| TFEX เปิดตัว “Mini Gold Online Futures” ย่อสัญญาเล็กลง 10 เท่า ใช้เงินวางประกันราว 15,000 บ. เจาะนักลงทุนรายย่อย พร้อมศึกษาพัฒนา Crypto Futures ร่วม ก.ล.ต. ขณะที่ ก.ล.ต. เตรียมผลักดัน Crypto ETF และ TISA เพิ่มทางเลือกลงทุน คาดมาตรการ-สินค้าใหม่ชัดเจนไตรมาส 3/69 TFEX เปิดตัว Mini Gold Online Futures เงินวางประกัน 1.5 หมื่นบาท พร้อมตั้งผู้ดูแลสภาพคล่อง 2 ราย นายตรีวิทย์ วังวรวุฒิ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX เปิดเผยว่า เปิดตัวสินค้าใหม่ Mini Gold Online Futures อิงทองคำโลก 1 ทรอยออนซ์ เจาะกลุ่มรายย่อย โดยสินค้าดังกล่าว เล็กลง 10 เท่า จากสินค้าเดิมที่มีสัญญาขนาดเทียบเท่าทองคำแท่งน้ำหนักประมาณ 10 ทรอยออนซ์ โดยสัญญาใหม่มีขนาดเพียง 1 ทรอยออนซ์ หรือประมาณ 2 บาททองคำ ซึ่งการย่อขนาดสัญญาลงมาเหลือ 1 ใน 10 ของสัญญาเดิม นักลงทุนสามารถใช้เงินวางหลักประกันเพียงประมาณ 15,000 บาท อยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นเพื่อบริหารพอร์ตทองคำได้สะดวกและตอบโจทย์มากขึ้น สำหรับสินค้าตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อปิดช่องว่างในตลาดทองคำ เนื่องจากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นมาก ทำให้สัญญา Gold Online Futures เดิมมีมูลค่าสูงและต้องใช้เงินวางหลักประกัน (Margin) จำนวนมาก ส่งผลให้นักลงทุนรายย่อยบางกลุ่มเข้าถึงได้ยาก และเกินกว่าความต้องการลงทุนของพอร์ตตัวเอง ทั้งนี้สินค้าดังกล่าว มีผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Makers) 2 ราย เพื่อสร้างความมั่นใจด้านสภาพคล่อง ได้แก่ บริษัท เอ็มทีเอส แคปปิตอล (MTS Capital) และ บริษัท การ์เดียน ควอนต้า (Guardian Quota) เพื่อให้นักลงทุนซื้อขายได้อย่างราบรื่น TFEX ศึกษา Crypto Futures ร่วม ก.ล.ต. เปิดทางรายย่อยเข้าถึงง่าย มองเป้าวอลุ่ม TFEX ปีนี้โต 10-20% นายตรีวิทย์ ยังกล่าวอีกว่า ในอนาคต มีเป้าหมายที่จะขยายตลาดและสร้างความสมดุลระหว่างนักลงทุนสถาบันและรายย่อย ทั้งการย่อขนาดสินค้าตัวอื่นๆ เช่น Silver Futures เพื่อให้รายย่อยเข้าถึงได้มากขึ้น รวมถึงการศึกษาคริปโตเคอร์เรนซี (Crypto Futures) ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการศึกษาร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เกี่ยวกับรูปแบบสัญญา Crypto Futures เพื่อเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีกติการองรับสำหรับนักลงทุนไทย ทั้งนี้สำหรับการเติบโตของตลาด TFEX คาดว่าปริมารการซื้อขายปีนี้ จะเติบโตประมาณ 10-20% จากปีก่อนที่ทำได้เฉลี่ย 416,352 สัญญา/วัน โดยข้อมูล ณ สิ้นเดือน เม.ย. 69 จำนวนบัญชี TFEX อยู่ที่ 414,384 บัญชี ตั้งเป้าอนาคตอยากเพิ่มจำนวนบัญชีผู้ซื้อขาย TFEX ให้ถึง 10-20% ของจำนวนบัญชีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเม.ย.69 ข้อมูลบัญชีพอร์ตหุ้นคิดเป็นประมาณ 4.3 ล้านบัญชี (จำนวนลูกค้าที่เปิดบัญชีไม่นับซ้ำสุทธิ) ก.ล.ต. เร่งดัน Crypto Futures - Crypto ETF - TISA แผนชัดเจน Q3/69 หวังเพิ่มทางเลือกลงทุนไทย นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ยังคงเดินหน้าผลักดันตลาดทุนไทย โดยเตรียมหารือแนวทางหลักเกณฑ์และเพิ่มสินทรัพย์หลากหลาย (Asset Class ) ทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง สัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคริปโตเคอร์เรนซี (Crypto Futures), กองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล(Crypto ETF) และบัญชีเงินออมเพื่อการลงทุนส่วนบุคคลรูปแบบใหม่ (TISA) โดยคาดว่าเห็นรายละเอียดชัดเจนในไตรมาส 3 ปีนี้ โดยสินค้า Crypto Futures ปัจจุบัน ก.ล.ต. อยู่ระหว่างทำงานร่วมกับตลาด TFEX เพื่อกำหนดรายละเอียดของ Crypto Futures ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนของสเปกผลิตภัณฑ์ได้ในช่วงไตรมาส 3 นี้ โดยมองว่าสินทรัพย์ดิจิทัลเป็น Asset Class ที่สามารถช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสเติบโตให้แก่พอร์ตการลงทุนได้ นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังให้ความสำคัญกับ Crypto ETF ซึ่งจะเข้ามาตอบโจทย์เรื่องความสะดวกและความปลอดภัยสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงคริปโทเคอร์เรนซีแต่ไม่สะดวกที่จะเปิดกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) ด้วยตัวเอง โดยการลงทุนผ่านรูปแบบหลักทรัพย์จะช่วยสร้างความมั่นใจภายใต้ระบบนิเวศการกำกับดูแลที่เหมาะสม อีกทั้งก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ทางการเงินและการลงทุน (Financial Literacy) ซึ่งนักลงทุนไม่ควรทุ่มลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งจนหมด แต่ควรใช้เพื่อการกระจายความเสี่ยง นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างยกระดับคุณภาพตลาดทุนและกระบวนการทำงาน เช่น โครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือโครงการ BOI to IPO พร้อมกันนี้เตรียมผลักดัน TISA จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มฐานนักลงทุนระยะยาวในประเทศ โดยมีเป้าหมายส่งเสริมวินัยการออมและการลงทุน ผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษี เน้นความต่อเนื่องและความยืดหยุ่นเพื่อให้คนกลุ่มใหม่ๆ สามารถเข้าสู่ระบบการออมได้ง่ายขึ้นผ่านการบริหารโดยมืออาชีพ มากกว่าจะเน้นเพียงแค่สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพียงอย่างเดียว |