บล.ดาโอ ระบุ รฟท. ต่อสัญญา เซ็นทรัล ลาดพร้าว 30 ปี มูลค่าผลตอบแทน 3.3 หมื่นลบ. พร้อมแผนลงทุนเพิ่มอีกกว่า 4.5 พันลบ. สร้างมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นในเครือ ทั้ง CPN - CENTEL - CRC มองช่วยคลายความกังวลค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นไม่สูงอย่างคาด - ชี้รายได้โครงการหลักยังเติบโตต่อเนื่องระยะยาว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย มีมติเห็นชอบผลการเจรจากับบริษัท เซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนา จำกัด (บริษัทในเครือ Central group) เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์พื้นที่โครงการเซ็นทรัล ลาดพร้าว ตามที่บริษัท SRTA ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ รฟท. ในการบริหารทรัพย์สิน โดยทำสัญญาเช่าที่ดินฉบับใหม่เป็นระยะเวลา 30 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. 2028 ถึง วันที่ 18 ธ.ค. 2058 พร้อมเสนอผลตอบแทนรวมตลอดอายุสัญญาประมาณ 33,000 ล้านบาท นอกจากนี้ เอกชนยังเสนอวงเงินลงทุนเพิ่มเติมประมาณ4,500 ล้านบาท โดยขั้นตอนถัดไปจะเป็นการพิจารณาความเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน และน่าจะสามารถลงนามในสัญญาใหม่ได้ ไม่เกินเดือน มี.ค. 26
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรณี ดังกล่าว มีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL และ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC หลังจากบอร์ด รฟท. เห็นชอบในการต่อสัญญาโครงการเซ็นทรัล ลาดพร้าวอีก 30 ปี ที่ 33,000 ล้านบาท (จากเดิมที่ 21,298 ล้านบาท 20 ปี) ทำให้ค่าเช่าต่อปีของCPN CENTEL เเละ CRC เพิ่มขึ้นไม่มากอย่างที่ตลาดเคยกังวลกันก่อนหน้านี้
ขณะที่สัญญาเดิมจะสิ้นสุดลงในวันที่ 18ธ.ค. 2028 ทั้งนี้สัดส่วนรายได้ของโครงการเซ็นทรัล ลาดพร้าว ของ CENTEL อยู่ที่ราว 3.5% ของรายได้รวมและ CPN อยู่ที่ราว 2.6% ของรายได้รวม โดยเรามองว่าหลังจากนี้ CPN,CENTEL เเละ CRC จะยังคงมีรายได้จากพื้นที่โครงการเซ็นทรัล ลาดพร้าวได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ทั้ง CENTEL, CPN, CRC

*** CENTEL (ซื้อ/เป้า 36.00 บาท) จากกำไรไตรมาส 4/68 มีโอกาสเพิ่มขึ้นทั้งเทียบปีก่อน(YoY)/ และไตรมาสก่อนหน้า(QoQ) จากยอด Booking และการเติบโตของรายได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ไตรมาส 2/68 เป็นจุด Bottom ของปีไปแล้ว นอกจากนี้ยังได้ผลดีจากสนามบินมัลดีฟส์ที่มีการเปิด Terminal ใหม่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อ CENTEL ที่มีสัดส่วนรายได้ที่มัลดีฟส์ราว 15% *** CPN (ซื้อ/เป้า 64.00 บาท)
แนวโน้มกำไรปกติจะยังเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่องในไตรมาส 4/68 จากการรับรู้โครงการ Dusit Central Park เต็มไตรมาสและจะเริ่มมีการโอนคอนโดจากทั้ง Dusit Central Park และที่นครสววรค์และนครปฐมเพิ่มเติม
*** CRC (ถือ/เป้า 20.50 บาท)
กำไรปกติไตรมาส 4/68 มีแนวโน้มหดตัว YoY จากแรงซื้อที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ และ SSSG ที่ยังติดลบต่อเนื่อง รวมไปถึงผลกระทบจากความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชาที่ส่งผลให้ไทวัสดุในช่วงชายแดนต้องหยุดดำเนินงานชั่วคราว แต่จะเติบโตดี QoQ จากการเข้าสู่ช่วง high season และตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้น
นอกจากนี้กรณีที่ CRC อัดแคมเปญ “ShopMore, Get More” กระตุ้นยอดรับตรุษจีนระหว่างวันที่ 16 ม.ค. 2026 - 28 ก.พ. 2026 โดยมองว่าการรุกทำแคมเปญการตลาดในช่วงต้นปีเป็นจังหวะที่เหมาะสมเนื่องจากเป็น High Season ของธุรกิจค้าปลีกที่มีเทศกาลสำคัญอย่าง “ตรุษจีน” เป็นแรงหนุนสำคัญในการจับจ่ายใช้สอย การมอบคูปองและเครดิตเงินคืนแบบ Tiering (ยิ่งช้อปยิ่งได้คืน) จะช่วยจูงใจให้เกิดการเพิ่มขนาดตะกร้าสินค้าต่อบิล (Ticket Size) ให้สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลบวกโดยตรงต่อตัวเลขการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในงวดไตรมาส 1/69ให้ปรับตัวดีขึ้น YoY
รวมไปถึงกลยุทธ์ Omnichannel Synergy ที่แยกโปรโมชั่นระหว่างหน้าร้าน (เน้น Cash Coupon) และแอปพลิเคชัน (เน้น Ontop discount สูงถึง 20%) เป็นการบริหารจัดการช่องทางจำหน่ายที่มี ประสิทธิภาพ เพื่อดึงลูกค้าเข้าสู่ Ecosystem ทั้งสองทาง

|