นโยบาย ‘คนละครึ่ง พลัส’ เปิดจังหวะใหม่ เสริมความแข็งแกร่ง Ecosystem ค้าปลีก สมดุลแห่งการเติบโต

รูป นโยบาย ‘คนละครึ่ง พลัส’ เปิดจังหวะใหม่ เสริมความแข็งแกร่ง Ecosystem ค้าปลีก สมดุลแห่งการเติบโต

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 ก.พ. 69 12:19 น.

 

มาตรการ “คนละครึ่ง พลัส” ของภาครัฐ มีเป้าหมายหลักเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อฐานรากและพยุงเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ในมุมมองนักวิเคราะห์ ภาพสะท้อนที่ชัดเจนคือ การเปลี่ยนทิศทางของเม็ดเงินจากค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ไปสู่ร้านค้ารายย่อย อย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลาที่มาตรการมีผลบังคับใช้

 

เมื่อห้างค้าปลีกสมัยใหม่ไม่ได้เข้าร่วม ผลกระทบจึงสะท้อนผ่านยอดขายปลายปีที่ชะลอลงในบางกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน ที่ผู้บริโภคหันไปซื้อจากร้านโชห่วยหรือร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ

 

ผลกระทบต่อค้าปลีกสมัยใหม่: ระยะสั้นกดดัน ระยะกลางต้องปรับเกม
ผลกระทบเชิงลบที่เห็นชัด ไม่ว่าจะเป็นจำนวนลูกค้าลดลงบางช่วงเวลา โดยเฉพาะสาขาใกล้ชุมชนที่มีร้านค้ารายย่อยเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก ยอดซื้อต่อครั้งลดลงในหมวดสินค้าจำเป็น เพราะผู้บริโภคหันไปใช้สิทธิ์ที่ร้านเล็กที่ร่วมโครงการ

 

ในเชิงตลาดทุน หุ้นกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่มักเผชิญแรงกดดันทุกครั้งที่มีมาตรการลักษณะนี้ เพราะนักลงทุนตีความว่าเป็น “การเบี่ยงกำลังซื้อ”

 

แต่ภาพใหญ่ไม่ได้เป็นลบทั้งหมด
แม้ยอดขายหน้าร้านสำหรับลูกค้า B2C จะได้รับผลกระทบโดยตรง แต่โมเดิร์นเทรดบางรายมีโครงสร้างธุรกิจที่ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าหลากหลาย ทั้ง B2B และ B2C ซึ่งนี่คือจุดที่ “CP AXTRA” กลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ

 

ถ้ามองกันให้ลึก จะเห็นว่า CP AXTRA มี 3 โครงสร้างรายได้หลัก:

1. B2C – โลตัสขายปลีกให้กับผู้บริโภค
2. B2B – แม็คโครขายส่งให้ร้านอาหาร และผู้ประกอบการรายย่อย
3. Mall Platform – รายได้จากค่าเช่า

 

B2B: ช่องทางที่เปลี่ยนแรงกดดันเป็นโอกาส
เมื่อร้านอาหารและร้านค้ารายย่อยได้รับอานิสงส์จากมาตรการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ ยอดขายที่เพิ่มขึ้นย่อมทำให้ความต้องการวัตถุดิบและสินค้าเพิ่มตามไปด้วย ส่งผลให้คำสั่งซื้อจากห้างค้าส่งขยายตัว แบรนด์ซึ่งมีฐานลูกค้า B2B แข็งแรงอย่างแม็คโคร จึงสามารถขายสินค้ากลุ่มวัตถุดิบให้ร้านอาหารและโชห่วยที่เข้าร่วมโครงการ และมีโอกาสทำโปรโมชันรองรับผู้ค้าขนาดเล็ก

 

Mall Ecosystem: “โมเดิร์นเทรดที่ไม่ได้สิทธิ์” แต่เป็น “แพลตฟอร์มสนับสนุน SMEs และเศรษฐกิจฐานราก”
แบรนด์ที่มีพื้นที่คอมมูนิตี้มอล์อย่างโลตัส ได้เปิดพื้นที่สนับสนุน ช่วยให้ SMEs และร้านค้ารายย่อยได้มีพื้นที่ขายของ สร้างรายได้ในช่วงมาตรการ ในขณะเดียวกันลูกค้าที่มาจับจ่ายใช้สิทธิ์คนละครึ่ง พลัส ที่ร้านรายย่อยของ SMEs อาจ cross-shop สินค้าในห้าง นับเป็นอานิสงค์ทางอ้อมจาก Footfall แม้ยอดขาย B2C จะได้รับผลกระทบลดลงไปบ้าง

 

มุมมองนักวิเคราะห์ หากภาครัฐออกมาตรการลักษณะนี้อีก หุ้นค้าปลีกที่มีครบทั้ง B2B B2C และคอมมูนิตี้มอล์ น่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า ซึ่งนักลงทุนควรดู “โครงสร้างรายได้” เพราะผลกระทบไม่ได้เท่ากันทุกราย โดยมาตรการรัฐระยะสั้นอาจกดดันยอดขายบางไตรมาส แต่บริษัทที่ปรับเกมได้ จะเปลี่ยน demand shift เป็น market share gain

 

บทสรุป
“คนละครึ่ง พลัส” อาจเป็นความท้าทายสำหรับโมเดิร์นเทรด แต่สำหรับแบรนด์ที่มีโครงสร้างทั้ง B2C, B2B ที่แข็งแรง และมี ecosystem มอลล์รองรับ ถึงแม้จะได้รับแรงกดดันไปบ้าง แต่ก็เป็นโอกาสพลิกเกม จากการขยายฐานผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมตอกย้ำบทบาทแพลตฟอร์มเศรษฐกิจชุมชน

 



Editing by

ชุติมา มุสิกะเจริญ

ชุติมา มุสิกะเจริญ