บล.ทิสโก้ แนะขายทำกำไรหุ้นไทยที่ดัชนี 1,500 จุด คาดดัชนีขึ้นได้จำกัด จากแรงกดดัน Sell in May-MSCI ปรับลดน้ำหนัก

รูป บล.ทิสโก้ แนะขายทำกำไรหุ้นไทยที่ดัชนี 1,500 จุด คาดดัชนีขึ้นได้จำกัด จากแรงกดดัน Sell in May-MSCI ปรับลดน้ำหนัก

efinAI



บล.ทิสโก้ ชี้ดัชนีหุ้นไทยเดือนพ.ค. อาจไปไหนไม่ได้ไกล จากปัจจัยกดดัน 3 เรื่อง ทั้งการขายปรับพอร์ตจากแนวคิด Sell in May and Go Away - แรงขายทำกำไรหุ้นหลังจากได้รับสิทธิเงินปันผลแล้ว กดดันให้เงินบาทอ่อนค่า - หุ้นไทยจ่อถูก MSCI ปรับลดน้ำหนัก คาดเงินไหลออกกว่า 7,000 ล้านบาท แนะให้ขายทำกำไรเมื่อดัชนีพุ่งเกิน 1,500 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล , CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า หลังเกิดสงครามสหรัฐฯ - อิหร่าน แนวโน้มกระแสเงินลงทุนต่างชาติ (Foreign Fund Flows) พลิกเป็นลบ 2 เดือนติด คือ เดือนมีนาคมและเดือนเมษายน 2569 โดย บล.ทิสโก้มองว่า กระแสเงินทุนต่างชาติยังไม่น่ารีบร้อนไหลกลับมา และ อาจติดลบต่อในเดือนนี้ จากประเด็นการทบทวนดัชนีของ MSCI ที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญในส่วนของการปรับปรุงเกณฑ์การคำนวณสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ให้มีความแม่นยำและเสถียรมากขึ้น

จากการประเมินของ บล.ทิสโก้ หุ้นไทยมีแนวโน้มถูกลดน้ำหนักลงจากประเด็นดังกล่าว คิดเป็นเม็ดเงินไหลออกรวมราว 220 ล้านดอลลาร์ฯ หรือราว 7.1 พันล้านบาท ทั้งนี้ MSCI จะประกาศผลการทบทวนในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ และ จะมีผลบังคับใช้ ณ ราคาปิดของวันที่ 29 พฤษภาคม 2569

นอกจากนี้ จากสถิติ 5 ปีล่าสุด (2564- 2568) ทิศทางการลงทุนต่างชาติในเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายนมักเป็นลบ โดยมีโอกาสสูงถึง 80-100% ขณะที่ความเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ในช่วงเวลาเดียวกันมักให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -1.0% ถึง -3.3% โดย บล.ทิสโก้เชื่อว่ามีสาเหตุหลักจาก 1. การขายปรับพอร์ตจากแนวคิดสากลเกี่ยวกับ "Sell in May and Go Away" 2. แรงขายทำกำไรหุ้นหลังจากได้รับสิทธิเงินปันผลแล้ว และ เมื่อได้รับเงินปันผลแล้วส่งเงินกลับมักกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าด้วย และ 3. หุ้นไทยมักถูก MSCI ปรับลดน้ำหนักลงในช่วงรอบการทบทวนหลายครั้งที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการทบทวนรอบนี้ด้วย

บล.ทิสโก้ มีมุมมองตลาดดีขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เริ่มผ่อนคลาย-นำไปสู่การเจรจา และ งบไตรมาส 1 บจ.ไทยที่ประกาศแล้วส่วนใหญ่ดีกว่าคาด เช่น กลุ่มแบงก์ , DELTA , BH , SCGP , SCC , ITC และ PTTEP เป็นต้น ช่วยจำกัดความเสี่ยงการหั่นประมาณการกำไรของตลาดลง (SET EPS) แต่ขณะเดียวกันสถานการณ์ในตะวันออกกลางก็ยังแฝงด้วยความเปราะบางสูง ดังนั้น ยังแนะนำถือเงินสดบางส่วนและยังคงมุมมอง Upside ตลาดยังจำกัด เพราะฉะนั้นหาก SET Index ฟื้นตัวขึ้นสูงกว่าระดับ 1,500 จุด แนะนำหาจังหวะขายมากกว่าซื้อ - รอย่อตัวซื้อคืน

หุ้นที่ บล.ทิสโก้แนะนำในเดือนนี้จะเน้นหุ้นที่ได้รับผลกระทบจำกัดจากสงคราม-มีความยืดหยุ่นต่อแนวโน้มเงินเฟ้อที่สูงขึ้น-สามารถเติบโตได้ในระยะยาว - มีปันผลน่าสนใจ แนะนำ ADIVCE , MEGA , TRUE ผสานกับหุ้นที่ได้ประโยชน์สนับสนุนจากนโยบายรัฐ เช่น การลงทุน และ การบริโภคภายในประเทศ ชอบ AMATA, CPALL และ หุ้นที่มีโอกาสเข้า SET50 Index เด่น MRDIYT, TFG สรุปหุ้นเด่นแนะนำในเดือนพฤษภาคม คือ ADVICE , AMATA , CPALL , MEGA , MRDIYT , TFG และ TRUE ด้านแนวรับของเดือนนี้อยู่ที่ 1,440 จุด และ แนวรับถัดไปที่ 1,400 จุด ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,510 – 1,515 จุด แนวรับถัดไปที่ 1,545-1,550 จุด ตามลำดับ

ด้านทางเลือกการลงทุนหุ้นต่างประเทศโดยผ่าน DR เดือนพฤษภาคมนี้ เลือก CHNXT5023 และ OIL03 โดยมองว่า การเติบโตของเศรษฐกิจจีนยุคใหม่ยังมีอัพไซด์อีกมากท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน มีทั้งหุ้นที่เป็นแบตเตอรี่และเทคโนโลยี Ai สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมัน มองว่า ยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อได้ หลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซยังไม่มีท่าทีดีขึ้น และ คลังน้ำมันดิบโลกเริ่มลดลง


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย