ส่องกล้อง MINT : ทำไมหลังประชุมนักวิเคราะห์ ถึงประสานเสียเชียร์ ซื้อ ถ้วนหน้า

รูป ส่องกล้อง MINT : ทำไมหลังประชุมนักวิเคราะห์ ถึงประสานเสียเชียร์ ซื้อ ถ้วนหน้า

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 พ.ค. 69 15:25 น.

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 20 พ.ค.69

ชื่อโบรกเกอร์

คำแนะนำ

ราคาเป้าหมาย (บาท)

บล.ยูโอบีเคย์เฮียน

ซื้อ

38.00

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส

ซื้อ

34.50

บล.เคจีไอ

ซื้อ

28.50

บล.เอเซียพลัส

ซื้อ

26.50

บล.ดาโอ (ประเทศไทย)

ซื้อ

26.00

บล.บัวหลวง

Top Pick

ไม่ระบุราคาเป้าหมาย

 

สรุปปัจจัยบวก +

+ ผลการดำเนินงานในยุโรปแข็งแกร่งมาก : โรงแรมในยุโรป (ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกำไรธุรกิจโรงแรมถึง 74% และรายได้โรงแรม 74%) ยังเติบโตได้ดีใน 2Q26 โดย RevPAR ขยายตัวประมาณ 1-3% (YoY) จากอุปสงค์การเดินทางภายในภูมิภาคและการท่องเที่ยวในประเทศของคนยุโรปเองที่ยังแข็งแกร่ง รวมถึงข้อมูลยอดจองล่วงหน้า (On-the-book) ช่วง 2Q-2H26 ยังส่งสัญญาณเชิงบวกต่อเนื่อง (บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ)

+ โมเมนตัม 2Q26 เติบโตทั้ง YoY และ QoQ : คาดแนวโน้มกำไรปกติใน 2Q26 มีโอกาสเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจากเข้าสู่ช่วง High season ของธุรกิจในยุโรป และคาดการณ์กำไรสุทธิ/กำไรหลักทั้งปี 2026 อยู่ในกรอบ 9.0 - 10.2 พันล้านบาท (เปลี่ยนแปลงระหว่าง -7% ถึง +5% YoY) (บล.ดาโอ, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ)

+ การฟื้นตัวของยอดจองล่วงหน้าในไทยและมัลดีฟส์ : แม้ภาพรวม 2Q26 ช่วงแรกจะชะลอตัว แต่เริ่มเห็นสัญญาณการจองตั๋วฟื้นตัวกลับมาเป็นบวกชัดเจนในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. 26 โดยเฉพาะในประเทศไทย และคาดว่าจะกลับมาเติบโตเป็นบวกต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง (2H26) (บล.เคจีไอ, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน)

+ กลยุทธ์ Asset-light หนุนเป้าระยะยาว 3 ปี : ผู้บริหารคงเป้าหมายระยะยาวปี 2025-2028 คาดรายได้โตระดับ High-single digit CAGR และกำไรสุทธิโตเฉลี่ย 15-20% ต่อปี โดยในครึ่งแรกของปี 2026 (1H26) ได้ลงนามสัญญาบริหารโรงแรมไปแล้วกว่า 30 แห่ง และตั้งเป้าครบ 50 แห่งในปีนี้ (บล.ดาโอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ)

+ แผนการจัดตั้งกอง REIT หนุนฐานะการเงิน : แผนจัดตั้งกองทุน REIT โรงแรมที่สิงคโปร์มูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คาดว่าจะเสร็จสิ้นใน 4Q26 ซึ่งจะช่วยลดหนี้สินและคาดว่าจะทำให้ EPS ยังคงเติบโต YoY รวมถึงช่วยกดดันให้อัตราหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E) ลดลงเหลือ 0.75 - 0.85 เท่า จากเดิม 0.88 เท่า ใน 1Q26 (บล.ดาโอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ)

+ การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ : บริษัทบริหารความเสี่ยงได้ดี โดยทำการล็อก (Hedge) ต้นทุนพลังงานในยุโรปสำหรับปี 2026 ไว้แล้วกว่า 90-100% และธุรกิจอาหารล็อกราคาวัตถุดิบหลักล่วงหน้าสูงสุด 6 เดือน ทำให้แรงกดดันด้านต้นทุนยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ (บล.ดาโอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)

+ อานิสงส์ค่าเงินบาทอ่อนค่า : ค่าเงินบาทเทียบยูโรเฉลี่ยใน 2QTD69 อ่อนค่าลงราว 1% YoY ซึ่งเป็นผลบวกต่อการแปลงรายได้กลับมาเป็นสกุลเงินบาทในระยะสั้น (บล.เอเซียพลัส)

+ Valuation ถูกและมีปัจจัยหนุนเชิง Sentiment : ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER เพียง 14 เท่า ซึ่งถูกกว่าคู่แข่งในกลุ่มอย่าง ERW (16x) และ CENTEL (21x) อีกทั้งยังมีจิตวิทยาเชิงบวกจากการที่ GULF Holding เข้ามาถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 16 ในสัดส่วน 0.69% (บล.ดาโอ)

+ เป็นหุ้นท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและได้รับผลกระทบน้อย : MINT ถูกยกให้เป็น Top pick ของกลุ่มท่องเที่ยวเนื่องจากพอร์ตธุรกิจกระจายตัวทั่วโลก ทำให้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบและสงครามในตะวันออกกลางค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับหุ้นตัวอื่น (บล.บัวหลวง, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เอเซียพลัส)

สรุปปัจจัยลบ -

- ผลการดำเนินงานในไทยและมัลดีฟส์ชะลอตัวใน 2Q26 : RevPAR โรงแรมในไทยคาดลดลง -3% YoY เนื่องจากปิดซ่อมแซม (Renovate) โรงแรมอนันตรา สยาม ส่วนมัลดีฟส์ลดลงระดับ Double-digit (หรือประมาณ -9% YoY) จากข้อจำกัดในการเดินทางที่มากขึ้น (บล.ดาโอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ)

- ธุรกิจอาหาร (SSSG) ภาพรวมหดตัว : อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ใน 2Q26 รวมลดลงราว -1% YoY โดยตลาดออสเตรเลียและสิงคโปร์ชะลอตัวลงเป็นตัวเลขหลักเดียว (บล.ดาโอ, บล.เคจีไอ)

- EBITDA Margin ถูกกดดันจากค่าใช้จ่าย : อัตรากำไร (Margin) มีแนวโน้มถูกกดดันต่อเนื่องในช่วง 2Q-3Q26 จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงขึ้น ค่าเช่าโรงแรมในยุโรปที่เพิ่มขึ้นตามสัญญา ต้นทุนการปรับปรุงสินทรัพย์ และการเปลี่ยนแปลงการบันทึกบัญชีสัญญาเช่า (บล.ดาโอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เอเซียพลัส)

- ภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นชั่วคราว : คาดว่าใน 2Q26 จะมีภาระดอกเบี้ยจ่ายกดดันเพิ่มขึ้น (คาดมีดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มราว 75 ล้านบาท จากเงินกู้ระยะสั้นชั่วคราว หรือ Bridge financing) เพื่อนำไปไถ่ถอน หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ (Perpetual bond) และรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ครบกำหนด ก่อนที่กอง REIT จะตั้งเสร็จ (บล.ดาโอ, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ)

- ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์โลก : หากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง อาจกลายเป็นปัจจัยกดดันอุปสงค์และความต้องการเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกในระยะยาว (บล.เคจีไอ)


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ประน้อม บาร์เคอร์

ประน้อม บาร์เคอร์

เจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย