ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ยอมถอยจากคำขู่ว่าจะใช้มาตรการภาษีเพื่อบีบบังคับชาติยุโรปในการเข้ายึดครองกรีนแลนด์ พร้อมทั้งปฏิเสธการใช้กำลังทหาร ระบุขณะนี้ ใกล้บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติข้อพิพาทเหนือดินแดนของเดนมาร์ก ซึ่งสร้างรอยร้าวครั้งใหญ่ต่อความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกในรอบหลายสิบปี ระหว่างเดินทางร่วมประชุมประจำปีสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum – WEF) ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ลดท่าทีจากการใช้วาทกรรมซึ่งสั่นคลอนพันธมิตรกลุ่มองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติดเหนือ หรือนาโต (NATO) ซึ่งเสี่ยงนำไปสู่สงครามการค้าครั้งใหม่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ระบุว่า พันธมิตรในอาร์กติกตะวันตกสามารถบรรลุข้อตกลงใหม่ในเรื่องระบบป้องกันขีปนาวุธ "Golden Dome" และการเข้าถึงแร่ธาตุสำคัญ พร้อมช่วยสกัดกั้นความทะเยอทะยานของรัสเซียและจีนในภูมิภาคอาร์กติกด้วย ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมกับมาร์ก รุตเตอ เลขาธิการ NATO ว่า นี่เป็นข้อตกลงที่ทุกคนพอใจมาก เป็นข้อตกลงระยะยาวขั้นสูงสุด ซึ่งทำให้ทุกคนอยู่ในสถานะที่ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะในเรื่องความมั่นคงและแร่ธาตุ เป็นข้อตกลงที่จะคงอยู่ตลอดไป" 
ขณะที่โฆษกของ NATO กล่าวว่า พันธมิตร NATO ทั้ง 7 ประเทศในอาร์กติกจะทำงานร่วมกันเพื่อรับประกันความมั่นคงร่วมกัน “การเจรจาระหว่างเดนมาร์ก กรีนแลนด์ และสหรัฐฯ จะดำเนินต่อไป เพื่อสร้างความมั่นใจว่า รัสเซียและจีนจะไม่มีวันเข้ามามีบทบาทในกรีนแลนด์ ไม่ว่าจะในทางเศรษฐกิจหรือทางทหารก็ตาม” นอกจากนี้ ทรัมป์ได้โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า สหรัฐฯ และ NATO ได้วางกรอบข้อตกลงในอนาคตเกี่ยวกับกรีนแลนด์ ซึ่งจริง ๆ แล้วครอบคลุมทั้งภูมิภาคอาร์กติก ตามที่เข้าใจกันนั้น ผมจะไม่มีการบังคับใช้กำแพงภาษีซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ก.พ. นี้" ทางด้านเดนมาร์กระบุว่า ประเด็นนี้ควรดำเนินการผ่านช่องทางการทูตโดยเฉพาะ แทนการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย โดยลาร์ส ล็อคเก ราสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ DR ว่า “สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเราคือ การยุติเรื่องนี้ด้วยการเคารพในบูรณภาพและอธิปไตยของราชอาณาจักร (เดนมาร์ก) รวมถึงสิทธิของชาวกรีนแลนด์ในการกำหนดอนาคตของตนเอง” นอกจากนี้ รมว.ต่างประเทศเดนมาร์กยังเผยว่า ได้พูดคุยกับรุตเตอแล้ว แต่ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่ได้ตกลงกันไว้ ขณะที่รัฐบาลกรีนแลนด์ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นใด ๆ ทางด้านทรัมป์ได้มอบหมายให้รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์, มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษ เข้าร่วมหารือเพิ่มเติม และกล่าวว่า "ผู้คนคิดว่าผมจะใช้กำลัง แต่ผมไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง ผมไม่อยากใช้กำลัง และผมก็จะไม่ใช้" ที่มา Reuters 
|