KTB คาดปีนี้ ธุรกิจโตตามเศรษฐกิจที่โตต่ำ คาดจีดีพีขยายตัว 1.5 - 1.8% หลังไม่เห็นการลงทุนภาคเอกชน เร่งหา New S - Curve จ่อตั้ง JV-AMC เพื่อคุม NPL คาดเห็นปีนี้ ส่วนแผนซื้อหุ้นคืนขึ้นกับสถานการณ์เหมาะสม นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจ KTB ในปี 69 คาดว่าจะเติบโตตามภาวะเศรษฐกิจไทยที่โตต่ำ ซึ่งคาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 69 อยู่ที่ 1.5 - 1.8% เนื่องจากยังไม่เห็นการลงทุนของภาคเอกชนเพิ่ม ด้านภาพรวมกลุ่มลูกค้ารายย่อยยังชะลอตัว โดยนอกจากการเติบโตจากสินเชื่อในกลุ่มธุรกิจเดิม การหาช่องทางการเติบโตใหม่ (New S - Curve) ยังเป็นสิ่งที่ช่วยประคองการเติบโตของธุรกิจ นอกจากนี้ธนาคารต้องปรับตัวและมีภาวะยืดหยุ่นสูง
"สินเชื่อเดิมที่ช่วยประคองเราก็ต้องดู ส่วน New S - Curve แต่ละธนาคารคงมีกันหมดแต่ยังน้อยไป ด้านสินเชื่อรายย่อยก็ยังเจอหนี้ครัวเรือนสูง และเรายังมีมาตรการที่อยากให้ลูกค้าหลุดพ้นกับดักหนี้ ซึ่งเราต้องตระหนักว่ากลุ่มนี้ก็ต้องจับจ่ายสิ่งที่จำเป็น ถือว่าปีนี้เป็นสิ่งที่ธนาคารต้องช่วยประคอง" นายผยงกล่าว
สำหรับการบริหารหนี้ที่ไม่ก่อให้ก่อเกิดรายได้ (NPL) ธนาคารฯ อยู่ระหว่างการจัดตั้งกิจการร่วมทุนกับบริหารสินทรัพย์ (JV-AMC) กับกลุ่มพันธมิตร คาดว่าจะจัดตั้งได้ภายในปี 69 โดยมุ่งเน้นการจัดตั้งให้มีสเถียรภาพ ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ปกติ
"การบริหารจัดการ NPL - NPA โดยระบบของ KTB เราดำเนินการอย่างระมัดระวัง และยืดหยุ่นอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้เรามีมุมมองว่าการชะลอตัวทางเศรษฐกิจจะยาวขึ้น ซึ่ง JV-AMC ถือเป็นเครื่องมือบนสภาวะระบบเศรษฐกิจที่ไม่ปกติ " นายผยงกล่าว

ด้านแผนการซื้อหุ้นคืนของธนาคาร ยังพิจารณาสถานการณ์และความเหมาะสม ทั้งนี้ในช่วงปีที่ผ่านมา KTB ได้แจ้งผ่านที่ประชุมผู้ถือหุ้นว่า บริษัทอาจซื้อหุ้นคืน จำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน หรือลดทุนโดยวิธีตัดหุ้นจดทะเบียนที่ซื้อคืนและยังมิได้ จำหน่าย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนด โดยในการซื้อหุ้นคืนต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ในกรณีที่บริษัทซื้อคืนในแต่ละคราว จำนวนไม่เกิน 10% ของทุนชำระแล้ว ให้เป็นอำนาจของ คณะกรรมการบริษัทในการอนุมัติการซื้อหุ้นคืนได้
สำหรับกรณี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ซึ่งศาลเพ่งได้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว มีผลทำให้บอร์ดชุดใหม่กลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที ซึ่ง KTB ยังคงถือหุ้น THAI โดยมองถึงการลงทุนตามปัจจัยพื้นฐาน ซึ่ง THAI สามารถดำเนินธุรกิจได้ด้วยตนเอง รวมถึงแนวทางของ KTB มองการลงทุนในภาพระยะกลาง-ระยะยาว

|