วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติตามขั้นตอนเบื้องต้นในการเดินหน้า เพื่อผ่านร่างกฎหมายคัดค้านการดำเนินการทางทหารเพิ่มเติมต่อเวเนซุเอลา ซึ่งถือเป็นการหักหน้าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่แทบจะไม่เคยเกิดขึ้น สะท้อนแรงต้านทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญต่อการแทรกแซงจากต่างประเทศ และความกังวลที่เพิ่มขึ้นในหมู่สมาชิกพรรครีพับลิกันเกี่ยวกับภาระผูกพันระยะยาวของสหรัฐฯ ในต่างแดน สมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกัน 5 คน แหกมติพรรคไปร่วมลงคะแนนกับพรรคเดโมแครตทั้งหมด ในการลงมติตามขั้นตอน เพื่อจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีทรัมป์ หลังวุฒิสมาชิกจากทั้ง 2 พรรค ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทำเนียบขาวไม่ได้ปรึกษาหารือกับสภาคองเกรส ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์ จะสั่งการให้กองทัพเข้าควบคุมตัวประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา และภริยา 
ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ โต้กลับทันที โดยระบุว่า สมาชิกรีพับลิกันที่ฝ่าฝืนมติพรรคควรละอายใจ และกล่าวว่าพวกเขาไม่ควรได้รับเลือกตั้งอีก การลงมติครั้งนี้บ่อนทำลายการป้องกันตนเองและความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ อย่างร้ายแรง ขัดขวางอำนาจของประธานาธิบดี ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด” อย่างไรก็ดี วุฒิสภายังต้องผ่านร่างมติดังกล่าว ก่อนส่งต่อไปยังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีแนวโน้มสูงว่าจะไม่ผ่านความเห็นชอบ โดยวุฒิสภาจะยังไม่ลงมติขั้นสุดท้ายจนกว่าจะถึงสัปดาห์หน้า ขณะที่ฝั่งเดโมแครตยังขู่ว่า จะขวางการจัดสรรงบประมาณสำหรับการโจมตีเพิ่มเติม แต่กฎหมายดังกล่าว แทบไม่มีโอกาสเอาชนะการใช้อำนาจวีโต้ของประธานาธิบดีและบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ หลังการโจมตีเวเนซุเอลาแบบสายฟ้าแลบ สมาชิกพรรครีพับลิกันส่วนใหญ่ ยังคงยืนอยู่ข้างประธานาธิบดีทรัมป์ รวมถึงกลุ่มสายเหยี่ยว ที่เคยมีความเห็นต่างกับประธานาธิบดีทรัมป์เป็นครั้งคราว อย่างไรก็ดี สมาชิกพรรครีพับลิกันอีกส่วนหนึ่งกังวลว่า สหรัฐฯ อาจติดหล่มความขัดแย้งยืดเยื้อ ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า จะใช้อำนาจวีโต้ร่างมติดังกล่าว หากผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ที่มา Bloomberg 
|