หุ้น Avis Budget (AVIS) พุ่งขึ้นมากกว่า 480% ในเดือนเมษายน แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 847.70 ดอลลาร์ ก่อนย่อตัวลงแรง หลังเกิด Short squeeze ที่ทำให้ผู้ขายชอร์ตขาดทุนเป็นมูลค่าตลาดรวม 5,800 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 21 เมษายน ตามข้อมูลของ S3 ขณะที่มูลค่าตลาดของบริษัทเคยเพิ่มขึ้นทะลุ 26,000 ล้านดอลลาร์ จากราว 5,000 ล้านดอลลาร์ภายในเดือนเดียว
แรงบีบจาก Short interest ที่สูงผิดปกติ
การปรับตัวขึ้นของหุ้น Avis Budget เกิดขึ้นท่ามกลางการชอร์ตที่หนาแน่น โดยก่อนการดีดตัวมีหุ้นราว 9 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 54% ของ Free float ถูกนำไปใช้ในการเดิมพันกับราคาหุ้น ณ สิ้นเดือนมีนาคม ตามข้อมูลของบลูมเบิร์ก ระดับดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันในฝั่งชอร์ตที่รุนแรงมาก และเปิดทางให้เกิดการบังคับซื้อคืนเมื่อราคาหุ้นไต่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อราคาหุ้นขยับขึ้น ผู้ขายชอร์ตจำนวนมากถูกบังคับให้ปิดสถานะด้วยการซื้อหุ้นกลับ ส่งผลให้ราคาพุ่งขึ้นต่อในลักษณะที่เรียกว่า Short squeeze
รอบนี้ต่างจากเหตุการณ์หุ้น meme stock ในปี 2021 อย่าง GameStop และ AMC Entertainment การพุ่งขึ้นของ Avis ครั้งนี้มีนักลงทุนรายย่อยเข้ามาเกี่ยวข้องน้อยกว่า แต่ถูกขับเคลื่อนโดยการถือครองหุ้นจำนวนมากของกองทุนขนาดใหญ่และโครงสร้าง free float ที่ตึงตัว ปลายเดือนมีนาคม Pentwater Capital เริ่มเพิ่มพอร์ตขนาดใหญ่ โดยซื้อหุ้นของบริษัทหลายล้านหุ้นพร้อมกับการใช้สิทธิในออปชั่นของ Avis ตามเอกสารการยื่น
ผลคือจำนวนหุ้นที่เปิดให้ประชาชนซื้อขายลดลงอย่างมาก ขณะที่แรงกดดันฝั่งอุปทานยิ่งทำให้ต้นทุนการยืมหุ้นที่เหลืออยู่พุ่งขึ้นตลอดเดือน Avis มีหุ้นสามัญคงเหลือ 35 ล้านหุ้น โดย 70% ถูกถือครองโดย Pentwater และ SRS Investment Management
ผู้บริหารกองทุนเฮดจ์ฟันด์รายหนึ่งที่ติดตามเหตุการณ์ระบุว่า ครั้งนี้ต่างจาก GameStop ซึ่ง Avis พุ่งขึ้นเพราะมีคนเพียง 1 หรือ 2 คน เข้าไปถือครองหุ้นในส่วนที่เป็น Free float เกือบทั้งหมด
ผลกระทบต่อผู้ขายชอร์ตและนักลงทุน
ข้อมูลของ S3 ระบุว่า ผู้ขายชอร์ตบันทึกการขาดทุนตามมูลค่าตลาดจำนวน 5,800 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 21 เมษายน โดยแรงบีบของราคาหุ้นทำให้สถานะชอร์ตจำนวนมากถูกปิดอย่างรวดเร็ว
แนวโน้มที่ต้องติดตามต่อ
Avis มีกำหนดจะรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งอาจเป็นจุดสำคัญต่อการประเมินว่ากระแส short squeeze จะคลี่คลายลงหรือยังคงสร้างความผันผวนต่อไปหรือไม่ นักลงทุนควรติดตามระดับ short interest ต้นทุนการยืมหุ้น และการเคลื่อนไหวของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยเฉพาะ Pentwater Capital และ SRS Investment Management
ที่มา Financial Times