| บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| MTC | 47 | Monthly Pick รับอานิสงส์ งบแบงค์เด่น KKP รายงานกำไร4Q68 ที่ 1.8 พันลบ. (+26%YoY,+6%QoQ) ดีกว่าเราและตลาดคาด 28-30% โดยตัวเลขขาดทุนรถยึด -54%YoY หนุน Sentiment NPL กลุ่มไฟแนนซ์ อย่าง MTC มีแนวโน้ม ดีขึ้น ราคาปัจจุบันของ MTC ใกล้เคียงราคาในช่วงทำจุดต่ำสุดในเดือน มี.ค. 2563 ณ ปัจจุบันถูกขาย PE’69 ที่ 9 เท่า (-1.5SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) ขณะที่การเติบโตของกำไรในปี 69-70 เฉลี่ย 8% เทียบกับกลุ่มที่ 6-7% |
| ADVANC | 362 | Flow เข้าต่อเนื่อง เราคาดกำไร 4Q68 ที่ 1.23 หมื่นลบ. (+22%YoY, +2%QoQ) มีโอกาสทาจุดสูงสุดใหม่ โดยเติบโตเมื่อ เทียบกับปีก่อน เนื่องจากรายได้โต + 6 %YoY, ค่าใช้จ่าย SG&A ปรับตัวลดลง, ต้นทุนประมูลคลื่นที่ลดลง YTD ต่างชาติเพิ่มการถือครอง ADVANC +2.3 พันลบ. เป็นอันดับ 2 รองแค่ PTT +2.4 พันลบ. โดยคาดการณ์อัตราเงินปันผลที่ 5% ขณะที่เราคาดกำไรปี 69 โต 12% จาก cost saving 2.5 พันลบ. |
| บล.กรุงศรี |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| IVL | 24 | i.) Integrated PET integrated +3% w-w และมีแรงส่งต่อความต้องการช่วงตรุษจีนต้นปี ii.) ภาพใหญ่โครงสร้างซัพพลายใหม่เวเนฯ เพิ่มระยะกลาง ผสาน มาตรการกระตุ้นจีน |
| KKP | 80 | กำไร 4Q25 ดีกว่าเราและตลาดคาดมาก จากค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) ต่ำกว่าคาด บ่งชี้สัญญาณคุณภาพสินทรัพย์ หนุนเราปรับประมาณการปี2026-27F ขึ้นปีละ +(5-6)% |
| SC | 2.8 | i.) หุ้นเด่น High Growth เราแนะนำปี 2026F เริ่มเห็นสัญญาณทางบวกตั้งแต่ 4Q25F โดยเฉพาะcore business ที่การโอนเพิ่มขึ้นมาก y-y, q-q ii.) คาด Yield 2H25F สูง 5.3% |
| MITSU19 | - | (Trading) จิตวิทยาบวกสถานการณ์ความขัดแย้งเกาะกรีนแลนด์สหรัฐฯ – ยุโรปบานปลายหนุนหุ้นในฐานะอยู่ในกลุ่ม Defense |
| บล.ฟินันเซีย ไซรัส |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| MTC | 58 | แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 58 บาท เราประเมินว่ากำไรสุทธิ 4Q25 จะเดินหน้าทำ New High ได้ต่อเนื่องที่ระดับ 1.75 พันลบ. เติบโตเล็กน้อย q-q และ +14% y-y หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยที่เติบโตตามสินเชื่อ ขณะที่ Cost of Fund และ Credit Cost ที่ปรับตัวขึ้นใน 3Q25 คาดว่าจะขยับลงในไตรมาสนี้ ส่งผลให้กำไรปี 2025 คาดจบที่ 6.7 พันลบ. +14% y-y |
| บล.พาย |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| CPALL | 58 | Valuation ที่น่าสนใจ ปัจจุบันซื้อขายที่ราว 13xPE’26E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต พร้อมด้วยผลตอบแทนเงินปันผลคาดหวังระดับ 3% โดยเราคาดรายงานกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 6.9 พันล้านบาท (-4%YoY, +5%QoQ) ผลจากการลดลงของยอดขายสาขาเดิมของ 7-11 ที่ -1.5% และการลดลงของกำไรของ CPAXT |
| ICHI | 13.9 | ปัจจัยหนุนการเติบโต ได้แก่ กลยุทธ์การสร้างแบรนด์, การขยายช่องทางจำหน่ายในร้านโชห่วย, การออกสินค้าใหม่ที่เน้นสินค้า value for money ทำสินค้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้นตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความคุ้มค่า, การฟื้นตัวของตลาดชาเขียวโดยมีปัจจัยบวกด้านสภาพอากาศ, และการเติบโตของยอดขายสินค้า non-tea โดยเฉพาะน้ำด่าง PH+ |
| บล.เคจีไอ |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| WHA | 3.8 | ประเมินธีม Data center และ การย้ายฐานการผลิตยังเด่น เราประเมินการลงทุน Data center ใน 1-2 ปีนี้ จะเร่งตัวขึ้น หนุนยอดขายที่ดินนิคมฯ + รายได้สาธารณูปโภค (ไฟฟ้า+น้ำ) ขณะที่ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกจะเป็นโอกาสหนุนโอกาสการย้ายฐานการผลิตมายังอาเซียน (รวมถึงไทย) |
| CPALL | 57 | ประเมินราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปพอควรแล้ว คาดหวังแรงกระตุ้นจากการเลือกตั้ง เราประเมินราคาหุ้น CPALL* ที่ปรับลงมาก สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ชะลอลงไปแล้ว ขณะที่ช่วงเข้าใกล้การเลือกตั้ง คาดหวัง Sentiment ผู้บริโภคที่จะดีขึ้น รวมทั้งคาดหุ้นค้าปลีก Defensive จะ Outperform ในช่วงที่มีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในประเทศต่างๆ |
