ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือน ธ.ค. เมื่อเทียบเป็นรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี จากแรงกดดันด้านต้นทุนค่าเช่าที่อยู่อาศัยและราคาอาหารที่สูงขึ้น หลังผลกระทบจากการปิดหน่วยงานรัฐบาล ซึ่งก่อนหน้านี้กดเงินเฟ้อเดือนพ.ย. ลงต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งหนุนความเชื่อมั่นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมเดือนม.ค. อย่างไรก็ดี การปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ยังคงมีความเป็นไปได้ โดยรายงานของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา บ่งชี้ให้เห็นว่า แรงกดดันเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือนที่ธ.ค. อยู่ในระดับปานกลาง โดยนักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า การส่งผ่านผลกระทบจากภาษีนำเข้าสู่ราคาสินค้าน่าจะเริ่มชะลอลง และยังมีความเห็นแตกต่างกันว่า เงินเฟ้อได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วหรือไม่ แม้เงินเฟ้อโดยรวมจะชะลอ แต่ราคาอาหารที่ปรับขึ้นแรงที่สุดในรอบกว่า 3 ปี และค่าเช่าที่อยู่อาศัยที่ยังสูง ย้ำให้เห็นถึงวิกฤตค่าครองชีพที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเผชิญ โดยนักเศรษฐศาสตร์บางส่วนชี้ว่า นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ รวมถึงการขึ้นภาษีนำเข้าในวงกว้าง มีส่วนซ้ำเติมปัญหานี้ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ ได้เสนอแนวคิดหลายประการเพื่อลดค่าครองชีพ ตั้งแต่การห้ามนักลงทุนสถาบันเข้าซื้อบ้านเดี่ยว ไปจนถึงการสั่งการให้สำนักงานกำกับดูแลการเงินที่อยู่อาศัยของรัฐบาลกลาง ซึ่งดูแล Fannie Mae และ Freddie Mac เข้าซื้อพันธบัตรที่ทั้ง 2 บริษัทออกวงเงิน 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อกดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้ลดลง 
เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง ได้บั่นทอนความเชื่อมั่นผู้บริโภคและคะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์ และจะกลายเป็นประเด็นการเมืองสำคัญในปีนี้ ท่ามกลางการต่อสู้ของประธานาธิบดีทรัมป์และพรรครีพับลิกัน เพื่อรักษาการครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส ซึ่งผู้บริโภคมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับราคาสินค้าอาหารและค่าเช่าที่สูงขึ้น มากกว่าอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนมองในเชิงบวก สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) รายงานว่า CPI เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือน ธ.ค. โดยต้นทุนที่อยู่อาศัยซึ่งรวมถึงค่าเช่า ปรับขึ้น 0.4% เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันเงินเฟ้อ ส่วนราคาอาหารพุ่งขึ้น 0.7% สูงสุดนับตั้งแต่ ต.ค. 2022 จากการปรับขึ้นของราคาผักผลไม้และผลิตภัณฑ์นม โดยราคาเนื้อวัวเพิ่มขึ้น 1.0% ขณะที่ราคาเนื้อสเต๊กพุ่ง 3.1% และเพิ่มขึ้นถึง 17.8% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 4 ปี ราคากาแฟขยับขึ้น 1.9% สะท้อนผลจากภาษีนำเข้า ส่วนราคาไข่ลดลง 8.2% ค่าอาหารในร้านอาหารและสถานบริการอื่น ๆ เพิ่มขึ้น 0.7% สูงสุดนับตั้งแต่ ต.ค. 2022 ส่งผลให้ราคาอาหารโดยรวมเพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบรายปีในเดือน ธ.ค. แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะผ่อนคลายภาษีทางการเกษตรบางส่วน เพื่อลดราคาอาหาร แต่นักเศรษฐศาสตร์มองว่า ผู้บริโภคยังต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะเห็นผลชัดเจน ด้านพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.3% จากราคาก๊าซธรรมชาติที่พุ่ง 4.4% ชดเชยกับราคาน้ำมันเบนซินที่ลดลง 0.5% ค่าไฟฟ้าลดลงเล็กน้อย 0.1% แต่ยังเพิ่มขึ้น 6.7% เมื่อเทียบรายปี สะท้อนความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ท่ามกลางการลงทุนด้าน AI ที่ขยายตัว ในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนธ.ค. CPI เพิ่มขึ้น 2.7% เท่ากับเดือน พ.ย. และเป็นไปตามที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ โดย BLS ประเมินว่า CPI เพิ่มขึ้น 0.2% ในช่วง ก.ย.–พ.ย. เนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลที่ยาวนาน 43 วัน ทำให้ไม่สามารถเก็บข้อมูลราคาเดือน ต.ค. ได้ครบถ้วน ส่งผลให้ BLS ใช้วิธีประเมินโดยยึดราคาก่อนหน้า โดยเฉพาะค่าเช่า เพื่อจัดทำรายงานเดือน พ.ย. ขณะที่การเก็บข้อมูลจริงในเดือน พ.ย. เกิดขึ้นช่วงครึ่งหลังของเดือน ซึ่งร้านค้ากำลังจัดโปรโมชันเทศกาลปลายปี ทั้งนี้ หลังการเปิดเผยข้อมูล ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวลดลง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลง ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสกุลเงินหลักอื่น ๆ ที่มา Reuters 
|