สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569

รูป สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 ก.พ. 69 7:34: น.

 

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 66.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.24 ดอลลาร์ หรือ 1.9%

 

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 71.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.31 ดอลลาร์ หรือ 1.9%

 

ราคาน้ำมันโลกเพิ่มขึ้นเกือบ 2% ในวันพฤหัสบดี (19 ก.พ.) ปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ-อิหร่านเพิ่มกิจกรรมทางการทหารในภูมิภาค

 

*** สหรัฐฯ เผยข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการเมื่อคืนที่ผ่านมา ดังนี้

  • ตัวเลขขาดดุลการค้า ขยายตัว 32.6% สู่ระดับ 70,300 ล้านดอลลาร์ในเดือนธ.ค. 2025
  • การนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้น 3.8% แตะ 280,200 ล้านดอลลาร์ ขณะที่การส่งออกสินค้า ลดลง 2.9% แตะ 180,800 ล้านดอลลาร์ ในเดือนธ.ค.2025
  • จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลง 23,000 ราย เหลือ 206,000 ราย
  • จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องเพิ่มขึ้น 17,000 ราย สู่ระดับ 1.869 ล้านราย

 

*** สหรัฐฯ ขาดดุลกับจีนปี 2025 หดตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่าสองทศวรรษ ขณะเดียวกันการขาดดุลกับเม็กซิโกและเวียดนามกลับขยายตัวแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังมาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการค้าโลก

 

ตัวเลขการขาดดุลกับจีนอยู่ที่ราว 202,000 ล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ดุลการค้าเกินดุลของแคนาดากับสหรัฐฯ ลดลงเช่นกัน เนื่องจากความปั่นป่วนด้านการขนส่ง แม้จะมีข้อตกลงการค้า USMCA ที่ทรัมป์เจรจาไว้ตั้งแต่สมัยแรกที่ดำรงตำแหน่งก็ตาม

 

*** แคนาดาขาดดุลการค้าในปี 2025 เพิ่มขึ้นเป็น 31,300 ล้านดอลลาร์แคนาดา นับเป็นระดับขาดดุลรายปีที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ หากไม่นับช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่มูลค่าการส่งออกทั้งปีลดลง 0.2% โดยหดตัวในเกือบทุกหมวดสินค้า ส่วนการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ร่วงลง 5.8%

 

หากไม่นับรวมการส่งออกทองคำ เงิน และโลหะในกลุ่มแพลทินัมที่ยังไม่ขึ้นรูป รวมถึงโลหะผสมของสินค้าเหล่านี้ ซึ่งได้แรงหนุนจากราคาทองคำที่พุ่งขึ้นแรง จะพบว่าการส่งออกโดยรวมลดลงถึง 3% สะท้อนว่าการปรับขึ้นของราคาทองคำได้ช่วยกลบผลกระทบที่แท้จริงจากสงครามการค้าไปบางส่วน

 

*** ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขยับขึ้นท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน หลังลดลงต่อเนื่องสองวันก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น และความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่

 

อัตราผลตอบแทนพันธบัตร(บอนด์ยีลด์) เคลื่อนไหวไร้ทิศทาง โดยบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหลักของตลาด ลดลงสู่ระดับ 4.07% ขณะที่ยีลด์อายุ 2 ปี ซึ่งอ่อนไหวต่อทิศทางนโยบายการเงิน ปรับขึ้นเล็กน้อยสู่ 3.47%

 

ตลาดพันธบัตรลดช่วงลบที่รุนแรงในช่วงต้นวัน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเจรจากับอิหร่านเรื่องโครงการนิวเคลียร์ โดยเตือนว่าอิหร่านมีเวลาไม่เกิน 10–15 วันในการบรรลุข้อตกลง นอกจากนี้ ความต้องการซื้อที่แข็งแกร่งในการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ชนิดป้องกันเงินเฟ้อ (TIPS) อายุ 30 ปี วงเงิน 9,000 ล้านดอลลาร์ ยังช่วยหนุนตลาดด้วย

 

 

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนอิหร่านว่าจะต้องทำข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์ มิฉะนั้นจะเกิดสิ่งที่เลวร้ายอย่างยิ่ง และมีความเป็นไปได้ว่า ทรัมป์จะกำหนดเส้นตายไว้ไม่เกิน 10-15 วัน ก่อนที่สหรัฐฯ อาจดำเนินการบางอย่าง

 

การเสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ยิ่งเพิ่มความกังวลว่าจะเกิดสงครามในวงกว้าง ทรัมป์กล่าวว่าการเจรจากับอิหร่านเพื่อยุติสถานการณ์ตึงเครียดดำเนินไปด้วยดี แต่ย้ำว่า อิหร่านจำเป็นต้องบรรลุข้อตกลงที่มีสาระสำคัญ

 

ทางด้านสำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ เตรียมเข้าประจำการในตะวันออกกลาง โดยมีการส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำ เครื่องบินขับไล่ และเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ ซึ่งการเสริมกำลังครั้งนี้แตกต่างจากสิ่งที่สหรัฐฯ เคยดำเนินการเมื่อปี 2003 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการบุกอิรัก นอกจากนี้ ยังมีขนาดใหญ่กว่าการเสริมกำลังก่อนบุกจับประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา

 

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) เมื่อวันพฤหัสบดีว่า หลายประเทศได้ร่วมบริจาคเงินจำนวน 7,000 ล้านดอลลาร์ เข้ากองทุนเพื่อฟื้นฟูและบูรณะฉนวนกาซา อย่างไรก็ตาม เป้าหมายดังกล่าวยังห่างไกลจากความเป็นจริง เนื่องจากยังมีความท้าทายรอบด้าน ทั้งการปลดอาวุธกลุ่มติดอาวุธฮามาสและการถอนกำลังทหารอิสราเอล, ขนาดของกองทุนฟื้นฟู ตลอดจนการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนในกาซาที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสงคราม

