แนวโน้มกำไรยังดีแม้จะสะดุดบ้างใน 4Q25 กำไรปี 2025 ยังเติบโตแม้กระทบจากบาทแข็งและกัมพูชา คาดกำไรหลักยังเติบโตต่อในปีนี้ เราคาดกำไรจากการดำเนินงานจริงของ 4Q25F ของ PRM จะลดลง QoQ แต่ยังคงเติบโต YoY จากการเข้าอู่แห้งของเรือ VLCC และการสลับเรือ FSU ให้ลูกค้า รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่า ส่งผลให้กำไรก่อนรายการพิเศษของปี 2025 ยังคงเติบโต เราคาดว่ากำไรก่อนรายการพิเศษใน 1Q26F จะดีขึ้น QoQ และ YoY และปี 2026 ยังคงเติบโตต่อ จากการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็น PER ปี 2026F แค่ 8 เท่า แต่ให้เงินปันผลสูงที่ 7% เราจึงยังคงคำแนะนำ ซื้อ 4Q25F: คาดกำไรไม่รวมรายการพิเศษเติบโต YoY แต่ ลด QoQ จาก Utilization ลดลง เราคาดกำไรจากการดำเนินงานจริงใน 4Q25F อยู่ที่ 481 ลบ. เติบโต 21% YoY แต่ลด 16% QoQ เนื่องจากมีเรือ VLCC 1 ลำเข้าอู่ 31 วัน และมีการสลับเรือ FSU ให้ลูกค้า ซึ่งทำให้ Utilization rate ลดลง QoQ ส่วนธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปและเคมี (PCT) คาดว่าน่าจะดีขึ้น QoQ เนื่องจากบริษัทเปลี่ยนไปให้บริการเส้นทางสิงคโปร์ เวียดนามทดแทนกัมพูชาที่หายไป แต่รายได้และกำไรอาจไม่ดีเท่าเส้นทางกัมพูชาเนื่องจากเป็นเส้นทางที่การแข่งขันสูงกว่า ประกอบกับใน 4Q25 มีปัญหาน้ำท่วมที่หาดใหญ่ด้วย ส่วนธุรกิจเรือสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (OSV) ดีขึ้นเล็กน้อย QoQ เพราะเรือ AWB 1 ลำ มีการต่อสัญญาใหม่ในอัตราที่สูงขึ้นประมาณ 20% ในเดือน พ.ย. (ส่วนอีก 1 ลำต่อสัญญาใหม่ได้อัตราค่าเช่าใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 5% ในเดือนม.ค.) นอกจากนี้ บริษัทเพิ่งรับเรือ Crew Boat ลำใหม่อีก 2 ลำและเซ็นสัญญาให้ลูกค้ารายใหม่ชื่อ NMDC ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในอาบูดาบีเช่าเป็นสัญญา Bareboat เป็นเวลา 2 ปี(มีสิทธิ์ต่อสัญญาอีก 3 ปี) แต่รายได้ในส่วนนี้ เพิ่งเข้าช่วงท้ายๆเดือนธ.ค.เท่านั้น แต่รายได้จากเรือ 2 ลำนี้ จะเข้าเต็มปีในปีหน้าปัญหาเรื่องค่าเงินบาทแข็งยังมีผลทำให้บริษัทมีขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เกิดขึ้นจริงอีก 30 ล้านบาทส่งผลให้เราคาดว่ากำไรสุทธิของ 4Q25F จะอยู่ที่ 451 ลบ. ลด 4% YoY และ 20% QoQ สำหรับปี 2025F เราคาดกำไรก่อน FX loss อยู่ที่ 2,162 ลบ.เติบโต 3% YoY กำไรปี 2026 มีแรงหนุนจากจำนวนเรือที่เพิ่มขึ้นและอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น เราคาดกำไรใน 1Q26 จะดีขึ้น QoQ เนื่องจากไม่มีเรือ VLCC เข้าอู่แล้ว การสลับเรือ FSU ให้ลูกค้าเสร็จแล้วใน 4Q25 ทำให้ Utilization rate น่าจะดีขึ้น เรือ PCT ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่คลี่คลาย และบริษัทรับรู้อัตราค่าบริการเรือ AWB ใหม่เต็มทั้งไตรมาส สำหรับปี 2026 นี้ คาดกำไรเติบโตต่อจากจำนวนเรือที่เพิ่มขึ้น โดยในปีนี้ จะมีรับเรือ 5 ลำ เป็นเรือเคมี 2 ลำที่จะรับในเดือนก.พ.และมี.ค. และเรือ PCT ที่สั่งต่อไป 3 ลำที่จะทยอยรับในเดือนก.ค.-ก.ย.ทดแทนเรือที่จะปลดระวาง 3 ลำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและอัตราค่าเช่ารวมถึงขนาดเรือที่ใหญ่ขึ้น ส่งผลบวกต่อรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท (ทำให้ยังเหลือเรือ PCT ที่สั่งต่อใหม่อีก 3 ลำจะรับในปี 2027 ทดแทนเรือที่จะปลดระวาง 2 ลำ) รวมถึงอัตราการใช้กำลังการผลิตของเรือที่บริษัททยอยรับเข้ามาตลอดปี 2025 ที่จะเพิ่มขึ้นจากการให้บริการเต็มปี อีกทั้งเรือ COC ปีที่แล้วมีเข้าอู่แห้ง 2 ลำแต่ในปีนี้ ไม่มีเข้าอู่ นอกจากนี้ ยังมีโอกาสในการลงทุนเพิ่มอีกซึ่งจะเป็นปัจจัยผลักดันกำไรหลังจากปี 2026 ไป เช่น ซื้อเรือขน LPG และเรือเคมีมือสองเพิ่ม รวมถึงสั่งเรือ OSV ลำใหม่ และศูนย์ฝึกอบรมลูกเรือและโครงการจัดการขยะหมุนเวียน ทั้งนี้ หากพิจารณาจากสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท (Net D/E ณ สิ้น 3Q25 ที่ 0.5x) บริษัทยังมีความสามารถในการกู้เพิ่มได้อีกมาก ปรับประมาณการลงแต่ยังคงคำแนะนำ ซื้อ เป้าหมายใหม่อยู่ที่ 9.10 บาท เราปรับประมาณการกำไรปี 2025-27F ลง 20-21% เพื่อสะท้อนปัญหากัมพูชา ค่าเงินบาทที่แข็งค่าและแผนงานในปัจจุบันของบริษัท แม้กำไรสุทธิอาจจะลดลงแต่หากตัดรายการพิเศษออกไปกำไรจากการดำเนินงานจริงยังคงเติบโตทำจุดสูงสุดใหม่ทุกปี จากประมาณการใหม่เราปรับราคาเป้าหมายลดลงเป็น 9.10 บาทจาก 10 บาท โดยอิงจาก PER ปี2026F ที่ 10.1 เท่า ยังมีอัพไซด์อีก 27% ปัจจัยเสี่ยงคือความผันผวนของราคาพลังงาน ซึ่งอาจกระทบต่อดีมานด์การใช้เรือและต้นทุนดำเนินงาน และบาทแข็ง โดยทุก 1 บาท/US$ ที่แข็งค่าขึ้นจะกระทบรายได้ 45 ล้านบาท/ไตรมาส Sansanee Srijamjuree ID: 018176 (66) 2633 6475 sansanee@tisco.co.th |