จีนคงดอกเบี้ย LPR ต่อเนื่องเดือนที่ 10 พยุงศก.ชะลอตัว-รักษาเสถียรภาพเงินหยวน

รูป จีนคงดอกเบี้ย LPR ต่อเนื่องเดือนที่ 10 พยุงศก.ชะลอตัว-รักษาเสถียรภาพเงินหยวน

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 ก.พ. 69 12:16 น.

 

ธนาคารกลางจีน (PBOC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปี ไว้ที่ 3% และประเภท 5 ปี ไว้ที่ 3.5% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 เพื่อรักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและเสถียรภาพค่าเงินหยวน

 

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปี ใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงสำหรับสินเชื่อใหม่และสินเชื่อหมุนเวียนส่วนใหญ่ ขณะที่ประเภท 5 ปี เป็นเกณฑ์อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยที่อยู่อาศัย

 

เศรษฐกิจจีนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกแสดงสัญญาณการชะลอตัวในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา โดยขยายตัวเพียง 4.5% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งถือเป็นอัตราต่ำที่สุดนับตั้งแต่จีนยกเลิกมาตรการควบคุมโควิด-19 เมื่อปลายปี 2022

 

จีนกำลังเผชิญกับความยากลำบากในการนำเศรษฐกิจให้หลุดพ้นจากภาวะเงินฝืด เนื่องจากผู้บริโภคลดการใช้จ่ายท่ามกลางวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ ตลาดแรงงานที่ซบเซา และความไม่แน่นอนของรายได้ โดยตัวเลขการเติบโตของยอดค้าปลีกในเดือนธ.ค. ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีที่ 0.9% ขณะที่ดัชนี GDP Deflator ซึ่งเป็นตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการ ยังคงติดลบต่อเนื่องกันถึง 11 ไตรมาส

 

 

ปัจจุบัน ผู้กำหนดนโยบายได้หันไปส่งเสริมการบริโภคในภาคบริการเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายโดยรวม โดยหวังว่าบริการดูแลผู้สูงอายุ การพักผ่อน และการท่องเที่ยว จะช่วยชดเชยความต้องการสินค้าที่อ่อนแอลงได้

 

ด้านค่าเงินหยวนมีการปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเงินหยวนที่ซื้อขายในตลาดต่างประเทศ แข็งค่าจากประมาณ 6.974 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงต้นปี มาอยู่ที่ 6.889 หยวนในเช้าวันนี้ ตามข้อมูลของ LSEG

 

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนส่งสัญญาณยอมรับการแข็งค่าขึ้นของสกุลเงินหยวนอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยหนุนให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้น

 

ขณะเดียวกัน การแข็งค่าของเงินหยวนอาจกลายเป็นบททดสอบสำคัญต่อภาคการส่งออกของจีนที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากกำแพงภาษีของสหรัฐฯ เนื่องจากอาจลดทอนความได้เปรียบด้านราคาเมื่อเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมการผลิตอื่น ๆ นักเศรษฐศาสตร์จาก ING คาดการณ์ว่า ปีนี้ค่าเงินหยวนจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 6.85-7.25 หยวนต่อดอลลาร์ เนื่องจากจีนพยายามผลักดันให้เงินหยวนไปสู่ระดับสากลมากขึ้น ปัจจัยที่ต้องจับตาต่อไปคือ จะมีการผ่อนปรนเป้าหมายด้านเสถียรภาพของค่าเงินลงหรือไม่ในปีนี้

 

ที่มา CNBC

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju