดชอบต่อสังคม ผ่าน “อุดมการณ์ 4” ที่ยึดถือมาตั้งแต่แรกก่อตั้ง:
1. ตั้งมั่นในความเป็นธรรม (Adherence to Fairness)
ทำธุรกิจด้วยความโปร่งใส เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
2. มุ่งมั่นในความเป็นเลิศ (Dedication to Excellence)
ทำทุกสิ่งด้วยความตั้งใจให้ดีกว่าเดิมเสมอ
3. เชื่อมั่นในคุณค่าของคน (Belief in the Value of the Individual)
พนักงานคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุด คนคือผู้ขับเคลื่อนองค์กร
4. ถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม (Concern for Social Responsibility)
ธุรกิจต้องเติบโตไปพร้อมกับสังคม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ตลอด 112 ปีที่ผ่านมา แม้โลกจะเปลี่ยนจาก CSR สู่ SDGs และล่าสุดเป็น ESG แต่หลักการพื้นฐานยังคงเดิม คือ “ไม่ทำลาย อยู่อย่างสร้างสรรค์” เพียงแต่ปรับวิธีการให้ทันสมัยอยู่เสมอ
“ธุรกิจไม่อาจอยู่รอดได้ภายใต้สังคมที่ล้มเหลว” นี่คือความเชื่อที่ทำให้ SCG กลายเป็นหัวเรือใหญ่ที่เป็นที่พึ่งของสังคมในยามวิกฤต
ในช่วงวิกฤต COVID-19 ขณะที่โลกหยุดนิ่ง ธุรกิจล้มละลาย คนตกงานนับล้าน และหลายองค์กรต้องเลย์ออฟพนักงาน แต่ SCG เลือกที่จะไม่เลย์ออฟแม้แต่คนเดียว และยังพัฒนานวัตกรรมช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์และสังคม
คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ในยุคนั้นอธิบายว่า นี่คือการพิสูจน์ว่า “อุดมการณ์ 4” ไม่ใช่แค่คำขวัญ แต่เป็นสิ่งที่ผู้นำยึดถือและปฏิบัติจริงแม้ในยามวิกฤต
ในยุคที่ค่านิยมเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่เติบโตมากับ Google, Netflix และ Startup พวกเขาเห็นเพื่อนทำ Freelance หารายได้หลักแสน หรือเริ่ม YouTube Channel แล้วมีชีวิตที่ยืดหยุ่น
Gen Z ไม่ได้มองหา เพียงแค่เงินเดือนดี สวัสดิการครบ, ความมั่นคงในองค์กรใหญ่, กรอบการทำงาน 8 โมงครึ่ง แบบเดิมๆ, Purpose ความหมายในชีวิตและงาน,เสรีภาพในการทำงาน, โอกาสสร้างผลกระทบเปลี่ยนแปลงสังคม, ความรวดเร็วในการเติบโต รองรับคนที่ไม่อยากรอ
นี่สำคัญ ที่เป็นหลักในการพิจารณามากขึ้นไปอีก คือ คนรุ่นใหม่ฉลาด ที่จะเลือกบริษัทที่ไม่สร้างภาพ โดยการเช็คใน Glassdoor ว่าพนักงานพูดถึงบริษัทอย่างไร จะไปดูว่าบริษัททำ ESG จริงหรือแค่ฟอกเขียว (Greenwashing)
“องค์กรแห่งโอกาส”
“องค์กร 112 ปีอย่าง SCG จะส่งต่อ DNA และอุดมการณ์ข้ามไปยังคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร?
ตั้งแต่ปี 2567 SCG นำแนวคิด “องค์กรแห่งโอกาส” (Organization of Possibilities) มาขับเคลื่อน เพราะเชื่อว่า “โอกาสทำให้คนมีไฟ”
คุณปรเมศวร์ นิสากรเสน ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการบริหารกลาง อธิบายว่า ถ้าคนนั่งรอโอกาสจากองค์กรอย่างเดียว จะไม่ทันในการเติบโต แต่ถ้าคนมี Mindset ขวนขวายหาโอกาสด้วยตัวเองด้วย จะสร้าง Impact ได้เร็วกว่า จึงต้องให้โอกาสทำในสิ่งที่หลงใหล
1. People (คน) – เริ่มจากคนที่มี Passion เปิดพื้นที่ให้พัฒนานวัตกรรมและทำความฝันให้เป็นจริง
2. Process (กระบวนการ) – สร้างวัฒนธรรม “ล้มเร็ว เรียนรู้เร็ว” ลองทำจากจุดเล็กๆ ไม่ต้องรอความมั่นใจ 100%
3. Structure (โครงสร้าง) – ตั้ง Corporate Innovation และ Digital Office พัฒนานวัตกรรมอย่างเป็นระบบ
4. System (ระบบ) – มีโครงการสนับสนุน เช่น Zero To One, AI Community พร้อมเงินทุนและพี่เลี้ยง
SCG เข้าใจว่าแต่ละ Generation ต้องการต่างกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ ทุกคนต้องการโอกาสปล่อย Passion และสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ประกอบด้วย
โครงการ Zero To One เปิดโอกาสให้ทำ Internal Startup ได้รับสนับสนุนเงินทุนและเครือข่าย ผลลัพธ์คือ พนักงานที่ทำงานไม่กี่ปีก็ขึ้นเป็น C-Level ได้ (เทียบกับเดิมที่ต้องใช้เวลา 30 ปี)ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 1,000 คนเข้าร่วม สร้างผลงานกว่า 100 ทีม และมี 5 ธุรกิจ Spin-off เช่น DezpaX ที่เติบโตจนระดมทุน Serie-A ได้
AI Community สร้างแพลตฟอร์มเรียนรู้กว่า 160 คอร์ส ทำให้ AI ดูเป็นมิตร ง่าย สนุก จนพนักงานกว่า 60% นำ AI มาใช้ในงาน
Flexible Working ให้ทำงานที่บ้านได้ เลือกชั่วโมงทำงานได้ พร้อมโครงการ 90 วันที่ให้พนักงานได้ “ปลดล็อกศักยภาพตัวเอง” หรือ “ปลดปล่อยพลังที่แท้จริง” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาตัวเองแบบองค์รวม (90 Day Unleash Your Power) ส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม (กาย ใจ การเงิน สังคม)
สิ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่ยังคงอยู่กับ SCG คือ การได้รู้สึกว่าตัวเองเป็น “ส่วนหนึ่งของการสร้าง Impact” ที่แท้จริง
SCG มีเป้าหมาย Inclusive Green Growth และ Net Zero 2050 คนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมพัฒนา Waste Circular Technology, Green Technology และสินค้าคาร์บอนต่ำ
คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “ทุก Generation พร้อมสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เช่น เปลี่ยนอุตสาหกรรมสู่ Low Carbon” นี่คือสิ่งที่ทำให้งานมีความหมาย