| TRUE | 14 | ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงาน 4Q68 เด่น ลุ้นปันผลเพิ่ม ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินแนวโน้มกำไร 4Q68 จะดีต่อเนื่อง YoY QoQ หลังจากที่ต้นทุนคลื่นลดลง การตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ลดลง การแข่งขันในอุตสาหกรรมฯที่ลดลง (หนุน ARPU) และเป็น High season … ลุ้นประกาศปันผลเพิ่มเติม 0.07 บาท/หุ้น หลังจ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้ว และล่าสุด BOI อนุมัติโครงการลงทุน Data center ของกลุ่ม TRUE* มูลค่า 4.5 หมื่นล้านบาท |
| บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| CPF | 22 | เราคาดว่าจะมีการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 1 ปี 2026 โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของราคาเนื้อหมูในเวียดนาม แนวโน้มปศุสัตว์ในประเทศที่ดีขึ้น และการส่งออกไก่ที่สูงขึ้น |
| BH | 178 | เราเชื่อว่านักลงทุนกังวลกับผลกระทบจาก co-payment มากเกินไปเนื่องจาก BH มีการประเมินมูลค่าอยู่ในระดับเดียวกับช่วงที่เกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2008 ปรับเพิ่มคำแนะนำของ BH จาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายเดิม 178 บาท (P/E 20x FY27, -1.5SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี) |
| บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| TQM | 14 | คาดว่ากำไรสุทธิ 4Q25F จะดีที่สุดในรอบปี 2025 เนื่องจากเป็นฤดูกาลขายประกัน คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะดีขึ้น และค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อรายได้ลดลง ทั้งจากรายได้ที่เพิ่มและปรับกลยุทธ์การขาย แนวโน้มปี 2026F คาดว่าจะดีขึ้นต่อ หนุนโดยการเพิ่มขึ้นของรายได้ และประสิทธิภาพดำเนินงานเพิ่มขึ้น แนะนำ ซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 14 บาท คาดการณ์ DY สูงที่ประมาณ 8% ต่อปี |
| บล.ยูโอบีเคย์เฮียน |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| KTC | 30 | รายงานกำไรไตรมาส 4/68 ที่ 2 พันล้านบาท +10% QoQ, +6% YoY ดีกว่าเราและตลาดคาด ตัดขาดทุน 23.50 บาท |
| BDMS | 20 | ผลการดำเนินงาน ไตรมาส 4 มีแนวโน้มฟื้นตัว แม้มีความเสี่ยงจากประกันแบ Copayment แต่หุ้นตอบรับมากไปในระยะสั้น ตัดขาดทุน 17 บาท |
| BCP | 34 | ราคาน้ำมันดิบทรงตัว บวกต่อธุรกิจโรงกลั่น ราคาปัจจุบันซื้อขายที่เพียง 0.71x PBV ตัดขาดทุน 27 บาท |
| TLI | 12 | ราคาซื้อขายที่เพียง 9.78x PER และ 0.77x PBV ได้ประโยชน์จากผลตอบแทนพันธบัตรขาขึ้น ตัดขาดทุน 10.30 บาท |
| บล.ฟิลลิป |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| BDMS | 20.10 / 20.50 | แนะนำ BUY เป้าหมาย 20.10 / 20.50 แนวรับ 18.90 / 19.30 Co payment ส่งผลเชิงบวกต่อ BDMS คาดแนวโน้มกำไร 4Q 68 เติบโต (+6.0% q q , + 5.7 y y) |
| DELTA | 174.00 / 181.00 | แนะนำ BUY เป้าหมาย 174.00 / 181.00 แนวรับ 162.00 / 166.00 หุ้นไทยที่รับเทรนด์ AI มากที่สุด ขยายโรงงานรอบรับ 2-3 ปีข้างหน้า |
| บล.ไอร่า |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| ICBC06 | 2.68 / 2.80 | “ICBC06” ในเชิงกลยุทธ์ เรายังคงมุมมอง Industrial & Commercial Bank of China Ltd. (1398:HK) คาดจะเริ่มกลับมามีความน่าสนใจอีกครั้ง จากคาดการณ์ผลประกอบการ 4Q’25 คาดยังสามารถเติบโตได้ โดยคาดว่าส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ใน 4Q’25 หดตัวลงเล็กน้อย แต่ Fee Income Momentum (รายได้ค่าธรรมเนียม) คาดยังมีโมเมนตัมเป็นบวกต่อเนื่องจาก 3Q’25 ตามที่ผู้บริหารส่งสัญญาณไว้ ขณะที่โมเมนตัมในช่วงปี 2026 คาดรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) จะพลิกกลับมา เติบโตเป็นบวก โดยคาดจะได้รับปัจจัยหนุนจากผลของการลดดอกเบี้ยเงินฝาก (Deposit Repricing) จะเริ่มส่งผลเต็มที่ ช่วยลดต้นทุนทางการเงินลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่สินเชื่อ (Loan Growth) จะเติบโตแบบประคองตัวที่ระดับ 6-6.5% โดยเน้นไปที่ภาคการผลิตขั้นสูง (High-end Manufacturing) ปัจจุบัน ICBC เทรดอยู่ที่ Fwd PB เพียง 0.5x+/- ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบ ROE ที่ราว 8.8%+/- รวมทั้งคาดการณ์ Fwd Div. 4.5%+/- |