ยูนิโคล่ ผนึก ยูเนสโก ปลุกพลังเยาวชนร่วมฟื้นฟูทะเลไทยอย่างยั่งยืน  

รูป ยูนิโคล่ ผนึก ยูเนสโก ปลุกพลังเยาวชนร่วมฟื้นฟูทะเลไทยอย่างยั่งยืน  

efinAI


ยูนิโคล่ ส่งพลังแห่งเสื้อผ้า ชวนฟื้นฟูดูแลมหาสมุทรให้ยั่งยืน “Sustaining Our Oceans หนึ่งในวิกฤติโลกร้อน จับมือยูเนสโก เปิดท้องทะเลผ่านภาพเสมือนจริง (AR-VR) ให้กับในพิพิธภัณฑ์เด็ก คิดค้นเกมโลกเรียนรู้คู่กับความสนุก เพื่อเยาวชนไทยตระหนักถึงความหลากหลายระบบนิเวศในทะเล ปลุกจิตวิญญาณนักอนุรักษ์ หนึ่งในเป้าหมายความยั่งยืน (SDGs)

มร. โยชิทาเกะ วากากุวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ยูนิโคล่ เป็นบริษัทที่ปักธงในธุรกิจในยาวนานกว่า 15 ปี จึงตระหนักถึงความรับผิดชอบที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมมือแก้ไขปัญหาประเทศและระดับโลก เพราะวิกฤติการเปลี่ยนแปลงในสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ส่งผลกระทบรุนแรงของทุกคน แบรนด์จึงต้องมีส่วนในการร่วมมือแก้ไขปัญหา

 ผ่านโครงการ  ‘Sustaining Our Oceans’ สนับสนุนจากบริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จำกัด (บริษัทแม่ของยูนิโคล่) ภายใต้โครงการมนุษย์และชีวมณฑลของยูเนสโกในอินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม เชื่อมโยงเยาวชนกับระบบนิเวศที่พวกเขาพึ่งพิง ท่ามกลางความท้าทายร่วมกัน เช่น มลพิษและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

ทั้งนี้ แบรนด์ยูนิโคล่ให้ความสำคัญอนาคตสิ่งแวดล้อมทางทะเลนั้น มีรากฐานมาจากปรัชญาของแบรนด์ที่ว่า ‘ปลดล็อกพลังแห่งเสื้อผ้า’ (Unlocking the Power of Clothing) ซึ่งมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนเครื่องแต่งกายคุณภาพสูงให้กลายเป็น ‘พลังแห่งความดี’ (Force for Good) โดยการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของอุตสาหกรรมและการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ยูนิโคล่ ประเทศไทย เน้นการดูแลสิ่งแวดล้อม ร่วมมือกับชุมชน และเยาวชน 

 “ต้องการกระตุ้นให้เยาวชนไทยก้าวข้ามจากการรับรู้ไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง ช่วยปกป้องมหาสมุทรของประเทศไทย”ยูนิโคล่ ยังคงเดินหน้าสนับสนุนเยาวชน ผ่านโปรแกรมความรับผิดชอบต่อสังคมในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเสื้อผ้าและกิจกรรมกีฬา ตลอดจนด้านการศึกษาและนวัตกรรม”

โครงการดังกล่าว อยู่ภายใต้การดูแลของยูเนสโก โดยมีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมทั้งด้านการศึกษาและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่กระตุ้นให้เยาวชนไทยตระหนักรู้ในการปกป้องความยั่งยืนของมหาสมุทร ปัญหาที่ทางแบรนด์ยูนิโคล่ ต้องการช่วยแก้ไขปัญหา จึงเริ่มต้นจากการสนับสนุนงบประมาณด้านการศึกษารวมกว่า 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใน 3 ประเทศหลัก ได้แก่ อินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม 

