Coca-Cola รายงานรายได้ไตรมาส 4 ปี 2025 อยู่ที่ 11,820 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 12,030 ล้านดอลลาร์ ด้านยอดขายทั่วโลกโตเพียง 1% เนื่องจากอุปสงค์ที่อ่อนตัวในตลาดอเมริกาเหนือและเอเชีย รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ขณะที่กำไรต่อหุ้น (หลังปรับทวนแล้ว) อยู่ที่ 0.58 ดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 0.56 ดอลลาร์ ส่วนปริมาณยอดขายรวม (Unit case volume) เพิ่มขึ้น 1% ในช่วงดังกล่าว สอดคล้องกับไตรมาสก่อนหน้า สำหรับแนวโน้มปี 2026 บริษัทคาดว่ารายได้แบบออร์แกนิกจะเติบโต 4-5% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 5.3% และต่ำกว่าการเติบโต 5% ในปี 2025 Henrique Braun ซีอีโอ ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งในเดือนมี.ค. นี้ ระบุว่าบริษัทจำเป็นต้องเร่งนวัตกรรมสินค้าให้เร็วขึ้น ท่ามกลางกระแสผู้บริโภคที่หันไปหาผลิตภัณฑ์น้ำตาลต่ำ และกระแสยาลดน้ำหนักที่กำลังเติบโตทั่วโลก พร้อมยอมรับว่านวัตกรรมของบริษัทยังไม่อยู่ในระดับที่ควรจะเป็น และต้องปรับปรุงความเร็วในการนำสินค้าออกสู่ตลาด ส่วนกำไรต่อหุ้นทั้งปี (หลังปรับปรุงแล้ว) คาดว่า จะเติบโต 7-8% ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 7.9% หลังการประกาศผลประกอบการ ราคาหุ้นเปิดตลาดลดลงราว 1% แม้ว่าตลอดปี 2025 หุ้นจะปรับขึ้นแล้วประมาณ 12% และให้ผลตอบแทนดีกว่า PepsiCo ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อแบ่งตามภูมิภาค ยอดขายในเอเชีย-แปซิฟิกทรงตัว โดยเฉพาะจีนและอินเดีย ที่เผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันของแบรนด์ท้องถิ่น ขณะที่ในสหรัฐฯ การขึ้นราคาสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นยังส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคที่เผชิญกับเงินเฟ้อ โดยเมื่อปีที่แล้ว บริษัทปรับกลยุทธ์ออกสินค้ากระป๋องขนาดเล็ก 7.5 ออนซ์ ราคาต่ำกว่า 2 ดอลลาร์ เพื่อเจาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกระตุ้นการทดลองสินค้าใหม่ โดยภาพรวม Coca-Cola ยังพึ่งพาการปรับขึ้นราคาเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ท่ามกลางสภาพแวดล้อมการแข่งขันและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ที่มา Reuters 
|