| AP เดินหน้าขยายพอร์ตโครงการแนวราบ ไตรมาส 2/69 เปิด 2 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 1,600 ล้านบาท เน้นทำเลศักยภาพ หัวหิน - สระบุรี ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย โบรกฯ มองแนวโน้มผลงานฟื้นตัว รับแผนเปิดโครงการใหม่หนุนยอดพรีเซล นายเมธา รักธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ AP กล่าวว่า บริษัทเดินหน้าขยายพอร์ตอสังหาริมทรัพย์แนวราบ ให้ครอบคลุมทุกภาคทั่วประเทศไทย และไตรมาส 2/2569 เตรียมเปิด 2 โครงการใหม่ได้แก่ อภิทาวน์ หัวหิน และ อภิทาวน์ สระบุรี มูลค่ารวม 1,600 ล้านบาท นับเป็นการขยายสู่ทำเลศักยภาพในจังหวัดต่างๆ ปัจจุบันบริษัทฯ ปักหมุดขยายโครงการ ‘อภิทาวน์’ ถึง 16 โครงการ ใน 14 จังหวัด กวาดความสำเร็จด้วยยอดขายรวมกว่า 8,832 ล้านบาท จากสเกลการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าโครงการรวมสูงถึง 15,330 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอันแข็งแกร่งของลูกค้า พร้อมยืนยันความตั้งใจในการส่งมอบ Living Quality ที่เข้าถึงได้จริง ผ่านบ้านคุณภาพ ฟังก์ชันครบ และแนวคิด ‘7-Better Living’ สำหรับโครงการ อภิทาวน์ หัวหิน ตั้งอยู่ในตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บนพื้นที่ 34-0-88.8 ไร่ พัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยรวม 163 ยูนิต มีให้เลือกทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ทำเล โครงการสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ตัวเมืองหัวหินและชายหาดได้ภายใน 10 นาที รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เตรียมเปิด Pre-sale ครั้งแรก วันที่ 30 - 31 พฤษภาคม 2569 ราคา 3.79 - 7.89 ล้านบาท โครงการ อภิทาวน์ สระบุรี ตั้งอยู่ในตำบลปากเพรียว อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี บนพื้นที่โครงการ 33-22-27.35 ไร่ พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดจำนวน 153 ยูนิต รองรับการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยในทุกช่วงวัย นำเสนอทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ทำเลโครงการยังคงจุดแข็งในการเชื่อมต่อถนนสายหลักทั้งถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพได้อย่างสะดวก เตรียมเปิด Pre-sale วันที่ 20 - 21 มิถุนายน 2569 ราคา 3.89 - 8.99 ล้านบาท สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับหุ้น AP จาก efin.finance ดังนี้ ปัจจัยบวก แนวโน้มผลการดำเนินงาน Q2/69 ฟื้นตัวดีขึ้น QoQ จากแผนการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 12 โครงการ มูลค่ารวม 17,150 ล้านบาท (คอนโดมิเนียม 1 โครงการ และแนวราบ 11 โครงการ) ซึ่งจะช่วยหนุนทั้งยอด Presales ยอดโอน และทำให้คาดการณ์กำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้) คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง โดยนักวิเคราะห์ประเมินกรอบกำไรสุทธิปีนี้ไว้ที่ประมาณ 4,464 - 5,030 ล้านบาท (เติบโตราว 3.4% - 16.7% YoY) โดยมีปัจจัยหนุนจากยอด Backlog ในมือที่แข็งแกร่งรวม 3.96 หมื่นล้านบาท และมีคอนโดมิเนียมใหม่พร้อมโอนในปีนี้ถึง 5 โครงการ ซึ่งจะรับรู้รายได้สูงสุดใน Q4/69 (บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้) จำกัดความเสี่ยงด้านต้นทุนวัสดุก่อสร้างและราคาน้ำมันได้ดี แม้ราคาวัสดุหลัก (คอนกรีตและเหล็ก) ปรับตัวขึ้นราว 12% และราคาน้ำมันดีเซลจะสูงขึ้น แต่บริษัทได้ทำสัญญาล็อกราคาล่วงหน้าไว้แล้วอย่างน้อย 6 เดือน และมีอำนาจต่อรองกับคู่ค้าในฐานะผู้ประกอบการรายใหญ่ ทำให้กระทบต่อต้นทุนรวมในปีนี้เพียง 1% - 1.7% ซึ่งไม่มีนัยสำคัญต่อโครงการที่จะเปิดตัวในปีนี้ (บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้) อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ในระดับสูง คาดการณ์เงินปันผลปี 2569 อยู่ที่ 0.54 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Yield สูงถึง 7.2% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่อยู่ 6.1% ถือเป็นหุ้นที่ปลอดภัยและเหมาะสำหรับการลงทุนเพื่อรับเงินปันผล (บล.ฟิลลิป) ยอดขายคอนโดมิเนียมในกลุ่มลูกค้าต่างชาติยังเติบโตดี โดยมีสัดส่วนยอดขายสูงถึงประมาณ 58% ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักมีการปรับเปลี่ยนเป็น เมียนมา ไต้หวัน และจีน เข้ามาช่วยขับเคลื่อน (บล.ทรีนีตี้) ผลการดำเนินงาน Q1/69 รายได้และกำไรยังเติบโต YoY โดยมีรายได้รวม 9.55 พันล้านบาท (+24% YoY) และมีกำไรสุทธิประมาณ 898 - 903 ล้านบาท (+4.6% YoY) จากยอดโอนที่สูงขึ้นทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียม (บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้) ปัจจัยลบ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อสังหาริมทรัพย์ลดลงจากการแข่งขันที่รุนแรง โดย GPM ใน Q1/69 อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 28.1% - 29.6% (ลดลงทั้ง QoQ และ YoY) เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันด้านราคาที่สูง ประกอบกับค่าครองชีพและภาวะสงครามฉุดการบริโภคชะลอตัว ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตน้อยกว่ารายได้ (บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้) ยอดขาย (Presales) ในช่วงเริ่มต้นปีชะลอตัวลง โดยยอดขาย Q1/69 อยู่ที่ 1.12 หมื่นล้านบาท (-7.4% YoY และ -20.4% QoQ) ขณะที่ยอดขายในเดือน เม.ย. 69 อยู่ที่ 2,836 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในไตรมาสแรก เนื่องจากภาพรวมตลาดยังไม่เห็นสัญญาณเชิงบวก และความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ทำให้ชะลอการซื้อ (บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้) แรงกดดันจากมาตรการรัฐและเกณฑ์ทางการเงิน ทั้งการเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง มาตรการ LTV และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) จากธนาคารที่เป็นตัวกดดันยอดขายในปัจจุบัน (บล.ทรีนีตี้) ต้นทุนที่ดินในทำเลศักยภาพพุ่งสูงขึ้น ราคาที่ดินในบริเวณเขตธุรกิจ (CBD) มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคตสูงขึ้น (บล.ทรีนีตี้) ผลการดำเนินงาน Q1/69 ชะลอตัวลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยกำไรสุทธิปรับตัวลดลงถึง 30.1% QoQ และรายได้จากการโอนลดลง 10% QoQ เนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวและซื้อขาย (Seasonal) (บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้) ต้องการ คำแนะนำ / ราคาเป้าหมาย หรือ ข้อมูลอื่นๆ ของหุ้น AP เพิ่มเติม เข้าไปที่ https://url.in.th/w-efin-stocknews |