 

*** คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เผยกับเพื่อนร่วมงานว่า ตนเองยังคงมุ่งมั่นกับหน้าที่ และหากจะตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่ง จะแจ้งให้พวกเขาทราบก่อน โดยแหล่งข่าวสี่รายมองว่า ข้อความนี้ตีความได้ว่า เธอยังไม่มีแผนจะลาออกในเร็ว ๆ นี้ หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานเมื่อวันพุธว่า ลาการ์ดมีแผนจะลาออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระในเดือนต.ค. 2027 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในเดือนเม.ย. ปีหน้า ซึ่งฝ่ายขวาจัดมีโอกาสคว้าชัยชนะ

 

*** ศาลรัฐธรรมนูญฝรั่งเศสมีคำวินิจฉัยรับรองงบประมาณปี 2026 ซึ่งรวมมาตรการจัดเก็บภาษีกลุ่มผู้มีฐานะร่ำรวย เปิดทางให้ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ลงนามประกาศใช้กฎหมายการเงินได้อย่างเป็นทางการ โดยศาลเห็นว่ากระบวนการตรากฎหมายถูกต้องตามขั้นตอน และบทบัญญัติส่วนใหญ่ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แม้จะตัดบางมาตรการย่อยที่ไม่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ และกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมในบางมาตราเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ

 

*** บริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นมีแนวโน้มทำสถิติกำไรสุทธิรายปีสูงสุดต่อเนื่อง หลังจากก่อนหน้านี้เผชิญความไม่แน่นอน โดยได้แรงหนุนจากการขายสินทรัพย์และมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน

 

กำไรสุทธิของบริษัทประมาณ 1,000 แห่งในตลาด Prime Market ของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1% ในปีงบประมาณปัจจุบัน ที่จะสิ้นสุดเดือนมี.ค. พลิกจากประมาณการก่อนหน้าที่คาดว่าจะลดลง 2%

 

หากเป็นไปตามคาด ปีงบประมาณนี้จะนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลกปี 2008 ที่บริษัทญี่ปุ่นทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกัน 5 ปี โดยมีราว 250 บริษัทที่ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการ ขณะที่อัตรากำไรสุทธิคาดว่าจะอยู่ที่ 6.3% สูงกว่าประมาณการเดิม 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ และเทียบเท่าสถิติสูงสุดของปีก่อนหน้า

 

*** อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ของญี่ปุ่นเดือนม.ค. ชะลอลงสู่ระดับ 1.5% ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2022 สิ้นสุดช่วงที่เงินเฟ้ออยู่เหนือเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เป็นเวลา 45 เดือนติดต่อกัน

 

ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารสด ลดลงเหลือ 2% (ต่ำสุดตั้งแต่ม.ค. 2024) และชะลอลงจาก 2.4% ในเดือนธ.ค. 2025 ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานอีกชุด ไม่รวมอาหารสดและพลังงาน (Core-core CPI) อยู่ที่ 2.6% ลดลงจาก 2.9% ของเดือนธ.ค. 2025

 

*** นักกีฬาที่ขึ้นรับเหรียญรางวัลในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่อิตาลี จะได้รับเหรียญที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของมหกรรมกีฬาโอลิมปิก เนื่องจากราคาทองคำและเงินพุ่งขึ้นใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยนับตั้งแต่โอลิมปิกฤดูร้อนปารีสเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2024 ราคาทองคำพุ่งขึ้นราว 110% อยู่ที่ประมาณ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาเงินเพิ่มขึ้นราว 180% ใกล้ 78 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้มูลค่าตามเนื้อโลหะของเหรียญทองอยู่ที่ราว 2,300–2,500 ดอลลาร์ และเหรียญเงินมีมูลค่าประมาณ 1,400 ดอลลาร์

 

*** บิล เกตส์ ถอนตัวจากงาน AI Impact Summit ซึ่งจัดขึ้นที่อินเดีย ไม่กี่ชั่วโมงก่อนถึงกำหนดกล่าวปาฐกถาเมื่อวันพฤหัสบดี ท่ามกลางการถูกจับตามองความสัมพันธ์ของเขากับเจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินและผู้กระทำความผิดทางเพศ ซึ่งเข้มข้นขึ้นหลังการเปิดเผยอีเมลของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ

 

*** แซม อัลท์แมน ซีอีโอ OpenAI กล่าวว่า ความก้าวหน้าของบริษัทเทคโนโลยีจีนในห่วงโซ่เทคโนโลยีนั้น เป็นสิ่งที่น่าทึ่ง ความเห็นของอัลท์แมนมีขึ้นในช่วงที่จีนกำลังเร่งแข่งขันกับสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AGI) ซึ่งเป็นระดับที่ AI มีความสามารถทัดเทียมมนุษย์ และผลักดันการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ในวงกว้าง

 

*** Walmart คาดการณ์กำไรต่อหุ้น (หลังปรับทวน) สำหรับปีงบประมาณ 2027 ไว้ที่ 2.75–2.85 ดอลลาร์ต่อหุ้น ต่ำกว่าประมาณการเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่บลูมเบิร์กสำรวจ ซึ่งอยู่ที่ 2.97 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยบริษัทค้าเตือนถึงความไม่แน่นอนอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ความผันผวนของค่าเงิน มาตรการภาษี ไปจนถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคและสถานการณ์เศรษฐกิจโลก

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju