มูลค่าการซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และตลาดหุ้นเซินเจิ้นพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.6 ล้านล้านหยวน (ราว 516,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในวันจันทร์ (12 ม.ค.) สะท้อนความเชื่อมั่นที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดหุ้นจีน ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าสถิติเดิมเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2024 ซึ่งอยู่ที่ 3.46 ล้านล้านหยวน ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงจากการเปลี่ยนนโยบายครั้งใหญ่ของรัฐบาลปักกิ่ง โดยในช่วงที่ผ่านมา ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนีหลักปรับตัวขึ้นติดต่อกันมากกว่า 3 สัปดาห์ และดัชนี Shanghai Composite ปรับขึ้นแล้ว 8.9% จากระดับต่ำสุดในเดือนธ.ค. การปรับตัวขึ้นในระยะแรก ส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินไหลเข้าสู่กองทุน ETF ที่อ้างอิงดัชนี A500 เพียงไม่กี่กอง ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า สะท้อนถึงการเข้าลงทุนเพิ่มเติมจากกองทุนประกันภัยหรือกองทุนที่มีรัฐหนุน ความผันผวนที่ค่อนข้างต่ำและการปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ช่วยกระตุ้นแรงซื้อจากนักลงทุนทั่วไปมากขึ้น ดัชนี CSI A500 ซึ่งเปิดตัวในเดือนก.ย. 2024 ประกอบด้วยบริษัทขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูงสุด 500 แห่งในจีนแผ่นดินใหญ่ ครอบคลุมเกือบทุกอุตสาหกรรม ไม่รวมบริษัทที่มีคะแนนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อยู่ในระดับต่ำ รวมถึงบริษัทที่ไม่เข้าเกณฑ์ Stock Connect สื่อท้องถิ่นจีนรายงานถึงภาวะแท่งเทียนขาขึ้น (Bullish candle) ติดต่อกัน 16 วัน หมายถึง ดัชนีตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ปิดบวกเหนือราคาเปิดติดต่อกันยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1990 อย่างไรก็ดี ความคึกคักของการซื้อขายครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนเช่นกัน หากอิงจากสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต หลังจากที่ตลาดหุ้นจีนทำสถิติซื้อขายสูงสุดครั้งก่อนในปี 2024 ดัชนีส่วนใหญ่ไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้เป็นเวลาหลายเดือน อ้าว เฟย (Ao Fei) กรรมการผู้จัดการของ Beijing Xinhan Capital กล่าวว่า “โดยทั่วไป ปริมาณการซื้อขายมักจะหนาแน่นเมื่อใกล้จุดสูงสุดของตลาด และจากประสบการณ์ที่ผ่านมา เราอาจอยู่ไม่ไกลจากจากความผันผวนระยะสั้นมากนัก เพราะหุ้นจำนวนมากอยู่ในภาวะร้อนแรงเกินไป มีความเป็นไปได้สูงว่า ตลาดกำลังเข้าใกล้การปรับฐาน และอาจเป็นไปได้ที่ ทางการจีนต้องการลดความร้อนแรงลง ถึงแม้หุ้นจะปรับตัวลงอย่างรุนแรง แต่ก็อาจเป็นโอกาสในการเก็บสะสม” ที่มา Bloomberg 
|