19 พ.ค. 2569 16:58 น.รมว.คลังกลุ่ม G7 รับเงินเฟ้อจ่อลากยาว กดดันแบงก์ชาติทั่วโลกขึ้นดอกเบี้ยรมว.คลังกลุ่ม G7 รับเงินเฟ้อจ่อลากยาว กดดันแบงก์ชาติทั่วโลกขึ้นดอกเบี้ยTranslatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 พ.ค. 69 16:58 น. ที่ประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่ม G7 รับวิกฤตเงินเฟ้อผู้บริโภคซึ่งเคยหวังว่าจะเลี่ยงได้นั้น มีแนวโน้มที่จะลากยาวต่อไป ซึ่งกำลังจะกลายเป็นความจริงทางเศรษฐกิจข้อใหม่ การประชุมกลุ่มรัฐมนตรีคลังกลุ่มประเทศ G7 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เผยว่า ผลกระทบจากการปรับฐานของตลาดพันธบัตรเป็นการสะท้อนปัจจัยเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการคงต้นทุนการกู้ยืมไว้เท่าเดิมนั้นทำได้ยากขึ้น ขณะที่แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกำลังใกล้เข้ามา ซึ่งจะซ้ำเติมแรงกดดันต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการขาดดุลงบประมาณ การหารือร่วมกันของรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางจะดำเนินต่อไปท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หรือบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 30 ปี ที่เคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 เนื่องจากสงครามในอิหร่านซึ่งเป็นต้นเหตุของวิกฤตพลังงานยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง โดยบรรดาเจ้าหน้าที่จะร่วมกันประเมินภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวไม่เท่ากัน พร้อมหารือด้านนโยบายการเงิน ก่อนจะขยับไปถกประเด็นการตัดวงจรทางการเงินกลุ่มก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม บรรยากาศในการหารือเกี่ยวกับความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่การขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯ และอุปสงค์ที่อ่อนแอของจีน ถูกบดบังจากปัจจัยที่เร่งด่วนกว่า นั่นคือ วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยตรง และบั่นทอนการเติบโตและเพิ่มแรงกดดันด้านราคา มาเธียส คอร์มันน์ เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) กล่าวว่า ยิ่งสถานการณ์ลากยาวมากเท่าใด ความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบระลอกสองก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น หากมีการปรับขึ้นค่าจ้างซึ่งเป็นผลกระทบระลอกสอง ธนาคารกลางก็มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการบางอย่าง แม้ว่า แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจจะค่อนข้างอ่อนแอก็ตาม ที่มา Bloomberg efinAIแท็กที่เกี่ยวข้องOECDรัฐมนตรีคลัง G7เงินเฟ้อธนาคารกลางReporting byสุภัค โห้พึ่งจูหัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 พ.ค. 69 16:58 น. ที่ประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่ม G7 รับวิกฤตเงินเฟ้อผู้บริโภคซึ่งเคยหวังว่าจะเลี่ยงได้นั้น มีแนวโน้มที่จะลากยาวต่อไป ซึ่งกำลังจะกลายเป็นความจริงทางเศรษฐกิจข้อใหม่ การประชุมกลุ่มรัฐมนตรีคลังกลุ่มประเทศ G7 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เผยว่า ผลกระทบจากการปรับฐานของตลาดพันธบัตรเป็นการสะท้อนปัจจัยเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการคงต้นทุนการกู้ยืมไว้เท่าเดิมนั้นทำได้ยากขึ้น ขณะที่แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกำลังใกล้เข้ามา ซึ่งจะซ้ำเติมแรงกดดันต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการขาดดุลงบประมาณ การหารือร่วมกันของรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางจะดำเนินต่อไปท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หรือบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 30 ปี ที่เคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 เนื่องจากสงครามในอิหร่านซึ่งเป็นต้นเหตุของวิกฤตพลังงานยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง โดยบรรดาเจ้าหน้าที่จะร่วมกันประเมินภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวไม่เท่ากัน พร้อมหารือด้านนโยบายการเงิน ก่อนจะขยับไปถกประเด็นการตัดวงจรทางการเงินกลุ่มก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม บรรยากาศในการหารือเกี่ยวกับความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่การขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯ และอุปสงค์ที่อ่อนแอของจีน ถูกบดบังจากปัจจัยที่เร่งด่วนกว่า นั่นคือ วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยตรง และบั่นทอนการเติบโตและเพิ่มแรงกดดันด้านราคา มาเธียส คอร์มันน์ เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) กล่าวว่า ยิ่งสถานการณ์ลากยาวมากเท่าใด ความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบระลอกสองก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น หากมีการปรับขึ้นค่าจ้างซึ่งเป็นผลกระทบระลอกสอง ธนาคารกลางก็มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการบางอย่าง แม้ว่า แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจจะค่อนข้างอ่อนแอก็ตาม ที่มา Bloomberg