ประเทศไทย ถือเป็นประเทศเดียวที่นำระบบออนไลน์และเทคโนโลยี VR และ AR เข้ามาใช้ในการเรียนรู้ สามารถเรียนรู้ผ่านโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ได้ จึงทำให้เด็กๆ สามารถเข้าถึงและได้เรียนรู้ในทุกที่ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคยังใช้เครื่องมือแบบออฟไลน์เป็นหลัก 

นายปพล วุฒิไกรเรียง รองเจ้าหน้าที่โครงการ ด้านการศึกษา ยูเนสโก กรุงเทพฯ กล่าวว่า เนื้อหาความรู้ ภายในระบบจะเริ่มตั้งแต่ระดับพื้นฐาน เช่น การแนะนำความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล สัตว์น้ำชนิดต่างๆ และระบบนิเวศ จนไปถึงระดับที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างแพลงก์ตอน ปลาเล็ก ปลาใหญ่ และแนวปะการัง ซึ่งช่วยให้เด็กเข้าใจว่า ธรรมชาติทุกส่วนเชื่อมโยงกันเป็นระบบ ช่ายต่อยอดไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤตยิกรรมพฤติกรรมและวิธีคิดในการดูแลโลกของเราในอนาคต

“VR และ AR ทำให้สามารถเข้าถึงเด็กและเยาวชนได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น ที่พัฒนาเป็น“เกม” สร้างความสนุก ควบคู่กับความรู้  คุณครูมีส่วนร่วมในการออกแบบการเรียนการสอน เพื่อกระตุ้นให้เด็กคิด วิเคราะห์ และตั้งคำถาม เช่น ปัญหาสิ่งแวดล้อมเกิดจากอะไร และเราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร เรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การปลูกต้นไม้ในระบบจำลอง การฟื้นฟูแนวปะการัง หรือการจัดการทรัพยากรทางทะเล ถือเป็นการเรียนรู้เชิงลึก” 

 การจัดกิจกรรมเน้นการเรียนรู้เกี่ยวกับมหาสมุทรในวันการศึกษาโลกครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของยูเนสโกต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 4 (SDG 4) และการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ESD) พร้อมทั้งเสริมพลังให้แก่เด็กและเยาวชนในฐานะตัวแทนของการเปลี่ยนแปลง และเชื่อมโยงสิ่งที่พวกเขาเรียนรู้ในวันนี้กับการตัดสินใจเพื่ออนาคตของโลกในวันข้างหน้า

ทางด้าน ด. ญ. สิสราญ ปฐวีกานต์ ผู้แทนเยาวชนจากศูนย์การศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม (EEC) ประเทศไทย กล่าวระหว่างร่วมวงเสวนามหาสมุทรไม่ใช่เพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติ แต่มันคืออนาคตของเรา เมื่อเยาวชนได้รับพื้นที่ในการเรียนรู้ แสดงออก และลงมือทำ พวกเราก็รู้สึกถึงความรับผิดชอบในการปกป้องมันเพื่อคนรุ่นต่อไป

นาง ริกะ โยโรซุ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจากสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ และสำนักภูมิภาคด้านการศึกษาเอเชียและแปซิฟิก (UNESCO Bangkok) กล่าวว่า ยูเนสโกมอบให้แก่พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพฯ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ นิทรรศการนี้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแบบโต้ตอบ รวมถึงเกมเสมือนจริง (VR) และเสริมความเป็นจริง (AR) เพื่อช่วยให้เด็ก ๆ ได้สำรวจระบบนิเวศทางทะเล เข้าใจผลกระทบของมนุษย์ และเชื่อมโยงทางเลือกในชีวิตประจำวันกับสุขภาวะของมหาสมุทร

“การอนุรักษ์มหาสมุทร ถือเป็นโครงการระดับภูมิภาคที่ดีต่อมหาสมุทรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เพราะมหาสมุทรเชื่อมโยงพวกเราทุกคน อนาคตของมหาสมุทรคืออนาคตของเรา ด้วยพลังของการศึกษา นวัตกรรม และเยาวชน เราสามารถสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและมีความยืดหยุ่นร่วมกันได้”

แท็กที่เกี่ยวข้อง