ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และ TikTok ระบุว่า ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนในสหรัฐฯ เพื่อให้แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นยอดนิยมยังคงสามารถดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ ได้ ภายใต้โครงสร้างใหม่ที่นำโดยผู้บริหารชาวอเมริกัน TikTok ระบุว่า อดัม เพรสเซอร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการและความไว้วางใจและความปลอดภัยของ TikTok จะเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ TikTok USDS Joint Venture โดยเพรสเซอร์ทำงานกับ TikTok มาเกือบ 4 ปี และเคยเป็นผู้บริหารระดับสูงของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส มาก่อน ขณะเดียวกัน โจว ซือ ชิว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TikTok จะทำหน้าที่เป็นกรรมการในบริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งตามแถลงการณ์ระบุว่าจะดำเนินงานในฐานะนิติบุคคลอิสระ บริษัทระบุว่า TikTok USDS Joint Venture จะดำเนินงานภายใต้มาตรการคุ้มครองที่ชัดเจน เพื่อรักษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ครอบคลุมถึงการคุ้มครองข้อมูลอย่างรอบด้าน ความปลอดภัยของอัลกอริทึม การกลั่นกรองเนื้อหา และการรับรองด้านซอฟต์แวร์สำหรับผู้ใช้งานในสหรัฐฯ ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวชื่นชมข้อตกลงดังกล่าวผ่านโพสต์บน Truth Social โดยระบุว่า บริษัทจะอยู่ภายใต้การถือครองของกลุ่มผู้รักชาติและนักลงทุนชาวอเมริกันรายใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมขอบคุณประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ที่ร่วมมือกับรัฐบาลของตนและอนุมัติข้อตกลงนี้ แม้ว่าจีนจะยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันความตกลงดังกล่าวอย่างเป็นทางการ 
ข้อมูลของ TikTok บริษัทร่วมทุนใหม่ จะมีคณะกรรมการ 7 คน โดยเสียงข้างมากเป็นชาวอเมริกัน นอกเหนือจากโจว ซือ ชิว คณะกรรมการยังประกอบด้วย ทิโมธี แดตเทิลส์ จาก TPG Global, มาร์ก ดูลีย์ จาก Susquehanna International Group, อีแกน เดอร์แบน ซีอีโอร่วมของ Silver Lake, ราอูล เฟอร์นันเดซ ซีอีโอของ DXC Technology, เคนเนธ กลูเอค จาก Oracle และเดวิด สก็อตต์ จาก MGX ขณะที่ ByteDance บริษัทแม่จากจีนของ TikTok จะยังถือหุ้น 19.9% ในบริษัทร่วมทุนดังกล่าว ขณะที่ Silver Lake, Oracle และ MGX ทำหน้าที่เป็นผู้ลงทุนหลักรายใหม่ ส่วนผู้สนับสนุนรายอื่น ได้แก่ Vastmere Strategic Investments ของไมเคิล เดลล์, Alpha Wave Partners, Revolution และ Via Nova ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ General Atlantic ก่อนหน้านี้ ByteDance ถูกบีบให้ต้องขายธุรกิจในสหรัฐฯ ภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ที่ลงนามโดยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน มิฉะนั้นจะถูกสั่งห้ามดำเนินงานในสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี กฎหมายดังกล่าวไม่เคยถูกบังคับใช้ หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารหลายฉบับเมื่อปีที่แล้ว เพื่อระงับการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวระหว่างที่บริษัทหาผู้ซื้อกิจการ ซึ่ง TikTok ระบุว่า โครงสร้างใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานในสหรัฐฯ ยังสามารถเข้าถึงประสบการณ์ TikTok ในระดับโลกได้อย่างต่อเนื่อง และทำให้ครีเอเตอร์สหรัฐฯ สามารถเข้าถึงผู้ชมทั่วโลก รวมถึงช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ ดำเนินงานในระดับสากล ทั้งนี้ อัลกอริทึมแนะนำเนื้อหา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ TikTok จะโฮสต์ในศูนย์ข้อมูลของ Oracle ในสหรัฐฯ และจะถูกฝึก ทดสอบ และอัปเดตโดยใช้ข้อมูลผู้ใช้งานในสหรัฐฯ เท่านั้น นอกจากนี้ โครงสร้างใหม่นี้ยังช่วยให้แอปในเครืออย่าง CapCut, Lemon8 และบริการอื่น ๆ สามารถดำเนินงานในสหรัฐฯ ได้ต่อไป ที่มา CNBC 
|