ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ แสดงความคิดเห็นว่า คำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ เกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของภาษีนำเข้า ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศบังคับใช้ กำลังสร้างความกังวลให้กับภาคธุรกิจ ไม่เพียงแต่ความเป็นไปได้ในการขอคืนภาษี แต่ยังอาจส่งผลอย่างรุนแรงต่อปริมาณการค้าขนส่งสินค้าสู่สหรัฐฯ ก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยล่าสุด ศาลมีคำตัดสินออกมา 3 คดีในเช้าวันพุธ แต่ยังไม่มีการตัดสินเกี่ยวกับมาตรการภาษีทรัมป์ อุตสาหกรรมขนส่งสินค้าในสหรัฐฯ อยู่ในภาวะ “ภาวะถดถอยด้านอัตราค่าระวาง” จากปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ที่ปรับตัวลดลง หลังบริษัทต่าง ๆ เร่งนำเข้าสินค้าล่วงหน้าเพื่อลดผลกระทบจากภาษี ซึ่งการเร่งนำเข้าสินค้าล่วงหน้าดังกล่าว ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบช่วงพีคของการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ในปี 2025 ไปอย่างมาก ซึ่งหากศาลฎีกาตัดสินว่า ภาษีที่บังคับใช้ภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เป็นสิ่งผิดกฎหมาย การนำเข้าสินค้าสู่สหรัฐฯ อาจปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ มีความมั่นใจมากขึ้นต่อสถานะกระแสเงินสด และมองเห็นโอกาสในการสะสมสินค้าคงคลัง ก่อนที่รัฐบาลทรัมป์จะประกาศแผนภาษีฉบับใหม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า ได้เตรียมพร้อมไว้แล้วเพื่อเดินหน้าบรรลุเป้าหมายทางการค้าตามเดิม พอล บราเชียร์ รองประธานฝ่ายซัพพลายเชนโลกของ ITS Logistics ระบุว่า หากภาษี IEEPA ถูกยกเลิกสำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมด จะเกิดการเพิ่มขึ้นของการนำเข้าอย่างแน่นอน โดยเฉพาะสินค้าที่เพิ่งย้ายแหล่งจัดซื้อไปยังประเทศที่มีอัตราภาษีสูงกว่า โดยศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสิน 3 คดีในช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา แต่คดีภาษีนำเข้ายังไม่ถูกรวมอยู่ในคำตัดสินดังกล่าว 
แม้สงครามการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์ จะไม่ได้ทำให้การค้าของจีนกับประเทศอื่นชะลอตัว โดยจีนเพิ่งรายงานดุลการค้าเกินดุลเป็นประวัติการณ์ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ข้อมูลปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ทางทะเลทั่วโลกที่เข้าสู่สหรัฐฯ ซึ่งได้รับการติดตามโดย Sonar กลับปรับตัวลดลง 14% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งอัตราภาษีที่สูงขึ้น บังคับให้บางธุรกิจต้องดำเนินงานด้วยสินค้าคงคลังในระดับต่ำ โดยการลดลงของการค้ากับจีนรุนแรงที่สุด ซึ่งรายงาน January Tariff Report ของ Project44 ประเมินว่าการนำเข้าของสหรัฐฯ จากจีนลดลง 28% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่การส่งออกไปจีนลดลง 38% ในปี 2025 ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในช่วงการหดตัวของการค้าทวิภาคีที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ช่วงหลัง คำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญต่อการตัดสินใจด้านซัพพลายเชนของบริษัทต่าง ๆ เนื่องจากโรงงานในจีน จะปิดทำการราว 1 เดือนในเดือนก.พ. เนื่องในเทศกาลตรุษจีน โดยคำสั่งซื้อเพื่อส่งมอบสินค้าฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนจำเป็นต้องดำเนินการล่วงหน้า เพื่อให้สินค้าสามารถออกจากโรงงานและส่งถึงสหรัฐฯ ได้ทันเวลา โดยปกติกรอบเวลาการสั่งผลิตก่อนตรุษจีน จะอยู่ในช่วงปลายเดือนธ.ค. หรือต้นเดือนม.ค. เพื่อหลีกเลี่ยงการชะลอการผลิต ตามข้อมูลของ Seko Logistics ซึ่งการชะลอตัวจะเริ่มขึ้นก่อนตรุษจีนราว 3-4 สัปดาห์ เมื่อแรงงานเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา ทั้งนี้ ในปี 2026 เทศกาลตรุษจีนตรงกับช่วงวันที่ 17 ก.พ. ถึง 3 มี.ค. ไบรอัน เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการค้าของ Seko Logistics กล่าวว่า หากศาลฎีกาตัดสินให้ภาษีเป็นสิ่งผิดกฎหมาย จะส่งผลต่อคำสั่งซื้อและความต้องการจองระวางเรือเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ จังหวะเวลาใกล้เทศกาลตรุษจีน ความคาดหวังว่าจะมีการใช้มาตรการภาษีอื่นแทน ซึ่งมีข้อจำกัดด้านกรอบเวลา ทำให้บริษัทต้องแข่งกับเวลาอีกครั้ง และการคาดการณ์ว่าจะมีเงินสดไหลกลับจากการคืนภาษีเพื่อนำมาใช้จัดซื้อสินค้า หากภาษีถูกตัดสินว่าผิดกฎหมาย ศาลการค้าระหว่างประเทศ มีอำนาจตามกฎหมายในการสั่งให้คืนภาษีแก่ผู้นำเข้าสหรัฐฯ และคงเขตอำนาจพิจารณาคำร้องขอคืนภาษีเป็นระยะเวลา 2 ปี ขณะเดียวกัน รัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่าหากแพ้คดี ศาลฎีกา ก็มีแผนเตรียมใช้กฎหมายฉบับอื่นในการบังคับใช้ภาษีแทนแล้ว ที่มา CNBC 
|