ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ แถลงงบประมาณวานนี้ (12 ก.พ.) เผยรัฐบาลจะมอบเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาค่าครองชีพแก่ครัวเรือน พร้อมออกมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มแรงงาน ผู้สูงอายุ และธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อผู้บริโภคและภาคค้าปลีก รวมถึงตลาดหุ้นในประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังเตรียมผลักดันการบูรณาการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคส่วนสำคัญ และเปิดทางให้บริษัทสามารถนำค่าใช้จ่ายด้าน AI ไปใช้หักลดหย่อนภาษีและขอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอื่น ๆ ได้ โดยก่อนการแถลงงบประมาณ ดัชนี Straits Times Index ตลาดหุ้นสิงคโปร์ พุ่งขึ้นเหนือระดับ 5,000 จุดเป็นครั้งแรก และปิดบวก 0.7% ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยตั้งแต่ต้นปี ดัชนีเพิ่มขึ้นไปแล้วเกือบ 8% สำหรับนโยบายสำคัญในแผนงบประมาณประจำปี 2026 ของสิงคโปร์ ที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กรวบรวมไว้ มีดังนี้ มาตรการสำหรับผู้บริโภค -ครัวเรือนชาวสิงคโปร์ทุกครัวเรือนจะได้รับเงินช่วยเหลือ 500 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 397 ดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนม.ค. 2027 สำหรับนำไปใช้จ่ายที่ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหาร -รัฐบาลยังจะมอบเงินช่วยเหลือพิเศษเพื่อบรรเทาค่าครองชีพสูงสุด 400 ดอลลาร์สิงคโปร์ รวมถึงให้ส่วนลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคแก่ครัวเรือนที่เข้าเกณฑ์ นักวิเคราะห์จาก Maybank ระบุว่า โครงการแจกคูปองของสภาพัฒนาชุมชน (Community Development Council - CDC) จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านกาแฟหรือศูนย์อาหารในชุมชนท้องถิ่น และอาจเป็นผลดีต่อบริษัทค้าปลีกอย่าง Sheng Siong Group, ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม Fraser and Neave รวมถึงผู้ประกอบการร้านอาหาร เช่น Jumbo Group และ Kimly 
ผู้ประกอบการศูนย์การค้า นักวิเคราะห์ด้านอสังหาริมทรัพย์จาก Bloomberg Intelligence ระบุว่า มาตรการช่วยเหลือผู้บริโภคอาจทำให้คนออกมาจับจ่ายในห้างสรรพสินค้ามากขึ้น ส่งผลให้จำนวนผู้เข้าใช้บริการเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อยอดขายในร้านค้า และเอื้อให้การเก็บรายได้จากค่าเช่า Turnover rent ของศูนย์การค้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย AI และเทคโนโลยี ลอว์เรนซ์ หว่อง ย้ำถึงความสำคัญของเทคโนโลยีในแผนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีแผนลงทุน 37,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในงานวิจัยและนวัตกรรม นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังประกาศโครงการสนับสนุนนวัตกรรมภาคธุรกิจเพื่อผลักดันการนำ AI มาใช้ ซึ่งอาจต่อยอดจากโครงการด้านดิจิทัลและ AI ที่มีอยู่เดิม รัฐบาลจะให้สิทธิพิเศษและหักลดหย่อนภาษีในอัตรา 400% สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่เป็นไปตามเกณฑ์ จำกัดวงเงินที่ 50,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี ธุรกิจขนาดเล็กและธนาคาร มาตรการคืนเงินภาษีนิติบุคคล 40% โดยกำหนดเพดานสูงสุดที่ 30,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ สำหรับปีภาษี 2026 ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กบริหารต้นทุนได้คล่องตัวขึ้น นำไปสู่โอกาสในการขยายกิจการ อีกทั้งยังอาจกระตุ้นความต้องการสินเชื่อของผู้ประกอบการรายย่อย นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence คาดว่า ธนาคารในสิงคโปร์ รวมถึง DBS Group Holdings จะมีแนวโน้มเห็นกิจกรรมทางธุรกิจกลับมาคึกคักมากขึ้น และคุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น จากมาตรการสนับสนุนของรัฐบาลครั้งนี้ ตลาดหุ้นสิงคโปร์ มาตรการดึงดูดบริษัทที่มีคุณภาพเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น คาดว่าจะเป็นผลดีต่อตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ หลังการแถลงของนายกรัฐมนตรี ธนาคารกลางสิงคโปร์ได้ประกาศขยายโครงการพัฒนาตลาดทุน (Equity Market Development Programme: EQDP) จากวงเงิน 5,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เป็น 6,500 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ มาตรการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องของตลาดหุ้น และหนุนดัชนี Straits Times Index ภาคอสังหาริมทรัพย์ ในการแถลงครั้งนี้ ไม่ได้พูดถึงมาตรการคุมเข้มเพิ่มเติมต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มสำคัญที่หนุนดัชนีหุ้นสิงคโปร์ในปีนี้ โดยมีหุ้น UOL, Hongkong Land Holdings และ City Developments ทำผลงานโดดเด่น ที่มา Bloomberg 
|