KTB - วิจัยกรุงศรี คาด กนง.ตรึงดอกเบี้ยตลอดปีนี้ จากแรงกดดันศก.ชะลอตัว รับสงครามยืดเยื้อ

รูป KTB - วิจัยกรุงศรี คาด กนง.ตรึงดอกเบี้ยตลอดปีนี้ จากแรงกดดันศก.ชะลอตัว รับสงครามยืดเยื้อ

efinAI


Krungthai COMPASS - วิจัยกรุงศรี เห็นสอดรับกัน คาดกนง.ยังตรึงดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อเนื่อง ท่ามกลางเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ จากแรงกดดันจากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ


ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS เผยบทวิเคราะห์เรื่อง กนง. มีมติคงดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.00% เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงกว่ากรอบเป้าหมายซึ่งมาจากปัจจัยชั่วคราวด้านอุปทานเป็นหลัก คาดว่า กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ตลอดทั้งปี ท่ามกลางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพโดยอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงกว่ากรอบเป้าหมายมาจากปัจจัยชั่วคราวด้านอุปทานเป็นหลัก

ทั้งนี้ มีความเสี่ยงที่จะต้องติดตาม ได้แก่ 1) ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานรุนแรงกว่าคาด และ 2) พัฒนาการของเหตุการณ์และผลกระทบต่อดุลบัญชีเดินสะพัดและค่าเงินบาท

การประชุมเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา กนง. มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ต่อปี โดยประเมินเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากผลของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนภาคธุรกิจและกำลังซื้อครัวเรือน คาดการณ์ GDP ปี 69 และ 70 อยู่ที่ 1.5% และ 2.0% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปี 69 และ 70 อยู่ที่ 2.9% และ 1.5% ตามลำดับ

ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเริ่มเห็นชัดเจนตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 69 จนถึงครึ่งแรกของปี 70 อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อ เศรษฐกิจมีความเสี่ยงที่จะเผชิญ Supply disruption ที่รุนแรงขึ้น

ด้าน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เผยแพร่บทวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจและการเงิน ว่า สงครามในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยทั้งการบริโภค การลงทุน และภาคท่องเที่ยว ล่าสุด ธปท. และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเติบโตเพียง 1.5% และ 1.6% ตามลำดับ ชะลอลงจาก 2.4% ในปี 2568 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ 2.9% และ 3.0% ตามลำดับ จาก -0.1% ในปีก่อนหน้า

ทั้งนี้ ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 29 เมษายน ลงมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นและอาจทะลุกรอบเป้าหมาย จึงประเมินว่า อุปสงค์ในประเทศที่ชะลอลงอาจจำกัดขาขึ้นของเงินเฟ้อ ขณะที่การขยายตัวของสินเชื่อยังคงซบเซาแม้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงจะลดลงก็ตาม ปัจจัยข้างต้นบ่งชี้ว่า กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องตลอดปีนี้

วิจัยกรุงศรี ได้ประเมิสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อและสงครามการค้าเสี่ยงสูงขึ้น เศรษฐกิจจีนโตไม่สมดุล ขณะที่เศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณชะลอตัว หนุนการคงดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่อง

โลก: ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้นหลังเกิดการปะทะในตะวันออกกลางอีกครั้ง โดยมีรายงานว่าอิหร่านได้โจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐฯ ขู่ว่าจะโจมตีเรือของอิหร่านหากขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่คุ้มกันการเดินเรือพาณิชย์ ขณะเดียวกัน ทรัมป์เตรียมปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และรถบรรทุกจากยุโรปเป็น 25% จากเดิม 15% ตั้งแต่สัปดาห์นี้ สะท้อนถึงความเสี่ยงจากสงครามการค้าที่อาจเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก

ด้านผลการประชุมของธนาคารกลางสำคัญของโลกมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อรอติดตามและประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดย ECB และ BOJ ส่งสัญญาณเพิ่มความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า ส่วน FED มีมติเสียงแตกครั้งใหญ่สุดในรอบกว่า 30 ปี (8 ต่อ 4 เสียง) สะท้อนความไม่แน่นอนในการดำเนินนโยบายท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลงและแรงกดดันเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น

จีน: ภาคการผลิตยังเติบโตต่อเนื่อง แม้วิกฤตพลังงานผลักให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา (ดังรูป) โดยแรงหนุนสำคัญมาจากอุปสงค์ต่างประเทศในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และผลิตภัณฑ์สีเขียว ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับกำไรของภาคการผลิตและอิเล็กทรอนิกส์ในไตรมาสแรกที่ขยายตัวถึง 19.1% YoY และ 124.5%

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวดังกล่าวกลับไม่สมดุล โดยกำไรของธุรกิจบางกลุ่มหดตัวต่อเนื่อง เช่น ยานยนต์ (-17.7%) สิ่งทอ (-7.8%) และเครื่องนุ่งห่ม (-17.6%)

ไทย: เศรษฐกิจไทยเริ่มชะลอลงจากสงครามในตะวันออกกลาง คาด ธปท.คงดอกเบี้ยต่อเนื่องแม้มีความกังวลเงินเฟ้อ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานภาพรวมเศรษฐกิจในเดือนมีนาคมชะลอลงจากเดือนก่อน สะท้อนจากดัชนีการบริโภคภาคเอกชน (PCI +3.6% YoY จาก +3.9% เดือนกุมภาพันธ์) และดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (PII +11.8% จาก +18.9%) รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ (2.8 ล้านคน จาก 3.3 ล้านคน)

อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำปรับเร่งขึ้น (+19.0%) ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเร่งขึ้นจากการเบิกจ่ายงบลงทุนของหน่วยงานคมนาคม และงบประมาณเหลื่อมปี สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจในไตรมาสแรก อุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน (PCI +4.7% PII +12.4% การส่งออก +15.8 %)


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย