ส่องความคุ้มค่า! หลัง CPAXT ซื้อ The Food Purveyor พร้อมก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำค้าปลีกในมาเลเซีย

รูป ส่องความคุ้มค่า! หลัง CPAXT ซื้อ The Food Purveyor พร้อมก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำค้าปลีกในมาเลเซีย

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 มี.ค. 69 15:43 น.

 

หลังจากบริษัท Lotuss Stores (Malaysia) Sdn. Bhd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เข้าซื้อหุ้น 100% ในกลุ่มบริษัท The Food Purveyor Sdn. Bhd. เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียมแบรนด์ Village Grocer, B.I.G., BSC Fine Foods, OTK และ The Food Merchant รวม 50 สาขาในประเทศมาเลเซีย


ที่สำคัญ คุณภาพของแบรนด์ในเครือ The Food Purveyor ถือว่ามีความแข็งแกร่งในตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียม โดยเฉพาะในทำเลเมืองสำคัญและย่านกำลังซื้อสูง

 

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ช่วยให้ CPAXT ขยายฐานธุรกิจในประเทศมาเลเซียได้อย่างรวดเร็ว โดยเมื่อรวมเครือข่ายของ The Food Purveyor จำนวน 50 สาขา เข้ากับ โลตัส มาเลเซีย ที่มีอยู่เดิมอีกกว่า 70 สาขา จะทำให้บริษัทมีเครือข่ายค้าปลีกรวมกว่า 120 สาขาทั่วประเทศ ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเครือข่ายค้าปลีกที่มีขนาดและศักยภาพของมาเลเซีย

 

โครงสร้างเครือข่ายดังกล่าวทำให้ CPAXT สามารถครอบคลุมฐานลูกค้าหลากหลาย ตั้งแต่ตลาดแมสไปจนถึงตลาดพรีเมียม โดย Village Grocer และแบรนด์ในเครือ The Food Purveyor มีจุดแข็งด้านสินค้าเกรดพรีเมียมและประสบการณ์การช้อปปิ้งระดับไฮเอนด์ ขณะที่ Lotus’s Malaysia มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่

 

อีกหนึ่งจุดสำคัญของดีลนี้ คือการได้เข้าถึงทำเลเชิงยุทธศาสตร์ในเขตเมืองและย่านรายได้สูงของมาเลเซีย ซึ่งหากต้องพัฒนาเครือข่ายเองอาจใช้เวลาหลายปี การซื้อกิจการจึงเปรียบเสมือน “ทางลัดเชิงกลยุทธ์” ที่ช่วยให้ CPAXT สามารถขยายตลาด และเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดได้อย่างรวดเร็ว

 

ในเชิงโครงสร้างธุรกิจ ดีลดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ CPAXT นำความแข็งแกร่งด้าน การจัดซื้อ และเครือข่ายสินค้าในภูมิภาค เข้ามาเสริมศักยภาพของ The Food Purveyor ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนและสร้างโอกาสในการเติบโตของรายได้ในระยะยาว

 

หลายสำนักจึงมองว่าดีลนี้จะเป็นผลดีต่อธุรกิจในระยะกลางถึงยาว และจะช่วยวางรากฐานให้ CPAXT ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจค้าปลีกของมาเลเซียได้ในอนาคต ถือเป็นดีลเชิงกลยุทธ์ที่มีความคุ้มค่าและช่วยยกระดับตำแหน่งของ CPAXT ในตลาดค้าปลีกภูมิภาค แม้ดีลนี้จะเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ แต่ถือว่าอยู่ในระดับราคาที่เหมาะสม เมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตของตลาดค้าปลีกมาเลเซีย

 

ธุรกรรมดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน ไตรมาส 4 ปี 2569 ภายหลังได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

 

โดยสรุป การเข้าซื้อ The Food Purveyor ไม่เพียงเป็นการขยายธุรกิจในต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายค้าปลีกระดับภูมิภาค ตอกย้ำยุทธศาสตร์การเติบโตระยะยาวของ CPAXT ในตลาดอาเซียน

 



Editing by

ชุติมา มุสิกะเจริญ

ชุติมา มุสิกะเจริญ